← กลับไปที่บล็อก
🇩🇪เยอรมัน

กาลอนาคตภาษาเยอรมัน (Futur I และ II): คนเยอรมันพูดถึงอนาคตจริงๆ อย่างไร

โดย Sandorอัปเดต: 17 พฤษภาคม 2569อ่าน 12 นาที

คำตอบด่วน

ภาษาเยอรมันมีกาลอนาคต 2 แบบคือ Futur I และ Futur II แต่ในการพูดประจำวันคนเยอรมันมักใช้กาลปัจจุบันร่วมกับคำบอกเวลาแทน ใช้ Futur I (werden + infinitive) เป็นหลักเมื่อพูดคาดการณ์ ให้สัญญา หรือแผนที่เป็นทางการ ใช้ Futur II (werden + past participle + haben/sein) เพื่อคาดว่าอะไรจะเสร็จสิ้นภายในจุดเวลาในอนาคต หรือเพื่อเดาเรื่องในอดีต

กาลอนาคตในภาษาเยอรมันง่ายกว่าที่คิด คนเยอรมันมักพูดถึงอนาคตด้วยกาลปัจจุบันร่วมกับคำบอกเวลา และใช้ Futur I (werden + infinitive) เป็นหลักเพื่อการคาดการณ์ คำสัญญา และแผนที่เป็นทางการ ส่วน Futur II ใช้บ่อยกับการคาดเดาว่าสิ่งใดเสร็จแล้ว หรือจะเสร็จภายในเวลาหนึ่ง

ภาษาเยอรมันเป็นหนึ่งในภาษาหลักของโลก มีเจ้าของภาษาราว 90 ล้านคน และมีผู้ใช้เป็นภาษาที่สองอีกมากทั่วทวีปยุโรปและที่อื่นๆ (Ethnologue, 27th edition, 2024) นั่นหมายความว่าคุณจะได้ยินความหลากหลายตามภูมิภาคเยอะ แต่รูปแบบหลักของการพูดถึงอนาคตค่อนข้างคงที่

ถ้าคุณกำลังปูพื้นฐาน การจับคู่ไวยากรณ์กับภาษาพูดจริงจะช่วยมาก เริ่มจากประโยคเปิดบทสนทนาในชีวิตประจำวัน เช่นใน วิธีพูดทักทายในภาษาเยอรมัน แล้วค่อยกลับมาดูรูป Futur เมื่อคุณเริ่มจำแนกรูปลงท้ายของกริยาได้แล้ว

3 วิธีที่ภาษาเยอรมันใช้พูดถึงอนาคต

ภาษาเยอรมันมีกาลอนาคตตามไวยากรณ์ 2 แบบ แต่ภาษาเยอรมันในชีวิตประจำวันพึ่งพาอีกทางเลือกหนึ่งมาก คือกาลปัจจุบันที่มีคำบอกเวลาอนาคต Duden และ Goethe-Institut ต่างก็ชี้ว่านี่คือการใช้ปกติ ไม่ใช่สแลงหรือความขี้เกียจ

1) กาลปัจจุบัน + คำบอกเวลา (พบบ่อยที่สุดในการสนทนา)

นี่คือรูปแบบที่คุณจะได้ยินตลอด:

  • Ich komme morgen. (ฉันจะมาพรุ่งนี้)
  • Wir treffen uns nächste Woche. (เราจะเจอกันสัปดาห์หน้า)
  • In zwei Minuten bin ich da. (อีกสองนาทีฉันจะถึง)

กริยาเป็นกาลปัจจุบัน แต่กลุ่มคำบอกเวลาทำให้ความหมายเป็นอนาคต รูปแบบนี้พบบ่อยมากเมื่อแผนถูกนัดไว้แล้ว หรือรู้สึกว่าแน่นอน

💡 กฎเร็วๆ ที่ใช้ได้จริง

ถ้าคุณใส่คำบอกเวลาที่ชัดเจนได้ เช่น "morgen", "gleich", "später", "nächste Woche" หรือ "in zwei Stunden" กาลปัจจุบันมักเป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาเยอรมันพูด

2) Futur I: werden + infinitive (ท่าที การคาดการณ์ โทนทางการ)

Futur I สร้างด้วย werden เป็นกริยาช่วย และวาง infinitive ไว้ท้ายประโยค:

  • Ich werde morgen kommen. (ฉันจะมาพรุ่งนี้)
  • Es wird regnen. (ฝนจะตก)
  • Du wirst das schaffen. (คุณจะทำได้)

ในการใช้จริง Futur I มักเพิ่มชั้นความหมาย เช่น การคาดการณ์ คำสัญญา การให้กำลังใจ หรือโทนทางการ ชั้นความหมายเชิงปฏิบัติแบบนี้ทำให้มันยังมีประโยชน์ แม้ว่ากาลปัจจุบันจะใช้พูดถึงอนาคตได้เหมือนกัน

3) Futur II: werden + Partizip II + haben/sein (ความเสร็จสิ้นหรือการคาดเดา)

Futur II ดูหนัก แต่มีระบบชัดเจน:

  • Ich werde es bis morgen gemacht haben. (ฉันจะทำมันเสร็จภายในพรุ่งนี้)
  • Er wird schon angekommen sein. (เขาน่าจะมาถึงแล้ว, เป็นการคาดเดาของผู้พูด)

จุดสำคัญด้านการใช้จริง: ในภาษาเยอรมันชีวิตประจำวัน Futur II มักใช้เพื่อ คาดเดา จากหลักฐาน ไม่ได้ใช้แค่ความหมายว่าเสร็จสิ้นในอนาคตเท่านั้น หน้าที่แบบ “การสันนิษฐาน” นี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนเยอรมันยังใช้ Futur II ในภาษาพูด

Futur I: วิธีสร้างรูป (และออกเสียงให้ชัด)

Futur I มีส่วนที่เปลี่ยนรูปจริงๆ แค่ werden ส่วนที่เหลือคงเป็น infinitive

สูตร Futur I

werden (ผันตามประธาน) + ... + infinitive (ท้ายประโยค)

บุคคลการผัน "werden"ตัวอย่าง
ichwerdeIch werde gehen.
duwirstDu wirst bleiben.
er/sie/eswirdEs wird klappen.
wirwerdenWir werden sehen.
ihrwerdetIhr werdet lachen.
sie/SiewerdenSie werden anfangen.

จุดยึดการออกเสียง (โดยประมาณ):

  • werden เมื่อเป็นกริยาช่วย: VEHR-den
  • wirst: VEERST
  • wird: VEERT

คำประมาณเสียงเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนไม่อ่าน "w" แบบภาษาอังกฤษ ในภาษาเยอรมัน w ใกล้กับเสียง v ในภาษาอังกฤษมากกว่า

ลำดับคำใน Futur I (infinitive ไปท้ายประโยค)

กฎลำดับคำของภาษาเยอรมันยังใช้เหมือนเดิม ประเด็นสำคัญคือกริยาหลักในรูป infinitive จะถูกดันไปท้ายประโยค

  • Ich werde heute Abend arbeiten.
  • Wir werden morgen in Berlin sein.
  • Wann wirst du anrufen?

ถ้าคุณกำลังเรียนลำดับคำโดยรวมด้วย คู่มือลำดับคำภาษาเยอรมัน จะช่วยให้ประโยคกาลอนาคตรู้สึกสุ่มน้อยลงมาก

การปฏิเสธและคำวิเศษณ์

  • Ich werde nicht kommen. (nicht อยู่ก่อน infinitive)
  • Er wird wahrscheinlich zu spät sein. (คำวิเศษณ์มักอยู่ในช่องกลาง)
  • Wir werden das nie vergessen.

