← กลับไปที่บล็อก
🇰🇷เกาหลี

สำนวนและสำนวนพูดภาษาเกาหลี: 25 ประโยคที่ได้ยินจริง (พร้อมการออกเสียง)

โดย Sandorอัปเดต: 23 มิถุนายน 2569อ่าน 12 นาที

คำตอบด่วน

สำนวนและสำนวนพูดภาษาเกาหลีคือวลีสั้นๆ จำง่าย ที่คนเกาหลีใช้เพื่อโต้ตอบ แซว ให้กำลังใจ หรืออธิบายสถานการณ์แบบรวดเร็ว คู่มือนี้สอน 25 ประโยคที่เป็นธรรมชาติ พร้อมการออกเสียง วิธีใช้ให้ฟังเป็นมิตรหรือหยาบ และตัวอย่างที่เจอจริงในบทสนทนา เช่น ซีรีส์เกาหลีและการคุยในชีวิตประจำวัน

สำนวนและวลีติดปากภาษาเกาหลีเป็นคำพูดสั้นๆ ที่รูปแบบคงที่ คนเกาหลีใช้เพื่ออธิบายคนและสถานการณ์แบบรวดเร็ว มักมีอารมณ์ขัน การพูดเกินจริง หรือภาพเปรียบที่ชัดเจน และถ้าคุณเรียนชุดหลักๆ ไว้ คุณจะฟังและพูดได้เป็นธรรมชาติกว่ามากในบทสนทนาจริง

ภาษาเกาหลีมีผู้พูดทั่วโลกประมาณ 82 ล้านคน (Ethnologue, ฉบับที่ 27, 2024) และสิ่งที่คุณได้ยินในโซล ปูซาน และสื่อเกาหลีจำนวนมากไม่ใช่ไวยากรณ์แบบตำรา แต่มักเป็นวลีสำเร็จรูป ถ้าคุณรู้คำทักทายพื้นฐานแล้ว เช่นใน คู่มือวิธีพูดสวัสดีเป็นภาษาเกาหลี สำนวนคือขั้นต่อไปที่จะช่วยให้คุณเข้าใจมุก การแซว และความหมายเชิงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่

💡 วิธีใช้คู่มือนี้

ให้มองแต่ละสำนวนเป็นก้อนเดียว เรียนรู้สถานการณ์ที่เหมาะ แล้วฝึกสลับแค่ประธานหรือคำนาม วิธีนี้ใกล้เคียงกับการพูดจริงของคนเกาหลี และสอดคล้องกับแนวคิดการเรียนแบบเป็นก้อน (chunk-based learning) ในภาษาศาสตร์ประยุกต์ รวมถึงงานของ Michael Lewis ใน The Lexical Approach.

อะไรนับว่าเป็นสำนวนในภาษาเกาหลี (และทำไมถึงสำคัญ)

ในภาษาเกาหลี คุณจะเห็นคำอย่าง 관용구 (สำนวน), 속담 (สุภาษิต) และ 사자성어 (สำนวนสี่ตัวอักษรที่มีที่มาคลาสสิก) ในชีวิตจริง คนมักใช้ปนกันทั้งสามหมวด และผู้เรียนส่วนใหญ่ต้องมีทักษะเดียวคือ รู้ให้ได้ว่าวลีนี้เป็นวลีคงรูป และไม่ควรแปลทีละคำ

National Institute of Korean Language (국립국어원) เป็นหน่วยงานหลักที่บันทึกรูปแบบมาตรฐานและความหมาย รวมถึงสำนวนจำนวนมากใน 표준국어대사전 (เข้าถึงปี 2026) เมื่อคุณเรียนรูปแบบมาตรฐานแล้ว คุณยังปรับระดับคำพูดได้ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เรียนหลายคนพลาด

ระดับคำพูด: สวิตช์ที่ซ่อนอยู่หลังหลายสำนวน

สำนวนส่วนใหญ่มีความหมายเป็นกลาง แต่คำลงท้ายที่คุณใส่จะเปลี่ยนความรู้สึกทางสังคมได้ คุณพูดได้ว่า 말도 안 돼요 (polite) หรือ 말도 안 돼 (casual) สำนวนเหมือนเดิม แต่ความสัมพันธ์เปลี่ยน

ถ้าคุณยังสร้างพื้นฐานอยู่ ลองอ่านผ่าน คู่มือวิธีพูดลาก่อนเป็นภาษาเกาหลี แล้วสังเกตว่า ภาษาเกาหลีมักเข้ารหัสความสัมพันธ์ไว้ที่คำลงท้ายกริยา ไม่ใช่เพิ่มคำพิเศษ

25 สำนวนและวลีติดปากภาษาเกาหลีที่คุณจะได้ยินจริง

ด้านล่างคือสำนวนที่โผล่บ่อยมากในบทสนทนาประจำวัน รายการวาไรตี้ และซีรีส์เกาหลี แต่ละอันมีคำอ่านแบบประมาณเสียง และตัวอย่างที่เป็นธรรมชาติ

⚠️ ข้อควรระวังสั้นๆ

บางสำนวนใช้เพื่อระบายความโกรธ ถ้าคุณจับคู่กับคำหยาบแรงๆ โทนอาจแรงขึ้นเร็วมาก ถ้าคุณอยากเข้าใจระดับภาษานั้นโดยไม่ใช้เอง ดู คู่มือคำหยาบภาษาเกาหลี

식은 죽 먹기

ความหมาย: ง่ายมาก เหมือนกินโจ๊กเย็นๆ
การออกเสียง: SHEE-geun jook meok-kee

ใช้เมื่อคุณอยากฟังดูมั่นใจ แต่ไม่อยากอวดเกินไป พบได้บ่อยในคำให้กำลังใจแบบเพื่อน

ไม่เป็นทางการ

/SHEE-geun jook meok-kee-yah/

ความหมายตามตัวอักษร: Eating cold porridge.

그 정도는 식은 죽 먹기야.

That level of difficulty is a piece of cake.

🌍

죽 (porridge) เป็นอาหารปลอบใจที่คุ้นเคยในเกาหลี ภาพของ 'โจ๊กเย็น' สื่อว่าแทบไม่ต้องออกแรง สำนวนนี้เลยให้ความรู้สึกใช้ได้ทุกวันและไม่เป็นทางการเกินไป

눈코 뜰 새 없다

ความหมาย: ยุ่งมาก ไม่มีเวลาแม้แต่จะลืมตาหรือเปิดจมูก
การออกเสียง: noon-koh tteul seh eop-ttah

นี่คือการพูดเกินจริงแบบเกาหลีมากๆ ภาพชัด แต่ไม่หยาบ

ไม่เป็นทางการ

/noon-koh tteul seh eop-suh-ssuh/

ความหมายตามตัวอักษร: No time to open eyes and nose.

요즘 일이 너무 많아서 눈코 뜰 새 없어.

These days I have so much work that I'm swamped.

🌍

คุณจะได้ยินในที่ทำงานและที่โรงเรียน เป็นวิธีบอกว่ายุ่งที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทำให้ดูดราม่า

발이 넓다

ความหมาย: มีคอนเนกชันกว้าง รู้จักคนเยอะ
การออกเสียง: bah-ree neolb-ttah

มีประโยชน์เวลาพูดถึงคนที่มีเส้นสายหรือรู้จักคนเยอะ ใช้ชมก็ได้ หรือแซวเบาๆ ก็ได้

ไม่เป็นทางการ

/bah-ree jin-jjah neolb-ttah/

ความหมายตามตัวอักษร: Your feet are wide.

너 발이 넓어서 이런 정보도 다 아네.

You know everyone, you even know information like this.

🌍

ในเกาหลี การแนะนำและคอนเนกชันสำคัญในหลายบริบท สำนวนนี้มักโผล่เมื่อใครสักคนดูเหมือนมีคนรู้จักสำหรับทุกเรื่อง

손이 크다

ความหมาย: ใจกว้าง มักหมายถึงตักอาหารให้เยอะหรือเตรียมเยอะ
การออกเสียง: soh-nee keu-dah

คุณจะได้ยินบ่อยในมื้อครอบครัวและงานรวมญาติ โดยมากเป็นคำชม

สุภาพ

/uh-muh, soh-nee keu-shee-neh-yoh/

ความหมายตามตัวอักษร: Your hands are big.

이렇게 많이 준비하셨어요? 손이 크시네요.

You prepared this much? You're so generous.

🌍

ความใจกว้างเรื่องอาหารเป็นสัญญาณทางสังคมที่สำคัญ การบอกว่าใคร 손이 크다 มักชมเรื่องการต้อนรับ โดยเฉพาะกับญาติผู้ใหญ่หรือเจ้าบ้าน

입이 무겁다

ความหมาย: เก็บความลับเก่ง ปากหนัก
การออกเสียง: ee-bee moo-geop-ttah

นี่เป็นคำชมที่มีค่าสูงในสังคมเกาหลี สื่อว่าไว้ใจได้

ไม่เป็นทางการ

/jyeh-neun ee-bee moo-geh-woh/

ความหมายตามตัวอักษร: Their mouth is heavy.

걱정 마, 나는 입이 무거워.

Don't worry, I can keep a secret.

🌍

เพราะความกลมเกลียวของกลุ่มสำคัญ การเก็บข้อมูลส่วนตัวได้จึงได้รับการยอมรับทางสังคม สำนวนนี้พบได้บ่อยทั้งในกลุ่มเพื่อนและที่ทำงาน

입이 가볍다

ความหมาย: ปากเบา ชอบหลุดความลับ
การออกเสียง: ee-bee gah-byeop-ttah

นี่คือฝั่งตรงข้ามของ 입이 무겁다 มักใช้แบบล้อเล่น แต่ก็แทงใจได้

ไม่เป็นทางการ

/nuh ee-bee nuh-moo gah-byeo-woh/

ความหมายตามตัวอักษร: Your mouth is light.

그 얘기 아무한테도 하지 마. 쟤 입이 가벼워.

Don't tell that to anyone. They can't keep secrets.

🌍

กลุ่มคนเกาหลีมักสนิทกัน ข่าวลือเลยกระจายเร็ว สำนวนนี้เป็นคำเตือนทางสังคม แม้จะพูดพร้อมหัวเราะก็ตาม

귀가 얇다

ความหมาย: เชื่อคนง่าย หูเบา ถูกชักจูงง่าย
การออกเสียง: gwee-gah yahlb-ttah

คุณจะได้ยินเวลามีคนซื้อของตามกระแส หรือเปลี่ยนความเห็นเร็ว

ไม่เป็นทางการ

/nuh gwee-gah yahlb-ttah/

ความหมายตามตัวอักษร: Your ears are thin.

또 샀어? 너 진짜 귀가 얇다.

You bought it again? You're really easily influenced.

🌍

เจอบ่อยกับเทรนด์ เครื่องสำอาง และคำแนะนำจากคนรอบตัว มักเป็นการแซวแบบเอ็นดูในหมู่เพื่อน

눈이 높다

ความหมาย: มาตรฐานสูง เลือกมาก (มักใช้กับเรื่องเดตหรือรสนิยม)
การออกเสียง: noo-nee noh-ptah

พบบ่อยมากในบทสนทนาเรื่องเดตและช้อปปิ้ง โทนขึ้นอยู่กับบริบท

ไม่เป็นทางการ

/noo-nee nuh-moo noh-bah/

ความหมายตามตัวอักษร: Your eyes are high.

소개팅이 마음에 안 든다고? 너 눈이 높다.

You didn't like your blind date? You have high standards.

🌍

คุณจะได้ยินในเรื่องคู่เดต อพาร์ตเมนต์ และแบรนด์ต่างๆ ใช้หยอกก็ได้ แต่ก็ใช้ตำหนิว่าเลือกมากเกินไปได้เหมือนกัน

눈이 빠지게 기다리다

ความหมาย: รอนานจนตาจะหลุด
การออกเสียง: noo-nee ppah-jji-geh kee-dah-ree-dah

ดราม่าแบบตลกๆ เลยเหมาะกับแชตและการบ่นแบบหยอก

ไม่เป็นทางการ

/noo ppah-jji-geh kee-dah-ryeot-jjah-nah/

ความหมายตามตัวอักษร: Wait until your eyes fall out.

너무 늦었어. 나 눈 빠지게 기다렸어.

You're so late. I've been waiting forever.

🌍

ภาษาเกาหลีใช้ภาพร่างกายเพื่อเน้นความรู้สึกบ่อย สำนวนนี้เจอได้ในบทสนทนาคู่รักและเพื่อน โดยเฉพาะในข้อความ

말도 안 돼

ความหมาย: เป็นไปไม่ได้ ไม่สมเหตุสมผล
การออกเสียง: mahl-doh ahn dweh

นี่เป็นประโยคโต้ตอบที่ใช้ได้คุ้มมากในภาษาเกาหลี ทำให้สุภาพได้ด้วย 말도 안 돼요

ไม่เป็นทางการ

/mahl-doh ahn dweh/

ความหมายตามตัวอักษร: It doesn't even become words.

그 사람이 너한테 고백했다고? 말도 안 돼.

He confessed to you? No way.

🌍

คุณจะได้ยินตลอดในซีรีส์ ใช้แสดงความไม่เชื่อ ความหงุดหงิด หรือช็อกแบบเล่นๆ ได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง

어쩔 수 없어

ความหมาย: ช่วยไม่ได้
การออกเสียง: uh-jjeol soo eop-suh

เป็นวลีที่ให้ความรู้สึกแบบเกาหลีมาก เพราะยอมรับข้อจำกัดแล้วไปต่อ ฟังดูยอมจำนน แต่ไม่เย็นชา

ไม่เป็นทางการ

/uh-jjeol soo eop-suh/

ความหมายตามตัวอักษร: There is no way to do anything.

비가 오네. 어쩔 수 없지.

It's raining. It can't be helped.

🌍

พบบ่อยเวลาแผนเปลี่ยน ใช้ปิดการโต้เถียงแบบนุ่มๆ ได้ด้วยการยอมรับความจริง

다행이다

ความหมาย: โล่งอก โชคดี
การออกเสียง: dah-haeng-ee-dah

เป็นคำที่ปลอดภัยและใช้บ่อย ใช้แบบสุภาพได้ด้วย: 다행이에요

ไม่เป็นทางการ

/dah-haeng-ee-dah/

ความหมายตามตัวอักษร: It is fortunate.

큰일 날 뻔했네. 다행이다.

That was almost a big problem. What a relief.

🌍

คนเกาหลีมักแสดงความโล่งอกออกมาตรงๆ ในบทสนทนา เป็นสัญญาณความเห็นอกเห็นใจเล็กๆ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเล่าเรื่องแย่ที่สุดท้ายไม่เป็นอะไร

속이 시원하다

ความหมาย: โล่งใจ รู้สึกสดชื่นข้างใน เหมือนท้องเย็น
การออกเสียง: soh-gee shee-won-hah-dah

ใช้หลังจากพูดสิ่งที่ต้องพูด หรือหลังแก้ปัญหาได้

ไม่เป็นทางการ

/ee-jeh soh-gee shee-won-hah-dah/

ความหมายตามตัวอักษร: My insides feel cool.

할 말 다 했더니 속이 시원해.

After saying everything I needed to say, I feel relieved.

🌍

ภาษาเกาหลีมักผูกอารมณ์กับร่างกาย สำนวนนี้เจอบ่อยหลังเผชิญหน้ากับใครสักคน หรือทำงานเครียดๆ เสร็จ

속이 타다

ความหมาย: ร้อนรุ่มข้างในเพราะกังวลหรือใจร้อน
การออกเสียง: soh-gee tah-dah

เป็นสำนวนอารมณ์แรง แต่ไม่หยาบ พบได้บ่อยในบทสนทนาครอบครัว

ไม่เป็นทางการ

/soh-gee tah-suh jahm-ee ahn wah/

ความหมายตามตัวอักษร: My insides are burning.

연락이 없으니까 속이 탄다.

Because there's no contact, I'm burning with worry.

🌍

พ่อแม่พูดถึงลูกได้ คู่รักก็พูดถึงความเงียบได้ สื่อความกระวนกระวายใจร้อนมากกว่าความโกรธ

가슴이 철렁하다

ความหมาย: ใจหล่น วูบตกใจฉับพลัน
การออกเสียง: gah-seu-mee cheol-leong-hah-dah

คุณจะได้ยินหลังเหตุการณ์เฉียดฉิว สายโทรกะทันหัน หรือข่าวร้ายแบบไม่ทันตั้งตัว

ไม่เป็นทางการ

/gah-seu-mee cheol-leong-hae-ssuh/

ความหมายตามตัวอักษร: My chest clunked.

갑자기 이름 부르길래 가슴이 철렁했어.

When they suddenly called my name, my heart dropped.

🌍

철렁 เป็นคำเลียนเสียงของของหนักตกลงมา ภาษาเกาหลีใช้คำเลียนเสียงและคำสื่อภาพบ่อย และช่วยให้ภาษาพูดดูชัดขึ้น

뚜껑 열리다

ความหมาย: โมโหจัด ฝาเปิดปุ๊บ
การออกเสียง: ttoo-kkeong yeol-ree-dah

พบบ่อย แต่สื่อว่าโกรธจริง ใช้อย่างระวัง

ไม่เป็นทางการ

/nah ttoo-kkeong yeol-ryeo-ssuh/

ความหมายตามตัวอักษร: My lid opened.

그 말 듣고 뚜껑 열릴 뻔했어.

After hearing that, I almost lost it.

🌍

ภาพ 'ฝา' เป็นสิ่งที่คนเกาหลีเข้าใจร่วมกัน มักใช้บรรยายความโกรธที่พุ่งขึ้นทันที โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่รู้สึกไม่ยุติธรรม

열 받다

ความหมาย: เดือดขึ้นมา หงุดหงิดหรือโกรธ
การออกเสียง: yeol bahd-ttah

ใช้บ่อยมากในภาษาพูดแบบกันเอง จะเบาหรือแรงขึ้นอยู่กับน้ำเสียง

ไม่เป็นทางการ

/geu-guh ttae-moon-eh yeol bahd-ah-ssuh/

ความหมายตามตัวอักษร: I received heat.

댓글 보고 열 받았어.

I got heated after reading the comments.

🌍

열 (ความร้อน) เป็นอุปมาเรื่องความโกรธที่พบบ่อยในเกาหลี คุณจะได้ยินในคำบ่นประจำวัน โดยเฉพาะบริบทออนไลน์

콩깍지가 씌다

ความหมาย: ตาบอดเพราะความรัก มองผ่านแว่นสีชมพู
การออกเสียง: kong-kkahk-jjee-gah sswee-dah

เป็นประโยคแซวคู่รักแบบคลาสสิก โทนเล่นๆ ไม่เป็นทางการ

ไม่เป็นทางการ

/kong-kkahk-jjee-gah sswee-eot-neh/

ความหมายตามตัวอักษร: A bean pod shell is covering you.

단점이 안 보인다고? 콩깍지가 씌었네.

You can't see their flaws? You're blinded by love.

🌍

ภาพคือมีเปลือกมาบังตา เจอบ่อยในครอบครัวที่แซวกัน โดยเฉพาะกับคนที่เพิ่งเริ่มคบ

김칫국부터 마시다

ความหมาย: ดีใจล่วงหน้า คิดว่าจะสำเร็จก่อนเวลา
การออกเสียง: gim-chee-gook-boo-tuh mah-shee-dah

เป็นสำนวนอาหารที่เกาหลีมาก ใช้แซวการฉลองก่อนรู้ผล

ไม่เป็นทางการ

/gim-chee-gook-boo-tuh mah-shee-jee mah/

ความหมายตามตัวอักษร: Don't drink the kimchi soup first.

아직 합격한 거 아니야. 김칫국부터 마시지 마.

You haven't passed yet. Don't get ahead of yourself.

🌍

ซุปกิมจิถูกนึกภาพว่าเป็นส่วนหนึ่งของมื้อฉลอง สำนวนนี้เตือนว่าอย่าทำเหมือนงานเลี้ยงเริ่มแล้ว ทั้งที่ยังไม่สำเร็จ

그림의 떡

ความหมาย: อยากได้แต่เอื้อมไม่ถึง เหมือนขนมต็อกในรูป
การออกเสียง: geu-rim-eh tteok

พบบ่อยเวลาเล่าถึงของแพง เวลา หรือโอกาส

ไม่เป็นทางการ

/nah-hahn-ten geu-rim-eh tteok-ee-yah/

ความหมายตามตัวอักษร: A rice cake in a picture.

그 집은 너무 비싸서 나한텐 그림의 떡이야.

That house is so expensive that it's out of reach for me.

🌍

떡 (ขนมต็อก) เป็นของกินที่คุ้นเคย รูปของมันชวนอยากแต่กินไม่ได้ สำนวนนี้เลยเข้าใจง่ายสำหรับคนเกาหลี

고생 끝에 낙이 온다

ความหมาย: ลำบากก่อนแล้วค่อยสุขทีหลัง
การออกเสียง: goh-saeng kkeut-eh nah-gee ohn-dah

ใกล้เคียงสุภาษิต และคุณจะได้ยินจากผู้ใหญ่หรือในคำพูดให้กำลังใจ

เป็นทางการ

/goh-saeng kkeut-eh nah-gee ohn-dah/

ความหมายตามตัวอักษร: After hardship, pleasure comes.

지금 힘들어도 고생 끝에 낙이 온다.

Even if it's hard now, it'll be worth it in the end.

🌍

เข้ากับวัฒนธรรมการสอบและบทสนทนาเรื่องงาน มักพูดกับรุ่นน้อง และฟังดูให้กำลังใจมากกว่าซึ้งเกินไป

하늘의 별 따기

ความหมาย: ยากมาก เหมือนเด็ดดาวจากฟ้า
การออกเสียง: hah-neul-eh byeol ttah-gee

เป็นวิธีพูดแบบดราม่าแต่ใช้จริง เพื่อบอกว่าแทบเป็นไปไม่ได้

ไม่เป็นทางการ

/geu-geon hah-neul-eh byeol ttah-gee-yah/

ความหมายตามตัวอักษร: Picking a star from the sky.

요즘 그 가격에 집 구하는 건 하늘의 별 따기야.

These days, finding a house at that price is almost impossible.

🌍

คุณจะได้ยินในเรื่องบ้านและงาน เป็นสำนวนภาพชัดที่ฟังเป็นธรรมชาติในคำบ่นเรื่อง 현실 (ความเป็นจริง)

바늘 가는 데 실 간다

ความหมาย: เข็มไปไหน ด้ายไปด้วย สองสิ่งมาคู่กันเสมอ
การออกเสียง: bah-neul gah-neun-deh seel gahn-dah

ใช้เมื่อสองคนติดกันตลอด หรือเมื่อสิ่งหนึ่งมักตามมาอีกสิ่งหนึ่งโดยธรรมชาติ

ไม่เป็นทางการ

/bah-neul gah-neun-deh seel gah-jee/

ความหมายตามตัวอักษร: Where the needle goes, the thread goes.

걔네는 바늘 가는 데 실 가듯이 항상 같이 다녀.

Those two always go together like needle and thread.

🌍

สุภาษิตนี้คนหลายรุ่นรู้จัก ใช้เอ็นดูได้ แต่ก็อาจสื่อว่าใครบางคนไม่ค่อยทำอะไรเอง

원숭이도 나무에서 떨어진다

ความหมาย: ต่อให้เก่งก็พลาดได้
การออกเสียง: won-soong-ee-doh nah-moo-eh-suh tteol-luh-jin-dah

เป็นวิธีปลอบใจแบบนุ่มๆ หลังทำพลาด รวมถึงปลอบตัวเองได้ด้วย

เป็นทางการ

/won-soong-ee-doh nah-moo-eh-suh tteol-luh-jin-dah/

ความหมายตามตัวอักษร: Even monkeys fall from trees.

실수할 수도 있지. 원숭이도 나무에서 떨어진다잖아.

You can make mistakes. They say even monkeys fall from trees.

🌍

สุภาษิตเกาหลีมักใช้อสัตว์ให้ข้อคิดแบบชีวิตประจำวัน อันนี้คนส่วนใหญ่เข้าใจ และแทบไม่ฟังดูแปลกถ้าใช้ถูกจังหวะ

일석이조

ความหมาย: ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทำอย่างเดียวได้ประโยชน์สองอย่าง
การออกเสียง: eel-seok-ee-joh

เป็น 사자성어 ที่ยังให้ความรู้สึกทันสมัย คุณจะเห็นในโฆษณาและพาดหัวข่าวด้วย

ไม่เป็นทางการ

/eel-seok-ee-joh-neh/

ความหมายตามตัวอักษร: One stone, two birds.

운동도 하고 친구도 만나고, 일석이조네.

You work out and meet a friend, two birds with one stone.

🌍

สำนวนสี่ตัวอักษรมักให้ความรู้สึก 'มีการศึกษา' นิดๆ แต่ 일석이조 ใช้บ่อยมากจนพูดกันเองได้ โดยเฉพาะเป็นประโยคสรุปสั้นๆ

금상첨화

ความหมาย: ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เหมือนเติมดอกไม้บนผ้าไหมลายงาม
การออกเสียง: geum-sahng-cheom-hwa

เป็นอีก 사자성어 ใช้เมื่อสิ่งที่ดีอยู่แล้วดีขึ้นไปอีก

ไม่เป็นทางการ

/ee-geon geum-sahng-cheom-hwa-jee/

ความหมายตามตัวอักษร: Adding flowers on brocade.

맛도 좋은데 가격도 싸? 금상첨화네.

It tastes good and it's cheap? That's the icing on the cake.

🌍

คุณจะได้ยินในรีวิวและคำชม ฟังดูเป็นทางการนิดๆ แต่ใช้บ่อยพอที่จะพูดแบบเล่นๆ ได้

새옹지마

ความหมาย: โชคดีโชคร้ายสลับกันได้ ไม่มีใครรู้
การออกเสียง: seh-ong-jee-mah

เป็นสำนวนคลาสสิกที่คนรู้จักมาก ปรากฏในข่าว บทความ และบางครั้งในบทสนทนาแบบครุ่นคิด

ไม่เป็นทางการ

/een-saeng-eun seh-ong-jee-mah-yah/

ความหมายตามตัวอักษร: The old man at the frontier's horse.

지금은 힘들어도 인생은 새옹지마야.

Even if it's hard now, you never know what will happen in life.

🌍

อันนี้ออกแนววรรณศิลป์มากกว่าสแลงประจำวัน แต่คนเกาหลีจำนวนมากรู้จัก เหมาะกับฉากครุ่นคิดในซีรีส์และบทสนทนาจริงจัง

สำนวนเหล่านี้โผล่ในบทสนทนาภาษาเกาหลีจริงอย่างไร

บทสนทนาภาษาเกาหลีมักใช้สำนวนเป็นทางลัดทางอารมณ์ แทนที่จะอธิบายทั้งสถานการณ์ ผู้พูดจะโยนวลีเดียว แล้วคาดหวังให้ผู้ฟังเดาเรื่องที่เหลือ

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ภาษาเกาหลีในซีรีส์อาจฟังดูเร็ว แม้ไวยากรณ์จะไม่ยาก ถ้าคุณกำลังฝึกหู ให้จับคู่สำนวนกับคำพื้นฐานที่เจอบ่อย เช่นใน ลิสต์ 100 คำภาษาเกาหลีที่พบบ่อยที่สุด เพื่อให้คุณจับได้ทั้งวลีคงรูปและคำเชื่อมรอบๆ

3 แพตเทิร์นที่คุณจะได้ยินบ่อยที่สุด

  1. ประโยคโต้ตอบ: 말도 안 돼, 다행이다, 어쩔 수 없어.
  2. ติดป้ายคน: 발이 넓다, 귀가 얇다, 입이 무겁다.
  3. อุปมาร่างกายด้านอารมณ์: 속이 타다, 속이 시원하다, 가슴이 철렁하다.

ถ้าคุณเรียนอย่างละหนึ่งจากแต่ละแพตเทิร์น การฟังจะดีขึ้นเร็ว เพราะคุณเริ่มเดาได้ว่าอะไรจะตามมา

ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนพบบ่อย (และวิธีเลี่ยง)

ข้อผิดพลาด 1: ใช้สำนวนกับระดับคำพูดผิด

ตัวสำนวนคงรูป แต่คำลงท้ายไม่คงรูป คุณพูดได้ว่า 눈코 뜰 새 없어요 (polite) หรือ 눈코 뜰 새 없어 (casual) ถ้าคุณใช้คำลงท้ายกันเองกับรุ่นพี่ในที่ทำงาน ปัญหาไม่ใช่สำนวน แต่เป็นตัวบอกความสัมพันธ์

ถ้าคุณอยากทบทวนแบบเร็วเรื่องการเปิดและปิดประโยคแบบสุภาพกับกันเอง กลับไปดู วิธีพูดสวัสดีเป็นภาษาเกาหลี และ วิธีพูดลาก่อนเป็นภาษาเกาหลี

ข้อผิดพลาด 2: ใช้สุภาษิตเหมือนคุยเล่นประจำวัน

สุภาษิตอย่าง 고생 끝에 낙이 온다 อาจฟังดูหนัก ถ้าคุณโยนใส่แชตเบาๆ ใช้เมื่อบทสนทนาจริงจังอยู่แล้ว หรือเมื่อคุณตั้งใจให้กำลังใจอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

กฎง่ายๆ คือ ถ้าคุณไม่พูดประโยคแบบนั้นเป็นภาษาไทยกับเพื่อนสนิทในข้อความสบายๆ ก็อย่าฝืนใช้ในภาษาเกาหลี

ข้อผิดพลาด 3: ลอกประโยคโกรธดราม่าจากซีรีส์

สำนวนอย่าง 뚜껑 열리다 และ 열 받다 ใช้จริง แต่ซีรีส์มักขยายอารมณ์ ถ้าคุณใช้เร็วเกินไปในฐานะผู้เรียน คุณอาจฟังดูแรงกว่าที่ตั้งใจ

การเข้าใจระดับภาษานั้นมีประโยชน์ แต่ถ้าคุณอยากรู้เส้นแบ่ง ลองเทียบกับภาษาที่แรงกว่านี้ใน คำหยาบภาษาเกาหลี เพื่อฟังความต่างระหว่างความหงุดหงิดกับการด่า

วิธีที่ใช้ได้จริงในการเรียนสำนวนด้วยคลิปหนังและทีวี

สำนวนจะติดที่สุดเมื่อคุณผูกมันกับฉาก ความสัมพันธ์ และน้ำเสียง นั่นคือวิธีที่คนเกาหลีเรียนจริง ผ่านการได้ยินซ้ำๆ ในบ้าน ในโรงเรียน และในสื่อ

Claire Kramsch ใน Language and Culture เน้นว่า ความหมายไม่ได้อยู่แค่ในคำ แต่อยู่ในบริบททางสังคมและการตีความด้วย สำนวนคือสิ่งนั้นพอดี มันเป็นสัญญาณทางวัฒนธรรมแบบย่อ ที่จะเข้าใจเต็มๆ ได้เมื่อคุณรู้ว่าใครพูด และพูดทำไม

ถ้าคุณอยากสร้างทักษะนี้แบบเป็นระบบ ให้ใช้คลิปสั้นๆ ที่คุณรีเพลย์ประโยคเดิมได้ และฝึกพูดตามน้ำเสียง (shadow) การฝึกแบบคลิปของ Wordy ออกแบบมาเพื่อการเรียนแบบเป็นก้อนนี้ โดยเฉพาะประโยคโต้ตอบอย่าง 말도 안 돼 และสำนวนอารมณ์อย่าง 가슴이 철렁하다

💡 รูทีนฝึกสั้นๆ (10 นาที)

  1. ฟังหนึ่งรอบโดยไม่ดูซับ แล้วเดาอารมณ์
  2. อ่านซับ แล้วระบุส่วนที่เป็นวลีคงรูป
  3. พูดซ้ำวลีนั้น 10 ครั้ง โดยคงจังหวะเดิม
  4. แต่งประโยคใหม่ 1 ประโยคด้วยวลีเดิม เปลี่ยนแค่คำนามหรือหัวข้อ

เมื่อสำนวนทับซ้อนกับภาษาจีบและความรัก

บางสำนวนโผล่บ่อยในบทสนทนาคู่รัก โดยเฉพาะสำนวนแซวอย่าง 콩깍지가 씌다 และสำนวนบ่นเรื่องรออย่าง 눈 빠지게 기다리다 ถ้าคุณกำลังเรียนภาษาเกาหลีสายโรแมนติก ให้เชื่อมสำนวนเหล่านี้กับประโยคบอกรักที่ตรงกว่าใน คู่มือวิธีพูดว่ารักเป็นภาษาเกาหลี เพื่อให้คุณบาลานซ์ความแซวกับความอบอุ่น

แพตเทิร์นที่พบบ่อยในคู่รักเกาหลีคือ บ่นแบบเล่นๆ แล้วตามด้วยการทำให้นุ่มลง การทำให้นุ่มลงอาจเป็นน้ำเสียงน่ารัก ชื่อเล่น หรือประโยคหวานสั้นๆ หลังบ่น

สรุป: ชุดที่ควรเริ่มเรียนก่อนเพื่อให้เร็วที่สุด

ถ้าคุณจะเรียนแค่ 5 สำนวนจากคู่มือนี้ ให้เริ่มจากชุดนี้ เพราะพบบ่อยและปลอดภัยทางสังคม:

  • 말도 안 돼 (mahl-doh ahn dweh)
  • 다행이다 (dah-haeng-ee-dah)
  • 어쩔 수 없어 (uh-jjeol soo eop-suh)
  • 눈코 뜰 새 없다 (noon-koh tteul seh eop-ttah)
  • 가슴이 철렁하다 (gah-seu-mee cheol-leong-hah-dah)

จากนั้นเพิ่มสำนวนติดป้ายคน 1 อัน (입이 무겁다) และสำนวนแซวความรัก 1 อัน (콩깍지가 씌다) ชุดนี้ครอบคลุมปฏิกิริยาประจำวัน ความเห็นอกเห็นใจ ความยุ่ง ความไว้ใจ และบทสนทนาเรื่องความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณได้ยินส่วนใหญ่ในสื่อเกาหลีสมัยใหม่

ถ้าคุณอยากฝึกฟังแบบมีโครงสร้างมากขึ้น ให้เริ่มจากคำทักทายและคำลาใน สวัสดีเป็นภาษาเกาหลี และ ลาก่อนเป็นภาษาเกาหลี แล้วค่อยกลับมาใส่สำนวนเหล่านี้ลงในฉากเดิมๆ

คำถามที่พบบ่อย

สำนวนเกาหลีกับประโยคใช้บ่อยภาษาเกาหลีต่างกันอย่างไร
ในภาษาเกาหลี สำนวน (관용구) คือวลีตายตัวที่ความหมายไม่ตรงตัวทั้งหมด เช่น 발이 넓다 ส่วนประโยคใช้บ่อยในชีวิตประจำวันอาจเป็นสำนวนได้เหมือนกัน แต่บางครั้งเป็นประโยคโต้ตอบที่ใช้บ่อย (เช่น 말도 안 돼) และยังใกล้ความหมายตรงตัวมากกว่า
สำนวนเกาหลีใช้ในสถานการณ์ทางการได้ไหม
บางสำนวนใช้ได้ในภาษาสุภาพ โดยเฉพาะสำนวนกลางๆ เช่น 눈코 뜰 새 없다 หรือ 식은 죽 먹기 แต่บางสำนวนเป็นกันเอง ใช้แซว หรือค่อนข้างตรง เช่น 콩깍지가 씌다 หรือ 뚜껑 열리다 ในที่ทำงานให้เลือกระดับภาษาก่อน แล้วค่อยใส่สำนวนแบบพอดีๆ
คนเกาหลีใช้ 사자성어 ในบทสนทนาประจำวันจริงไหม
น้อยกว่าสมัยก่อน แต่ยังเห็นในพาดหัวข่าว สุนทรพจน์ บริบทในโรงเรียน และบางครั้งในบทสนทนาที่เล่นคำ หลายคนรู้จักคำที่พบบ่อยอย่าง 일석이조 ในการคุยสบายๆ คนมักเลือกสำนวนสมัยใหม่ที่สั้นกว่าแทนสำนวนคลาสสิก 4 ตัวอักษร
จะเรียนประโยคจากซีรีส์เกาหลีอย่างไรโดยไม่เผลอพูดหยาบ
ให้ดูว่าใครพูดกับใคร และดูคำลงท้ายตามระดับภาษา ตัวละครอาจใช้ 반말 กับเพื่อน แต่ใช้ 존댓말 กับผู้ใหญ่ ควรฟังจากซีรีส์ควบคู่กับไกด์เรื่องระดับภาษา เช่น [วิธีทักทายในภาษาเกาหลี](/blog/how-to-say-hello-in-korean) เพื่อไม่เผลอใช้ถ้อยคำสนิทเกินไปหรือดูดูถูก
มือใหม่ควรใช้ประโยคภาษาเกาหลีอะไรที่ปลอดภัยที่สุด
เริ่มจากประโยคโต้ตอบที่เป็นกลางและใช้บ่อย ซึ่งทำให้สุภาพได้ เช่น 말도 안 돼, 다행이다, 어쩔 수 없어 และ 눈코 뜰 새 없다 ปรับให้สุภาพด้วยคำลงท้ายอย่าง -요 และน้ำเสียง หลีกเลี่ยงสำนวนเกี่ยวกับความโกรธจนกว่าจะคุมระดับภาษาและบริบทได้

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Ethnologue, ภาษาเกาหลี (kor), ฉบับที่ 27, 2024
  2. National Institute of Korean Language (국립국어원), พจนานุกรมภาษาเกาหลีมาตรฐาน (표준국어대사전), เข้าถึงเมื่อ 2026
  3. National Institute of Korean Language (국립국어원), แหล่งข้อมูลภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี, เข้าถึงเมื่อ 2026
  4. King Sejong Institute Foundation, แหล่งข้อมูลการเรียนภาษาเกาหลี, เข้าถึงเมื่อ 2026

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม