คำตอบด่วน
ภาษาเยอรมันมีกาลอนาคต 2 แบบคือ Futur I และ Futur II แต่ในการพูดประจำวันคนเยอรมันมักใช้กาลปัจจุบันร่วมกับคำบอกเวลาแทน ใช้ Futur I (werden + infinitive) เป็นหลักเมื่อพูดคาดการณ์ ให้สัญญา หรือแผนที่เป็นทางการ ใช้ Futur II (werden + past participle + haben/sein) เพื่อคาดว่าอะไรจะเสร็จสิ้นภายในจุดเวลาในอนาคต หรือเพื่อเดาเรื่องในอดีต
กาลอนาคตในภาษาเยอรมันง่ายกว่าที่คิด คนเยอรมันมักพูดถึงอนาคตด้วยกาลปัจจุบันร่วมกับคำบอกเวลา และใช้ Futur I (werden + infinitive) เป็นหลักเพื่อการคาดการณ์ คำสัญญา และแผนที่เป็นทางการ ส่วน Futur II ใช้บ่อยกับการคาดเดาว่าสิ่งใดเสร็จแล้ว หรือจะเสร็จภายในเวลาหนึ่ง
ภาษาเยอรมันเป็นหนึ่งในภาษาหลักของโลก มีเจ้าของภาษาราว 90 ล้านคน และมีผู้ใช้เป็นภาษาที่สองอีกมากทั่วทวีปยุโรปและที่อื่นๆ (Ethnologue, 27th edition, 2024) นั่นหมายความว่าคุณจะได้ยินความหลากหลายตามภูมิภาคเยอะ แต่รูปแบบหลักของการพูดถึงอนาคตค่อนข้างคงที่
ถ้าคุณกำลังปูพื้นฐาน การจับคู่ไวยากรณ์กับภาษาพูดจริงจะช่วยมาก เริ่มจากประโยคเปิดบทสนทนาในชีวิตประจำวัน เช่นใน วิธีพูดทักทายในภาษาเยอรมัน แล้วค่อยกลับมาดูรูป Futur เมื่อคุณเริ่มจำแนกรูปลงท้ายของกริยาได้แล้ว
3 วิธีที่ภาษาเยอรมันใช้พูดถึงอนาคต
ภาษาเยอรมันมีกาลอนาคตตามไวยากรณ์ 2 แบบ แต่ภาษาเยอรมันในชีวิตประจำวันพึ่งพาอีกทางเลือกหนึ่งมาก คือกาลปัจจุบันที่มีคำบอกเวลาอนาคต Duden และ Goethe-Institut ต่างก็ชี้ว่านี่คือการใช้ปกติ ไม่ใช่สแลงหรือความขี้เกียจ
1) กาลปัจจุบัน + คำบอกเวลา (พบบ่อยที่สุดในการสนทนา)
นี่คือรูปแบบที่คุณจะได้ยินตลอด:
- Ich komme morgen. (ฉันจะมาพรุ่งนี้)
- Wir treffen uns nächste Woche. (เราจะเจอกันสัปดาห์หน้า)
- In zwei Minuten bin ich da. (อีกสองนาทีฉันจะถึง)
กริยาเป็นกาลปัจจุบัน แต่กลุ่มคำบอกเวลาทำให้ความหมายเป็นอนาคต รูปแบบนี้พบบ่อยมากเมื่อแผนถูกนัดไว้แล้ว หรือรู้สึกว่าแน่นอน
💡 กฎเร็วๆ ที่ใช้ได้จริง
ถ้าคุณใส่คำบอกเวลาที่ชัดเจนได้ เช่น "morgen", "gleich", "später", "nächste Woche" หรือ "in zwei Stunden" กาลปัจจุบันมักเป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาเยอรมันพูด
2) Futur I: werden + infinitive (ท่าที การคาดการณ์ โทนทางการ)
Futur I สร้างด้วย werden เป็นกริยาช่วย และวาง infinitive ไว้ท้ายประโยค:
- Ich werde morgen kommen. (ฉันจะมาพรุ่งนี้)
- Es wird regnen. (ฝนจะตก)
- Du wirst das schaffen. (คุณจะทำได้)
ในการใช้จริง Futur I มักเพิ่มชั้นความหมาย เช่น การคาดการณ์ คำสัญญา การให้กำลังใจ หรือโทนทางการ ชั้นความหมายเชิงปฏิบัติแบบนี้ทำให้มันยังมีประโยชน์ แม้ว่ากาลปัจจุบันจะใช้พูดถึงอนาคตได้เหมือนกัน
3) Futur II: werden + Partizip II + haben/sein (ความเสร็จสิ้นหรือการคาดเดา)
Futur II ดูหนัก แต่มีระบบชัดเจน:
- Ich werde es bis morgen gemacht haben. (ฉันจะทำมันเสร็จภายในพรุ่งนี้)
- Er wird schon angekommen sein. (เขาน่าจะมาถึงแล้ว, เป็นการคาดเดาของผู้พูด)
จุดสำคัญด้านการใช้จริง: ในภาษาเยอรมันชีวิตประจำวัน Futur II มักใช้เพื่อ คาดเดา จากหลักฐาน ไม่ได้ใช้แค่ความหมายว่าเสร็จสิ้นในอนาคตเท่านั้น หน้าที่แบบ “การสันนิษฐาน” นี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนเยอรมันยังใช้ Futur II ในภาษาพูด
Futur I: วิธีสร้างรูป (และออกเสียงให้ชัด)
Futur I มีส่วนที่เปลี่ยนรูปจริงๆ แค่ werden ส่วนที่เหลือคงเป็น infinitive
สูตร Futur I
werden (ผันตามประธาน) + ... + infinitive (ท้ายประโยค)
| บุคคล | การผัน "werden" | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ich | werde | Ich werde gehen. |
| du | wirst | Du wirst bleiben. |
| er/sie/es | wird | Es wird klappen. |
| wir | werden | Wir werden sehen. |
| ihr | werdet | Ihr werdet lachen. |
| sie/Sie | werden | Sie werden anfangen. |
จุดยึดการออกเสียง (โดยประมาณ):
- werden เมื่อเป็นกริยาช่วย: VEHR-den
- wirst: VEERST
- wird: VEERT
คำประมาณเสียงเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนไม่อ่าน "w" แบบภาษาอังกฤษ ในภาษาเยอรมัน w ใกล้กับเสียง v ในภาษาอังกฤษมากกว่า
ลำดับคำใน Futur I (infinitive ไปท้ายประโยค)
กฎลำดับคำของภาษาเยอรมันยังใช้เหมือนเดิม ประเด็นสำคัญคือกริยาหลักในรูป infinitive จะถูกดันไปท้ายประโยค
- Ich werde heute Abend arbeiten.
- Wir werden morgen in Berlin sein.
- Wann wirst du anrufen?
ถ้าคุณกำลังเรียนลำดับคำโดยรวมด้วย คู่มือลำดับคำภาษาเยอรมัน จะช่วยให้ประโยคกาลอนาคตรู้สึกสุ่มน้อยลงมาก
การปฏิเสธและคำวิเศษณ์
- Ich werde nicht kommen. (nicht อยู่ก่อน infinitive)
- Er wird wahrscheinlich zu spät sein. (คำวิเศษณ์มักอยู่ในช่องกลาง)
- Wir werden das nie vergessen.
เมื่อไรคนเยอรมันเลือกใช้ Futur I เทียบกับกาลปัจจุบัน
ผู้เรียนหลายคนใช้ Futur I มากเกินไป เพราะภาษาอังกฤษใช้ “will” ตลอด แต่ภาษาเยอรมันไม่จำเป็นต้องใช้บ่อยขนาดนั้น
วิธีคิดที่ช่วยได้คือ: Futur I ไม่ได้บอกแค่เวลา แต่มันบอกท่าทีของผู้พูดด้วย
การคาดการณ์ (พบบ่อยมาก)
- Es wird kalt. (อากาศจะหนาว)
- Das wird teuer. (น่าจะแพง)
- Du wirst sehen. (เดี๋ยวคุณก็จะเห็น)
ในการสนทนาภาษาเยอรมัน Das wird ... เป็นรูปแบบการคาดการณ์ที่สั้นและเป็นธรรมชาติ และยังเป็นประโยคที่เจอในหนังบ่อย ทำให้เหมาะกับการฝึกฟังจากคลิป
คำสัญญาและการรับปาก
- Ich werde dir helfen. (ฉันจะช่วยคุณ)
- Ich werde es dir morgen sagen. (ฉันจะบอกคุณพรุ่งนี้)
กาลปัจจุบันก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ Futur I อาจฟังดูตั้งใจมากกว่า โดยเฉพาะเวลาคุณกำลังให้คำมั่น
ประกาศทางการและภาษาราชการ
คุณจะเห็น Futur I ใน:
- พาดหัวข่าวและพยากรณ์อากาศ
- แถลงการณ์ของบริษัท
- ภาษากฎหมายหรือเอกสารราชการ
สิ่งนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ไวยากรณ์เชิงการใช้จริงอย่าง Helbig & Buscha อธิบาย คือกาลบางรูปยังอยู่เพราะทำหน้าที่ในบทสนทนาได้ดี ไม่ใช่เพราะผู้พูด “ต้อง” ใช้มันเพื่อบอกเส้นเวลาอย่างเดียว
🌍 ทำไม Futur I ถึงฟังดู 'เป็นทางการ'
ในที่ทำงานที่ใช้ภาษาเยอรมัน Futur I มักโผล่ในประกาศ เพราะมันวางกรอบแผนให้เป็นเจตนาที่ประกาศชัด: "Wir werden die Preise anpassen." แต่ถ้าคุยสบายๆ กับเพื่อนร่วมงาน ข้อความเดียวกันอาจใช้กาลปัจจุบัน: "Wir passen die Preise nächste Woche an."
Futur II: รูปที่ทำให้ผู้เรียนกลัว (แต่คาดเดาได้)
Futur II ดูยาวเพราะภาษาเยอรมันซ้อนกริยาท้ายประโยค แต่ตรรกะชัดเจน
สูตร Futur II
werden (ผันตามประธาน) + ... + Partizip II + haben/sein (infinitive)
ตัวอย่าง:
- Ich werde das bis Freitag erledigt haben.
- Sie wird nach Hause gegangen sein.
- Wir werden es vergessen haben.
เลือก haben หรือ sein ใน Futur II
ใช้กริยาช่วยเหมือน Perfekt:
- sein กับกริยาการเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนสภาพหลายคำ: gehen, kommen, fahren, einschlafen
- haben กับกริยาส่วนใหญ่ที่เหลือ: machen, sehen, kaufen, lernen
ถ้า Perfekt ยังไม่แน่น ให้ทบทวนสั้นๆ แล้วค่อยกลับมา Futur II โดยพื้นฐานคือ “Perfekt + werden”
ลำดับคำเมื่อมีวลีบอกเวลา
วลีบอกเวลามักช่วยให้ชัดว่าคุณหมายถึง “เสร็จภายในตอนนั้น”:
- Bis morgen werde ich es gemacht haben.
- Ich werde es bis morgen gemacht haben.
ทั้งสองแบบใช้ได้ วลี “bis ...” ย้ายตำแหน่งได้ แต่กลุ่มกริยายังคงอยู่ท้ายประโยค
⚠️ ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนทำบ่อย
อย่าวาง "haben/sein" ไว้กลางประโยค ใน Futur II ทั้ง Partizip II และกริยาช่วยในรูป infinitive ต้องไปท้ายประโยค: "Er wird angekommen sein" ไม่ใช่ "Er wird sein angekommen"
การใช้ Futur II ที่สำคัญที่สุดในชีวิตจริง: การสันนิษฐาน
ถ้าคุณเรียน Futur II แค่ว่าเป็น “future perfect” คุณจะพลาดวิธีที่คนเยอรมันใช้จริงในการสนทนา
การคาดเดาเกี่ยวกับอดีตหรือปัจจุบัน
-
Er wird schon zu Hause angekommen sein.
ความหมาย: ฉันสันนิษฐานว่าเขาน่าจะถึงบ้านแล้ว -
Sie wird das vergessen haben.
ความหมาย: เธอน่าจะลืม -
Du wirst das nicht gewusst haben.
ความหมาย: คุณน่าจะไม่รู้
นี่ไม่ใช่ของหายาก มันเป็นวิธีสรุปจากข้อมูลแบบสุภาพ และเว้นระยะเล็กน้อย โดยไม่พูดเหมือนเป็นข้อเท็จจริงแข็งๆ ในเชิงวัจนปฏิบัติ “การทำเครื่องหมายความรู้/ความมั่นใจ” แบบนี้คือความหมายที่กาลและกริยาช่วยมักแบกไว้ในการโต้ตอบจริง ซึ่งเป็นประเด็นที่พบได้ในงานเชิงพรรณนาว่าด้วยการใช้ภาษาเยอรมัน (IDS resources, accessed 2026)
Futur II เทียบกับกริยาช่วยแบบ modal สำหรับการคาดเดา
ภาษาเยอรมันยังใช้กริยาช่วยแบบ modal เพื่อคาดเดา:
- Er muss zu Hause sein. (เขาต้องอยู่บ้านแน่, การอนุมานแรง)
- Er dürfte zu Hause sein. (เขาน่าจะอยู่บ้าน, เบากว่า)
- Er wird zu Hause sein. (เขาจะอยู่บ้าน, มักมีนัยว่า “ฉันสันนิษฐาน”)
Futur I และ Futur II อาจทับซ้อนกับความหมายแบบ modal ได้ ถ้าคุณอยากฟังเป็นธรรมชาติ ให้ฟังรูปแบบเหล่านี้ในซีรีส์และหนัง แล้วเลียนแบบจังหวะการพูด
อนาคตกับกริยาช่วยแบบ modal (ทางลัดที่ใช้ได้จริง)
ถ้าคุณพูดถึงสิ่งที่ใครสักคน “ต้อง” ทำในอนาคต คุณมักไม่ต้องใช้ Futur I เลย แค่กาลปัจจุบัน + คำบอกเวลาก็พอ:
- Ich muss morgen früh arbeiten. (ฉันต้องทำงานพรุ่งนี้เช้า)
- Wir können später reden. (เราคุยกันทีหลังได้)
- Du sollst heute nicht so spät schlafen gehen. (วันนี้คุณไม่ควรนอนดึกขนาดนั้น)
ถ้าคุณใช้ Futur I ร่วมกับ modal จะเกิดการซ้อนกริยา:
- Ich werde morgen arbeiten müssen. (พรุ่งนี้ฉันจะต้องทำงาน)
รูปนี้ถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่ในการพูดสบายๆ อาจฟังดูหนักเกินจำเป็น
ถ้าอยากดูรายละเอียดของกริยากลุ่มนี้ อ่าน คู่มือกริยาช่วยแบบ modal ในภาษาเยอรมัน
คำถาม คำชวน และความสุภาพแบบ “อนาคต”
ภาษาเยอรมันมักใช้คำถามกาลปัจจุบันเพื่อพูดถึงแผนอนาคต:
- Kommst du morgen? (พรุ่งนี้คุณมาไหม)
- Gehen wir später noch was trinken? (เดี๋ยวไปดื่มอะไรสักหน่อยกันไหม)
- Wann sehen wir uns wieder? (เราจะเจอกันอีกเมื่อไร)
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่กาลอนาคตดูเหมือน “ไม่เด่น” ในภาษาเยอรมัน เพราะภาษาพึ่งพาบริบท คำบอกเวลา และการวางแผนร่วมกัน
ถ้าคุณอยากได้ประโยคสังคมที่ใช้ได้ทันที ลองจับคู่กับ วิธีพูดลาก่อนในภาษาเยอรมัน เพราะประโยคลาก่อนหลายแบบมีการอ้างถึงอนาคตตามธรรมชาติ เช่นรูปแบบ “เจอกันพรุ่งนี้”
คู่มือตัดสินใจแบบย่อ: ควรใช้รูปอนาคตแบบไหน
ใช้เป็นเช็กลิสต์ในหัวแบบเร็วๆ
ใช้กาลปัจจุบันเมื่อ:
- มีคำบอกเวลาชัดเจน
- เป็นแผนที่นัดไว้แล้ว
- คุณพูดแบบกันเอง
ตัวอย่าง:
- Ich bin gleich da. (ฉันจะถึงเดี๋ยวนี้)
ใช้ Futur I เมื่อ:
- คุณกำลังคาดการณ์
- คุณกำลังให้คำสัญญาหรือให้ความมั่นใจ
- คุณต้องการแผนที่เป็นทางการหรือประกาศชัด
ตัวอย่าง:
- Das wird schon. (มันจะโอเคเอง)
ใช้ Futur II เมื่อ:
- คุณหมายถึง “เสร็จภายในตอนนั้น”
- คุณกำลังสันนิษฐานว่าสิ่งใดเสร็จแล้ว
ตัวอย่าง:
- Er wird es vergessen haben. (เขาน่าจะลืม)
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ภาษาเยอรมันของคุณฟังดูเหมือน “แปลมา”
ข้อผิดพลาดเหล่านี้มักเกิดจากการเอา “will” ในภาษาอังกฤษไปทาบกับภาษาเยอรมันตรงๆ
ใช้ Futur I มากเกินไปกับแผนง่ายๆ
ฟังดูไม่เป็นธรรมชาติเท่า:
- Ich werde morgen ins Kino gehen.
เป็นธรรมชาติกว่าในการคุย:
- Ich gehe morgen ins Kino.
Futur I ไม่ได้ผิด แต่มันเติมรส “ประกาศเจตนา” ที่คุณอาจไม่ได้ตั้งใจจะสื่อ
ลืมวาง infinitive ไว้ท้ายประโยค
ผิด:
- Ich werde gehen morgen.
ถูก:
- Ich werde morgen gehen.
สับสน werden (อนาคต) กับ werden (กลายเป็น)
- Ich werde Arzt. แปลว่า “ฉันกำลังจะเป็นหมอ” ในความหมายว่า “กำลังกลายเป็น”
- Ich werde Arzt werden. แปลว่า “ฉันจะกลายเป็นหมอ”
ใช่ ภาษาเยอรมันทำแบบนั้นได้ บริบทมักทำให้เข้าใจได้ แต่ผู้เรียนควรสังเกตความต่างระหว่าง werden ที่เป็นกริยาหลัก กับ werden ที่เป็นกริยาช่วย
หมายเหตุด้านวัฒนธรรม: การพูดถึงอนาคตและความตรงในภาษาเยอรมัน
ผู้เรียนบางคนตีความว่าการใช้กาลปัจจุบันแทนอนาคตในภาษาเยอรมันคือ “มั่นใจมากกว่า” หรือ “ตรงกว่า” แต่ในทางปฏิบัติ มันเกี่ยวกับความกระชับและบริบทที่แชร์ร่วมกันมากกว่า
ในหลายบริบทที่ใช้ภาษาเยอรมัน โดยเฉพาะที่ทำงาน ความชัดเจนมาจากคำบอกเวลาและคำวางแผนที่เป็นรูปธรรม มากกว่าการทำเครื่องหมายกาลเพิ่ม คุณจะได้ยินประโยคอย่าง “Dann machen wir das so” (งั้นเราทำแบบนี้กัน) ที่ความเป็นอนาคตถูกแบกโดยคำว่า “Dann” และการตัดสินใจเอง
ถ้าคุณกำลังเรียนภาษาด้านอารมณ์หรือความสัมพันธ์ คุณจะสังเกตว่าคำมั่นในอนาคตมักออกมาเป็นกาลปัจจุบันแบบเรียบๆ ลองเทียบน้ำหนักทางอารมณ์ของ “I will always love you” ในภาษาอังกฤษ กับวิธีที่ภาษาเยอรมันมักชอบประโยคปัจจุบันที่ตรงกว่า วิธีพูดว่าฉันรักคุณในภาษาเยอรมัน แสดงให้เห็นว่าการเลือกถ้อยคำส่งสัญญาณความจริงจังได้โดยไม่ต้องเพิ่มกาล
ฝึก: แปลง “will” ให้เป็นภาษาเยอรมันที่เป็นธรรมชาติ
ลองแปลงประโยคเหล่านี้:
-
“I’ll call you later.”
ภาษาเยอรมันที่เป็นธรรมชาติ: Ich rufe dich später an.
เน้นย้ำมากขึ้น: Ich werde dich später anrufen. -
“It will be fine.”
ภาษาเยอรมันที่เป็นธรรมชาติ: Das wird schon. (ใช้บ่อยมากเพื่อให้กำลังใจ) -
“He will have left by then.”
ภาษาเยอรมัน: Er wird dann schon gegangen sein. -
“They probably forgot.”
ภาษาเยอรมัน: Sie werden es wahrscheinlich vergessen haben.
สังเกตว่าภาษาเยอรมันมักใช้ wahrscheinlich (vah-SHYNE-leekh) คู่กับ Futur II เพื่อทำให้การสันนิษฐานชัดขึ้น
เรียนกาลอนาคตจากบทสนทนาจริง (ไม่ใช่แค่กฎ)
รูปอนาคตเกี่ยวกับเวลา และเกี่ยวกับท่าทีของผู้พูดด้วย นั่นคือเหตุผลที่การเรียนจากฉากจริงช่วยมาก คุณจะได้ยินว่าตัวละครใช้ Futur I เพื่อให้ความมั่นใจ หรือใช้ Futur II เพื่อสรุปว่าเกิดอะไรขึ้นนอกฉาก
ถ้าคุณอยากได้เส้นทางเรียนภาษาเยอรมันเพิ่ม ลองดู บล็อก Wordy แล้วเสริมการฟังด้วยพื้นฐานแบบมีโครงสร้าง เช่น 100 คำภาษาเยอรมันที่พบบ่อยที่สุด
💡 แผน 1 สัปดาห์
Day 1-2: ฟังหากาลปัจจุบันที่ใช้กับ "morgen", "später", "gleich".
Day 3-4: เก็บ 10 ประโยคคาดการณ์ที่ขึ้นต้นด้วย "Das wird ..." แล้วพูดตามออกเสียงดังๆ.
Day 5-7: เก็บ 10 ประโยคสันนิษฐานที่มี "wird ... gewesen/gemacht haben" แล้วติดป้ายว่าเป็น 'การคาดเดา' ไม่ใช่ 'อนาคต'.
เมื่อคุณคุ้นขึ้น คุณจะสังเกตด้วยว่าการพูดถึงอนาคตเปลี่ยนไปตามระดับภาษา ในสถานการณ์กันเอง ไวยากรณ์จะเบาและกระชับ ในบริบททางการ Futur I จะเห็นชัดขึ้น
และใช่ พอคุณเข้าใจว่าคนเยอรมันทำให้ประโยคนุ่มลงด้วยการสันนิษฐานอย่างไร คุณก็จะเข้าใจด้วยว่าทำไมคำด่าภาษาเยอรมันถึงฟังดูตรงและแรงมาก เมื่อมันตัดความนุ่มนั้นออกไป ถ้าคุณอยากรู้ คู่มือคำหยาบภาษาเยอรมัน อธิบายความต่างระหว่างความหมายตรงตัวกับแรงกระแทกทางสังคมจริงๆ
คำถามที่พบบ่อย
คนเยอรมันใช้ Futur I เพื่อพูดถึงอนาคตจริงไหม
Futur I กับ Futur II ต่างกันอย่างไร
จะรู้ได้อย่างไรว่าควรใช้ 'sein' หรือ 'haben' ใน Futur II
Futur II ใช้พูดถึงอนาคตอย่างเดียวไหม
ใช้ 'werden' ที่แปลว่า 'กลายเป็น' และใช้เป็นกาลอนาคตในประโยคเดียวกันได้ไหม
แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง
- Duden, หมายเหตุการใช้ 'werden' และ Futur, เข้าถึงเมื่อ 2026
- Institut für Deutsche Sprache (IDS), แหล่งข้อมูลเรื่องไวยากรณ์และการใช้ภาษาเยอรมัน, เข้าถึงเมื่อ 2026
- Goethe-Institut, คำอธิบายไวยากรณ์ภาษาเยอรมัน (Futur I/Futur II), เข้าถึงเมื่อ 2026
- Ethnologue, ฉบับที่ 27, 2024
- Helbig & Buscha, *Deutsche Grammatik. Ein Handbuch für den Ausländerunterricht*, Langenscheidt
เริ่มเรียนรู้กับ Wordy
ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