เมื่อไรคนเยอรมันเลือกใช้ Futur I เทียบกับกาลปัจจุบัน

ผู้เรียนหลายคนใช้ Futur I มากเกินไป เพราะภาษาอังกฤษใช้ “will” ตลอด แต่ภาษาเยอรมันไม่จำเป็นต้องใช้บ่อยขนาดนั้น

วิธีคิดที่ช่วยได้คือ: Futur I ไม่ได้บอกแค่เวลา แต่มันบอกท่าทีของผู้พูดด้วย

การคาดการณ์ (พบบ่อยมาก)

  • Es wird kalt. (อากาศจะหนาว)
  • Das wird teuer. (น่าจะแพง)
  • Du wirst sehen. (เดี๋ยวคุณก็จะเห็น)

ในการสนทนาภาษาเยอรมัน Das wird ... เป็นรูปแบบการคาดการณ์ที่สั้นและเป็นธรรมชาติ และยังเป็นประโยคที่เจอในหนังบ่อย ทำให้เหมาะกับการฝึกฟังจากคลิป

คำสัญญาและการรับปาก

  • Ich werde dir helfen. (ฉันจะช่วยคุณ)
  • Ich werde es dir morgen sagen. (ฉันจะบอกคุณพรุ่งนี้)

กาลปัจจุบันก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ Futur I อาจฟังดูตั้งใจมากกว่า โดยเฉพาะเวลาคุณกำลังให้คำมั่น

ประกาศทางการและภาษาราชการ

คุณจะเห็น Futur I ใน:

  • พาดหัวข่าวและพยากรณ์อากาศ
  • แถลงการณ์ของบริษัท
  • ภาษากฎหมายหรือเอกสารราชการ

สิ่งนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ไวยากรณ์เชิงการใช้จริงอย่าง Helbig & Buscha อธิบาย คือกาลบางรูปยังอยู่เพราะทำหน้าที่ในบทสนทนาได้ดี ไม่ใช่เพราะผู้พูด “ต้อง” ใช้มันเพื่อบอกเส้นเวลาอย่างเดียว

🌍 ทำไม Futur I ถึงฟังดู 'เป็นทางการ'

ในที่ทำงานที่ใช้ภาษาเยอรมัน Futur I มักโผล่ในประกาศ เพราะมันวางกรอบแผนให้เป็นเจตนาที่ประกาศชัด: "Wir werden die Preise anpassen." แต่ถ้าคุยสบายๆ กับเพื่อนร่วมงาน ข้อความเดียวกันอาจใช้กาลปัจจุบัน: "Wir passen die Preise nächste Woche an."

Futur II: รูปที่ทำให้ผู้เรียนกลัว (แต่คาดเดาได้)

Futur II ดูยาวเพราะภาษาเยอรมันซ้อนกริยาท้ายประโยค แต่ตรรกะชัดเจน

สูตร Futur II

werden (ผันตามประธาน) + ... + Partizip II + haben/sein (infinitive)

ตัวอย่าง:

  • Ich werde das bis Freitag erledigt haben.
  • Sie wird nach Hause gegangen sein.
  • Wir werden es vergessen haben.

เลือก haben หรือ sein ใน Futur II

ใช้กริยาช่วยเหมือน Perfekt:

  • sein กับกริยาการเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนสภาพหลายคำ: gehen, kommen, fahren, einschlafen
  • haben กับกริยาส่วนใหญ่ที่เหลือ: machen, sehen, kaufen, lernen

ถ้า Perfekt ยังไม่แน่น ให้ทบทวนสั้นๆ แล้วค่อยกลับมา Futur II โดยพื้นฐานคือ “Perfekt + werden”

ลำดับคำเมื่อมีวลีบอกเวลา

วลีบอกเวลามักช่วยให้ชัดว่าคุณหมายถึง “เสร็จภายในตอนนั้น”:

  • Bis morgen werde ich es gemacht haben.
  • Ich werde es bis morgen gemacht haben.

ทั้งสองแบบใช้ได้ วลี “bis ...” ย้ายตำแหน่งได้ แต่กลุ่มกริยายังคงอยู่ท้ายประโยค

⚠️ ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนทำบ่อย

อย่าวาง "haben/sein" ไว้กลางประโยค ใน Futur II ทั้ง Partizip II และกริยาช่วยในรูป infinitive ต้องไปท้ายประโยค: "Er wird angekommen sein" ไม่ใช่ "Er wird sein angekommen"

การใช้ Futur II ที่สำคัญที่สุดในชีวิตจริง: การสันนิษฐาน

ถ้าคุณเรียน Futur II แค่ว่าเป็น “future perfect” คุณจะพลาดวิธีที่คนเยอรมันใช้จริงในการสนทนา

การคาดเดาเกี่ยวกับอดีตหรือปัจจุบัน

  • Er wird schon zu Hause angekommen sein.
    ความหมาย: ฉันสันนิษฐานว่าเขาน่าจะถึงบ้านแล้ว

  • Sie wird das vergessen haben.
    ความหมาย: เธอน่าจะลืม

  • Du wirst das nicht gewusst haben.
    ความหมาย: คุณน่าจะไม่รู้

นี่ไม่ใช่ของหายาก มันเป็นวิธีสรุปจากข้อมูลแบบสุภาพ และเว้นระยะเล็กน้อย โดยไม่พูดเหมือนเป็นข้อเท็จจริงแข็งๆ ในเชิงวัจนปฏิบัติ “การทำเครื่องหมายความรู้/ความมั่นใจ” แบบนี้คือความหมายที่กาลและกริยาช่วยมักแบกไว้ในการโต้ตอบจริง ซึ่งเป็นประเด็นที่พบได้ในงานเชิงพรรณนาว่าด้วยการใช้ภาษาเยอรมัน (IDS resources, accessed 2026)

Futur II เทียบกับกริยาช่วยแบบ modal สำหรับการคาดเดา

ภาษาเยอรมันยังใช้กริยาช่วยแบบ modal เพื่อคาดเดา:

  • Er muss zu Hause sein. (เขาต้องอยู่บ้านแน่, การอนุมานแรง)
  • Er dürfte zu Hause sein. (เขาน่าจะอยู่บ้าน, เบากว่า)
  • Er wird zu Hause sein. (เขาจะอยู่บ้าน, มักมีนัยว่า “ฉันสันนิษฐาน”)

Futur I และ Futur II อาจทับซ้อนกับความหมายแบบ modal ได้ ถ้าคุณอยากฟังเป็นธรรมชาติ ให้ฟังรูปแบบเหล่านี้ในซีรีส์และหนัง แล้วเลียนแบบจังหวะการพูด

อนาคตกับกริยาช่วยแบบ modal (ทางลัดที่ใช้ได้จริง)

ถ้าคุณพูดถึงสิ่งที่ใครสักคน “ต้อง” ทำในอนาคต คุณมักไม่ต้องใช้ Futur I เลย แค่กาลปัจจุบัน + คำบอกเวลาก็พอ:

  • Ich muss morgen früh arbeiten. (ฉันต้องทำงานพรุ่งนี้เช้า)
  • Wir können später reden. (เราคุยกันทีหลังได้)
  • Du sollst heute nicht so spät schlafen gehen. (วันนี้คุณไม่ควรนอนดึกขนาดนั้น)

ถ้าคุณใช้ Futur I ร่วมกับ modal จะเกิดการซ้อนกริยา:

  • Ich werde morgen arbeiten müssen. (พรุ่งนี้ฉันจะต้องทำงาน)

รูปนี้ถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่ในการพูดสบายๆ อาจฟังดูหนักเกินจำเป็น

ถ้าอยากดูรายละเอียดของกริยากลุ่มนี้ อ่าน คู่มือกริยาช่วยแบบ modal ในภาษาเยอรมัน

คำถาม คำชวน และความสุภาพแบบ “อนาคต”

ภาษาเยอรมันมักใช้คำถามกาลปัจจุบันเพื่อพูดถึงแผนอนาคต:

  • Kommst du morgen? (พรุ่งนี้คุณมาไหม)
  • Gehen wir später noch was trinken? (เดี๋ยวไปดื่มอะไรสักหน่อยกันไหม)
  • Wann sehen wir uns wieder? (เราจะเจอกันอีกเมื่อไร)

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่กาลอนาคตดูเหมือน “ไม่เด่น” ในภาษาเยอรมัน เพราะภาษาพึ่งพาบริบท คำบอกเวลา และการวางแผนร่วมกัน

ถ้าคุณอยากได้ประโยคสังคมที่ใช้ได้ทันที ลองจับคู่กับ วิธีพูดลาก่อนในภาษาเยอรมัน เพราะประโยคลาก่อนหลายแบบมีการอ้างถึงอนาคตตามธรรมชาติ เช่นรูปแบบ “เจอกันพรุ่งนี้”

คู่มือตัดสินใจแบบย่อ: ควรใช้รูปอนาคตแบบไหน

ใช้เป็นเช็กลิสต์ในหัวแบบเร็วๆ

ใช้กาลปัจจุบันเมื่อ:

  • มีคำบอกเวลาชัดเจน
  • เป็นแผนที่นัดไว้แล้ว
  • คุณพูดแบบกันเอง

ตัวอย่าง:

  • Ich bin gleich da. (ฉันจะถึงเดี๋ยวนี้)

ใช้ Futur I เมื่อ:

  • คุณกำลังคาดการณ์
  • คุณกำลังให้คำสัญญาหรือให้ความมั่นใจ
  • คุณต้องการแผนที่เป็นทางการหรือประกาศชัด

ตัวอย่าง:

  • Das wird schon. (มันจะโอเคเอง)

ใช้ Futur II เมื่อ:

  • คุณหมายถึง “เสร็จภายในตอนนั้น”
  • คุณกำลังสันนิษฐานว่าสิ่งใดเสร็จแล้ว

ตัวอย่าง:

  • Er wird es vergessen haben. (เขาน่าจะลืม)

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ภาษาเยอรมันของคุณฟังดูเหมือน “แปลมา”

ข้อผิดพลาดเหล่านี้มักเกิดจากการเอา “will” ในภาษาอังกฤษไปทาบกับภาษาเยอรมันตรงๆ

ใช้ Futur I มากเกินไปกับแผนง่ายๆ

ฟังดูไม่เป็นธรรมชาติเท่า:

  • Ich werde morgen ins Kino gehen.

เป็นธรรมชาติกว่าในการคุย:

  • Ich gehe morgen ins Kino.

Futur I ไม่ได้ผิด แต่มันเติมรส “ประกาศเจตนา” ที่คุณอาจไม่ได้ตั้งใจจะสื่อ

ลืมวาง infinitive ไว้ท้ายประโยค

ผิด:

  • Ich werde gehen morgen.

ถูก:

  • Ich werde morgen gehen.

สับสน werden (อนาคต) กับ werden (กลายเป็น)

  • Ich werde Arzt. แปลว่า “ฉันกำลังจะเป็นหมอ” ในความหมายว่า “กำลังกลายเป็น”
  • Ich werde Arzt werden. แปลว่า “ฉันจะกลายเป็นหมอ”

ใช่ ภาษาเยอรมันทำแบบนั้นได้ บริบทมักทำให้เข้าใจได้ แต่ผู้เรียนควรสังเกตความต่างระหว่าง werden ที่เป็นกริยาหลัก กับ werden ที่เป็นกริยาช่วย

หมายเหตุด้านวัฒนธรรม: การพูดถึงอนาคตและความตรงในภาษาเยอรมัน

ผู้เรียนบางคนตีความว่าการใช้กาลปัจจุบันแทนอนาคตในภาษาเยอรมันคือ “มั่นใจมากกว่า” หรือ “ตรงกว่า” แต่ในทางปฏิบัติ มันเกี่ยวกับความกระชับและบริบทที่แชร์ร่วมกันมากกว่า

ในหลายบริบทที่ใช้ภาษาเยอรมัน โดยเฉพาะที่ทำงาน ความชัดเจนมาจากคำบอกเวลาและคำวางแผนที่เป็นรูปธรรม มากกว่าการทำเครื่องหมายกาลเพิ่ม คุณจะได้ยินประโยคอย่าง “Dann machen wir das so” (งั้นเราทำแบบนี้กัน) ที่ความเป็นอนาคตถูกแบกโดยคำว่า “Dann” และการตัดสินใจเอง

ถ้าคุณกำลังเรียนภาษาด้านอารมณ์หรือความสัมพันธ์ คุณจะสังเกตว่าคำมั่นในอนาคตมักออกมาเป็นกาลปัจจุบันแบบเรียบๆ ลองเทียบน้ำหนักทางอารมณ์ของ “I will always love you” ในภาษาอังกฤษ กับวิธีที่ภาษาเยอรมันมักชอบประโยคปัจจุบันที่ตรงกว่า วิธีพูดว่าฉันรักคุณในภาษาเยอรมัน แสดงให้เห็นว่าการเลือกถ้อยคำส่งสัญญาณความจริงจังได้โดยไม่ต้องเพิ่มกาล

ฝึก: แปลง “will” ให้เป็นภาษาเยอรมันที่เป็นธรรมชาติ

ลองแปลงประโยคเหล่านี้:

  1. “I’ll call you later.”
    ภาษาเยอรมันที่เป็นธรรมชาติ: Ich rufe dich später an.
    เน้นย้ำมากขึ้น: Ich werde dich später anrufen.

  2. “It will be fine.”
    ภาษาเยอรมันที่เป็นธรรมชาติ: Das wird schon. (ใช้บ่อยมากเพื่อให้กำลังใจ)

  3. “He will have left by then.”
    ภาษาเยอรมัน: Er wird dann schon gegangen sein.

  4. “They probably forgot.”
    ภาษาเยอรมัน: Sie werden es wahrscheinlich vergessen haben.

สังเกตว่าภาษาเยอรมันมักใช้ wahrscheinlich (vah-SHYNE-leekh) คู่กับ Futur II เพื่อทำให้การสันนิษฐานชัดขึ้น

เรียนกาลอนาคตจากบทสนทนาจริง (ไม่ใช่แค่กฎ)

รูปอนาคตเกี่ยวกับเวลา และเกี่ยวกับท่าทีของผู้พูดด้วย นั่นคือเหตุผลที่การเรียนจากฉากจริงช่วยมาก คุณจะได้ยินว่าตัวละครใช้ Futur I เพื่อให้ความมั่นใจ หรือใช้ Futur II เพื่อสรุปว่าเกิดอะไรขึ้นนอกฉาก

ถ้าคุณอยากได้เส้นทางเรียนภาษาเยอรมันเพิ่ม ลองดู บล็อก Wordy แล้วเสริมการฟังด้วยพื้นฐานแบบมีโครงสร้าง เช่น 100 คำภาษาเยอรมันที่พบบ่อยที่สุด

💡 แผน 1 สัปดาห์

Day 1-2: ฟังหากาลปัจจุบันที่ใช้กับ "morgen", "später", "gleich".
Day 3-4: เก็บ 10 ประโยคคาดการณ์ที่ขึ้นต้นด้วย "Das wird ..." แล้วพูดตามออกเสียงดังๆ.
Day 5-7: เก็บ 10 ประโยคสันนิษฐานที่มี "wird ... gewesen/gemacht haben" แล้วติดป้ายว่าเป็น 'การคาดเดา' ไม่ใช่ 'อนาคต'.

เมื่อคุณคุ้นขึ้น คุณจะสังเกตด้วยว่าการพูดถึงอนาคตเปลี่ยนไปตามระดับภาษา ในสถานการณ์กันเอง ไวยากรณ์จะเบาและกระชับ ในบริบททางการ Futur I จะเห็นชัดขึ้น

และใช่ พอคุณเข้าใจว่าคนเยอรมันทำให้ประโยคนุ่มลงด้วยการสันนิษฐานอย่างไร คุณก็จะเข้าใจด้วยว่าทำไมคำด่าภาษาเยอรมันถึงฟังดูตรงและแรงมาก เมื่อมันตัดความนุ่มนั้นออกไป ถ้าคุณอยากรู้ คู่มือคำหยาบภาษาเยอรมัน อธิบายความต่างระหว่างความหมายตรงตัวกับแรงกระแทกทางสังคมจริงๆ

คำถามที่พบบ่อย

คนเยอรมันใช้ Futur I เพื่อพูดถึงอนาคตจริงไหม
ใช้บ้าง แต่ไม่บ่อยเท่าที่ผู้เรียนหลายคนคิด ในชีวิตประจำวันมักใช้กาลปัจจุบันร่วมกับคำบอกเวลาเป็นหลัก เช่น 'Ich komme morgen.' ส่วน Futur I ที่มี 'werden' พบได้บ่อยเมื่อเป็นการคาดการณ์ การให้สัญญา หรือประกาศอย่างเป็นทางการ
Futur I กับ Futur II ต่างกันอย่างไร
Futur I (werden + infinitive) ชี้ไปข้างหน้าและมักให้ความรู้สึกเป็นการคาดการณ์หรือความตั้งใจ เช่น 'Es wird regnen.' ส่วน Futur II (werden + Partizip II + haben/sein) เน้นว่าเหตุการณ์จะ 'เสร็จแล้ว' ณ จุดหนึ่งในอนาคต หรือเป็นการคาดเดา เช่น 'Er wird angekommen sein.'
จะรู้ได้อย่างไรว่าควรใช้ 'sein' หรือ 'haben' ใน Futur II
ใช้กริยาช่วยแบบเดียวกับที่คุณใช้ใน Perfekt โดยทั่วไปกริยาการเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนสภาพมักใช้ 'sein' (kommen, gehen, werden) ส่วนกริยาอื่นๆ ส่วนใหญ่ใช้ 'haben' ใน Futur II ยังเลือกเหมือนเดิม แค่เพิ่ม 'werden' และย้าย participle ไปท้ายประโยค
Futur II ใช้พูดถึงอนาคตอย่างเดียวไหม
ไม่ใช่ ในการสนทนาจริง Futur II มักใช้เพื่อเดาเรื่องอดีตหรือปัจจุบันจากหลักฐาน เช่น 'Er wird schon zu Hause angekommen sein.' หมายถึงผู้พูดสันนิษฐานว่าเขาน่าจะถึงบ้านแล้ว จุดสำคัญคือการอนุมานมากกว่าเส้นเวลา
ใช้ 'werden' ที่แปลว่า 'กลายเป็น' และใช้เป็นกาลอนาคตในประโยคเดียวกันได้ไหม
ได้ แต่ทำให้สับสนได้ง่าย 'werden' ใช้เป็นกริยาหลักความหมายว่า 'กลายเป็น' ได้ และใช้เป็นกริยาช่วยบอกอนาคตได้ด้วย บริบทและลำดับคำช่วยแยกความหมาย: 'werden' แบบอนาคตจะตามด้วย infinitive ที่ท้ายประโยค ส่วน 'werden' ที่แปลว่า 'กลายเป็น' ทำหน้าที่เหมือนกริยาปกติ

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Duden, หมายเหตุการใช้ 'werden' และ Futur, เข้าถึงเมื่อ 2026
  2. Institut für Deutsche Sprache (IDS), แหล่งข้อมูลเรื่องไวยากรณ์และการใช้ภาษาเยอรมัน, เข้าถึงเมื่อ 2026
  3. Goethe-Institut, คำอธิบายไวยากรณ์ภาษาเยอรมัน (Futur I/Futur II), เข้าถึงเมื่อ 2026
  4. Ethnologue, ฉบับที่ 27, 2024
  5. Helbig & Buscha, *Deutsche Grammatik. Ein Handbuch für den Ausländerunterricht*, Langenscheidt

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม