← กลับไปที่บล็อก
🇬🇧อังกฤษ

ตัวเลขภาษาอังกฤษ 1-100: คู่มือการนับแบบครบถ้วน

โดย Sandorอัปเดต: 1 เมษายน 2569อ่าน 9 นาที

คำตอบด่วน

ตัวเลขภาษาอังกฤษ 1 ถึง 12 มีรูปแบบต่างกันหมด จึงต้องท่องจำเป็นรายคำ ตั้งแต่ 13 ถึง 19 จะมีคำลงท้าย “-teen” ช่วยจำ (thirteen, fourteen...) ตั้งแต่ 20 เป็นต้นไป เลขผสมมีหลักการชัดเจน: twenty-one, twenty-two... ส่วนเลขลำดับ 1st, 2nd และ 3rd เป็นกรณีพิเศษ (first, second, third) หลังจากนั้นเติม “-th”

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มีคนเรียนเป็นภาษาที่สองมากที่สุดในโลก ตามข้อมูลปี 2024 ของ Ethnologue มีคนเกือบ 1.5 พันล้านคนที่พูดได้เป็นภาษาแม่หรือภาษาที่สอง ตัวเลขเป็นหนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่ผู้เรียนทุกคนต้องใช้ ทั้งราคา เวลา เบอร์โทรศัพท์ วันที่ ซึ่งเจอได้ทุกที่

ข่าวดีคือระบบตัวเลขภาษาอังกฤษง่ายกว่ามากเมื่อเทียบกับตัวอย่างอย่างภาษาฝรั่งเศส ที่ 80 = “four twenties” ภาษาอังกฤษไม่มีเพศทางไวยากรณ์ ไม่มีการผันกริยา และไม่มีการทำให้คำสอดคล้องกัน ความท้าทายหลักคือจำเลขพื้นฐาน 1 ถึง 12 กับดักการออกเสียงบางจุด และรูปเลขลำดับที่ที่ไม่เป็นไปตามกฎบางคำ

"English number words are among the most morphologically transparent in the Germanic family, once the base forms are learned, the compounding rules apply with remarkable consistency."

(David Crystal, The Cambridge Encyclopedia of the English Language, 3rd edition, 2019)

คู่มือนี้จะพาคุณไล่ดูทุกตัวเลขตั้งแต่ 1 ถึง 100 แนะนำเลขลำดับที่ ครอบคลุมเลขจำนวนมาก และแสดงวิธีใช้ในชีวิตประจำวัน


ตัวเลข 1-10: พื้นฐาน

ตัวเลขสิบตัวแรกมีรูปคำที่ไม่ซ้ำกันทั้งหมด คุณต้องจำอย่างเดียว ไม่มี “กฎ” ซ่อนอยู่ ข่าวดีคือเลขพวกนี้ใช้บ่อยที่สุด จึงติดปากเร็วเมื่อใช้ในชีวิตประจำวัน

💡 การออกเสียงที่ยากที่สุด 3 คำ

สำหรับผู้เรียนจำนวนมาก ความท้าทายที่สุดคือ three (/θriː/) เพราะหลายภาษาไม่มีเสียง “th” ให้วางลิ้นเบาๆ ระหว่างฟันบนและฟันล่าง แล้วเป่าลมออก ฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป: “th-th-three.” กับดักอีกสองคำคือ two (ออกเสียง “tuː”, ตัว 'w' ไม่ออกเสียง) และ eight (ออกเสียง “ayt”, ตัว 'gh' ไม่ออกเสียง)


ตัวเลข 11-20: กลุ่ม -teen

11 และ 12 มีรูปคำเฉพาะและไม่เป็นไปตามกฎเลย ตัวเลข 13 ถึง 19 ใช้ส่วนท้าย “-teen” แต่มีข้อยกเว้นสำคัญบางคำที่ควรจำ

⚠️ คำลงท้าย -teen ที่ไม่เป็นไปตามกฎ: thirteen, fifteen, eighteen

มี 3 คำที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบที่คาดไว้ Thirteen ไม่ใช่ threeteen คำว่า three ถูกย่อให้สั้นลง Fifteen ไม่ใช่ fiveteen คำว่า five เปลี่ยนเป็น fif-. Eighteen ไม่ใช่ eightteen ที่มี t สองตัว แต่สะกดด้วย t ตัวเดียว ให้จำแยกเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่ผิดบ่อยที่สุด


หลักสิบ: 20 ถึง 90

คำว่า twenty เป็นคำเฉพาะ แต่หลังจากนั้นรูปแบบจะสม่ำเสมอทั้งหมด คุณต้องจำคำ “หลักสิบ” แต่ละคำ แต่เลขผสมจะสร้างได้ง่ายด้วยเครื่องหมายขีดกลาง

⚠️ การสะกดผิดที่พบบ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ: 'fourty'

Forty ในภาษาอังกฤษคือ forty ไม่ใช่ fourty แม้ว่ามาจาก four แต่ตัว 'u' จะหายไปเมื่อเป็นรูปหลักสิบ ทั้ง Merriam-Webster และ Oxford English Dictionary บันทึกการสะกดแบบเดียวกัน คือถูกต้องแค่ forty เท่านั้น นี่เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยมาก แม้แต่ในงานเขียนของเจ้าของภาษา


ตัวเลข 21-99: เลขผสม

รูปแบบคือ หลักสิบ + ขีดกลาง + หลักหน่วย รูปแบบนี้ใช้ได้สม่ำเสมอตลอดช่วง 21-99 นี่เป็นจุดหนึ่งที่ภาษาอังกฤษ “เป็นตรรกะทางคณิตศาสตร์” มากกว่าหลายภาษาในยุโรป

กฎง่ายๆ คือ: หลักสิบ + ขีดกลาง + หลักหน่วย.

ภาษาอังกฤษภาษาอังกฤษการออกเสียง
twenty-onetwenty-one/ˌtwentiˈwʌn/
twenty-twotwenty-two/ˌtwentiˈtuː/
twenty-threetwenty-three/ˌtwentiˈθriː/
thirty-fivethirty-five/ˌθɜːrtiˈfaɪv/
forty-sevenforty-seven/ˌfɔːrtiˈsevən/
fifty-eightfifty-eight/ˌfɪftiˈeɪt/
sixty-threesixty-three/ˌsɪkstiˈθriː/
seventy-nineseventy-nine/ˌsevəntiˈnaɪn/
eighty-twoeighty-two/ˌeɪtiˈtuː/
ninety-sixninety-six/ˌnaɪntiˈsɪks/

คุณควรเขียนขีดกลางเสมอในเลขผสม (twenty-one, thirty-five) นี่คือกฎการสะกดของภาษาอังกฤษ การไม่ใส่ขีดกลางไม่ใช่ความผิดร้ายแรงในการสื่อสารทั่วไป แต่การเขียนแบบเป็นทางการต้องใส่

💡 การเน้นเสียงในเลขผสม

ในเลขผสม การเน้นเสียงจะตกที่ส่วนหลักหน่วย: twenty-one /ˌtwentiˈwʌn/ สิ่งนี้ช่วยให้แยกคู่ที่เสียงคล้ายกันได้ เช่น thirteen (13) กับ thirty (30), fourteen (14) กับ forty (40) เวลาคุยโทรศัพท์ ถ้าฟังไม่ชัด ให้ถามเสมอ: „Did you say thirteen or thirty?"


เลขลำดับที่: first, second, third...

เลขลำดับที่บอกตำแหน่งของสิ่งหนึ่งในลำดับ สามคำแรกไม่เป็นไปตามกฎเลย หลังจากนั้นจะใช้ส่วนท้าย “-th” อย่างสม่ำเสมอ แต่มีการเปลี่ยนเสียงบางจุด

⚠️ เลขลำดับที่ไม่ปกติ 3 คำ: fifth, eighth, ninth

ผู้เรียนส่วนใหญ่มักลืมการเปลี่ยนเสียงเหล่านี้ Fifth ไม่ใช่ fiveth ส่วนท้าย 've' เปลี่ยนเป็น 'f' Eighth ไม่ใช่ eightth ที่มี th ซ้อนกัน แต่เป็น eighth เฉยๆ Ninth ไม่ใช่ nineth คำว่า nine ตัดตัว 'e' ที่ไม่ออกเสียงทิ้ง ในสามคำนี้ eighth และ ninth ทำให้สับสนในการเขียนมากที่สุด

คนมักเขียนเลขลำดับที่แบบย่อ เช่น 1st, 2nd, 3rd, 4th, 5th ตั้งแต่ 21 ขึ้นไป: 21st, 22nd, 23rd, 24th, 25th ส่วนท้ายขึ้นอยู่กับสองตัวอักษรสุดท้าย: อะไรก็ตามที่ลงท้ายแบบ “first” ใช้ 1st อะไรก็ตามที่ลงท้ายแบบ “second” ใช้ 2nd อะไรก็ตามที่ลงท้ายแบบ “third” ใช้ 3rd และที่เหลือใช้ “th”


ตัวเลขจำนวนมาก: hundred, thousand, million

ระบบตัวเลขจำนวนมากของภาษาอังกฤษเป็นฐาน 10 และสม่ำเสมอ ไม่มีกรณีพิเศษแบบภาษาฝรั่งเศส คำสำคัญคือ: hundred, thousand, million, billion.

🌍 ความหมายของ 'billion' ในภาษาอังกฤษ

เรื่องนี้สำคัญสำหรับผู้เรียน: ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ billion หมายถึง 10⁹ ในภาษาอังกฤษแบบบริติชยุคเก่า billion เคยหมายถึง 10¹² แต่ปัจจุบันภาษาอังกฤษแบบบริติชก็ใช้ระบบเดียวกับแบบอเมริกันแล้ว คือ 10⁹ = billion Oxford English Dictionary ระบุว่าการเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นราวทศวรรษ 1970 ดังนั้นถ้ามีคนพูดว่า “I have a billion dollars,” เขาหมายถึง 1,000,000,000 ดอลลาร์ ไม่ใช่ 1,000,000,000,000

เวลาอ่านเลขจำนวนมากออกเสียง ภาษาอังกฤษแบบบริติชมักใส่ “and” หลังหลักร้อย: two hundred and fifty-three ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันสามารถละ “and” ได้: two hundred fifty-three ก็ถูกต้อง ทั้งสองแบบเจ้าของภาษาฟังเข้าใจ


ตัวเลขในสถานการณ์ชีวิตประจำวัน

คุณจะเรียนรู้ตัวเลขได้จริงเมื่อเริ่มใช้ในบริบทจริง นี่คือสถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุด:

เบอร์โทรศัพท์, อ่านทีละตัว

เจ้าของภาษาอังกฤษจะอ่านเบอร์โทรศัพท์ทีละหลัก เป็นกลุ่มๆ: zero one seven, three four five, six seven eight nine (017-345-6789) สำหรับเลข “0” ภาษาอังกฤษแบบบริติชมักพูดว่า oh ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักพูดว่า zero อย่าอ่านทั้งเบอร์เป็น “จำนวนเดียว” เพราะฟังไม่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษ

ปี ค.ศ., แบ่งเป็นสองช่วง

คนมักออกเสียงปีเป็นกลุ่มสองหลัก: 1995 → nineteen ninety-five, 2026 → twenty twenty-six ช่วงปี 2000-2009 เป็นข้อยกเว้น: 2005 → two thousand and five (ไม่ใช่ “twenty oh five”) ตั้งแต่ช่วง 2010s รูปแบบสองหลักจะกลับมา: 2010 → twenty ten, 2024 → twenty twenty-four

ราคาและเงิน, pound, dollar, cent

เวลาพูดราคา คุณจะพูดจำนวนเต็มก่อน ตามด้วยชื่อสกุลเงิน แล้วตามด้วยทศนิยม: $15.99 → fifteen dollars and ninety-nine cents (เป็นทางการ), fifteen ninety-nine (ใช้ทั่วไป) เวลาอ่านป้ายราคาในภาษาอังกฤษ ให้อ่านแบบนี้เสมอ: ดอลลาร์หรือปอนด์ + เซนต์หรือเพนนี ไม่ใช่ “fifteen point ninety-nine”

การวัดและระยะทาง, feet และ miles

ในระบบอิมพีเรียล คุณจะเห็น foot/feet แทนเมตร และ mile แทนกิโลเมตร: 5 feet 11 inches (= ประมาณ 180 ซม.), 26.2 miles (= ประมาณ 42 กม. ระยะมาราธอน) ถ้าคุณอยู่ในบริบทแบบบริติชหรืออเมริกัน การรู้ค่าประมาณจะช่วยได้มาก

🌍 ตัวเลขในภาษาอังกฤษแบบบริติช vs. อเมริกัน

มีความต่างเล็กน้อยระหว่างภาษาอังกฤษแบบบริติชและอเมริกันเวลาพูดตัวเลข ชาวอเมริกันมักพูด “one hundred” บ่อยกว่า “a hundred” ภาษาอังกฤษแบบบริติชอาจใช้ “nought” แทนศูนย์ ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้ “zero” สำหรับตัวคั่นหลักพัน ชาวอเมริกันใช้คอมมา (1,000) ส่วนการใช้แบบบริติชอาจใช้เว้นวรรคหรือจุด (1 000 หรือ 1.000) สำหรับทศนิยม ทั้งสองแบบใช้จุด (3.14) ต่างจากบางภาษาที่ใช้คอมมา (3,14)


ฝึกกับคอนเทนต์ภาษาอังกฤษจริง

การเรียนตัวเลขต้องอาศัยการฟังและทวนซ้ำอย่างสม่ำเสมอ ในคอนเทนต์ภาษาอังกฤษจริง เช่น ข่าว พอดแคสต์ หนัง ตัวเลขจะโผล่มาในบริบทธรรมชาติ ทั้งราคา วันที่ สถิติ เบอร์โทรศัพท์ สิ่งนี้ช่วยให้จำได้เร็วขึ้น

Wordy ช่วยให้คุณฝึกตัวเลขภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง ด้วยซับไตเติลแบบโต้ตอบได้ในหนังและซีรีส์ภาษาอังกฤษ เมื่อมีตัวเลขในบทสนทนา ให้แตะเพื่อดูรูปแบบการเขียน การแยกการออกเสียง และบริบท วิธีนี้เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้ผลที่สุดในการย้ำคำศัพท์ให้แน่น

ลองดูด้วยคู่มือของเราเรื่อง คู่มือหนังที่ดีที่สุดสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ ที่คัดสรรเรื่องที่เหมาะมากสำหรับการเข้าใจคำศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน รวมถึงตัวเลข ผ่านการฟัง

คำถามที่พบบ่อย

เลข 1 ถึง 10 ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไรบ้าง
เลขภาษาอังกฤษ 1 ถึง 10 คือ one (1), two (2), three (3), four (4), five (5), six (6), seven (7), eight (8), nine (9), ten (10) ควรท่องจำทีละคำ ระวังการออกเสียงที่มักพลาด เช่น three /θriː/ ไม่ใช่ 'tree', five /faɪv/, eight /eɪt/.
เลข 13 ถึง 19 ภาษาอังกฤษสร้างคำยังไง
เลข 13 ถึง 19 ใช้คำลงท้าย “-teen”: thirteen (13), fourteen (14), fifteen (15), sixteen (16), seventeen (17), eighteen (18), nineteen (19) ระวังการสะกดที่ไม่เป็นไปตามคาด เช่น thirteen ไม่ใช่ 'threeteen', fifteen ไม่ใช่ 'fiveteen', eighteen สะกดด้วย t ตัวเดียว.
นับเลขหลักสิบภาษาอังกฤษยังไง
เลขหลักสิบคือ twenty (20), thirty (30), forty (40), fifty (50), sixty (60), seventy (70), eighty (80), ninety (90) เลขผสมมักใส่ขีดกลาง เช่น twenty-one (21), thirty-five (35) เคล็ดลับการสะกด: “forty” ไม่เคยสะกดว่า 'fourty' ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมาก.
first second third และเลขลำดับภาษาอังกฤษพูดยังไง
เลขลำดับ 3 ตัวแรกเป็นกรณีพิเศษ: first (1st), second (2nd), third (3rd) หลังจากนั้นเติม “-th”: fourth (4th), fifth (5th), sixth (6th), seventh (7th), eighth (8th), ninth (9th), tenth (10th) ข้อยกเว้นที่พบบ่อย: fifth ไม่ใช่ 'fiveth', eighth ไม่ใช่ 'eightth', ninth ไม่ใช่ 'nineth'.
เลขจำนวนมากภาษาอังกฤษพูดยังไง เช่น hundred thousand million
hundred = 100, thousand = 1,000, million = 1,000,000, billion = 1,000,000,000 ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ “billion” หมายถึง 10^9 ทั้งแบบอเมริกันและอังกฤษ “trillion” = 10^12 ตัวอย่าง: 'two hundred and fifty-three' (253), 'one thousand and one' (1001).

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Crystal, David (2019). สารานุกรมภาษาอังกฤษ Cambridge. Cambridge University Press, ฉบับที่ 3.
  2. Merriam-Webster Dictionary (2026). merriam-webster.com.
  3. Oxford English Dictionary (2025). oed.com.
  4. American Heritage Dictionary of the English Language, ฉบับที่ 5 (2020).

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม