คำตอบด่วน
FOMO ย่อมาจาก 'fear of missing out' คือความกังวลว่าคนอื่นกำลังมีประสบการณ์ดีๆ โดยไม่มีเรา ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่มักใช้แบบกันเองเพื่อเรียกแรงกดดันทางสังคม โดยเฉพาะเรื่องปาร์ตี้ ท่องเที่ยว และโซเชียลมีเดีย ใช้ได้ทั้งเป็นคำนาม ('I have FOMO') หรือเป็นคำขยาย ('a FOMO-inducing post')
FOMO หมายถึง "ความกลัวว่าจะพลาดอะไรไป": ความรู้สึกกังวล กระสับกระส่าย ว่าคนอื่นกำลังสนุก ประสบความสำเร็จ หรือมีความสัมพันธ์ที่ดีโดยไม่มีคุณ และคุณก็ควรอยู่ตรงนั้นด้วย
| ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ระดับความสุภาพ |
|---|---|---|
| FOMO | FOH-moh | slang |
| fear of missing out | FEER uhv MISS-ing OWT | polite |
| I have FOMO | eye hav FOH-moh | slang |
| Don't give me FOMO | dohnt giv mee FOH-moh | slang |
| JOMO | JOH-moh | slang |
FOMO หมายถึงอะไรจริงๆ (แบบเข้าใจง่าย)
FOMO ไม่ได้แปลว่าแค่ "ฉันอยากไป" แต่มันคือ "ฉันรู้สึกไม่สบายใจ เพราะฉันอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังจากสิ่งที่ดีกว่า"
ในภาษาอังกฤษที่ใช้กันทุกวัน คนมักใช้ FOMO แบบเบาๆ เป็นคำอธิบายสั้นๆ ว่าทำไมถึงตอบตกลงนัด ซื้อบัตร หรือเลื่อนฟีดต่อไปเรื่อยๆ
แก่นของแนวคิด: การเปรียบเทียบทางสังคม
FOMO ขับเคลื่อนด้วยการเปรียบเทียบ: คุณจินตนาการว่ามีชีวิตเวอร์ชันที่ดีกว่าเกิดขึ้นที่อื่น
"ที่อื่น" นั้นอาจเป็นปาร์ตี้ แชตกลุ่มเพื่อน โอกาสทางอาชีพ หรือแม้แต่เทรนด์ที่คุณรู้สึกว่าตามไม่ทัน
เวลาใช้ในบทสนทนาจะฟังเป็นแบบไหน
ส่วนใหญ่แล้ว FOMO จะเป็นการพูดแบบรู้ตัวเอง และตลกนิดๆ
คุณจะได้ยินประโยคประมาณนี้: "ฉันไม่ได้กะจะไปหรอก แต่พอเห็นแล้วก็เกิด FOMO"
💡 การออกเสียงที่คุณจะได้ยินจริง
ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันและอังกฤษ "FOMO" มักออกเสียงว่า "FOH-moh" (คล้องจองกับ "promo") บางคนออกเสียงทีละตัวอักษร ("F-O-M-O") แต่จะฟังเป็นทางการกว่า และไม่ค่อยเป็นธรรมชาติในภาษาพูดแบบกันเอง
FOMO มาจากไหน?
FOMO ให้ความรู้สึกเหมือนถูกคิดขึ้นโดยโซเชียลมีเดีย แต่คำนี้เก่ากว่า TikTok
ตัวย่อนี้เริ่มแพร่หลายในช่วงต้นทศวรรษ 2000 แล้วกลายเป็นคำที่คนทั่วไปใช้กัน เมื่อแพลตฟอร์มโซเชียลทำให้ชีวิตของคนอื่นมองเห็นได้มากขึ้น และต่อเนื่องตลอดเวลา
ที่มาจากงานวิชาการ (และทำไมถึงสำคัญ)
นักจิตวิทยาศึกษาความกลัวว่าจะพลาดอะไรไปในฐานะแรงจูงใจและอารมณ์ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับความต้องการทางสังคมและพฤติกรรมออนไลน์
งานวิจัยที่ถูกอ้างอิงบ่อยมากชิ้นหนึ่งเป็นของ Andrew K. Przybylski และคณะ ซึ่งอธิบาย FOMO ว่าเป็น "ความกังวลที่แทรกซึมอยู่ทั่วไป" ว่าคนอื่นอาจกำลังมีประสบการณ์ที่คุ้มค่าโดยไม่มีคุณ (Przybylski et al., 2013)
"Fear of missing out is a pervasive apprehension that others might be having rewarding experiences from which one is absent."
Andrew K. Przybylski, University of Oxford, in Computers in Human Behavior (2013)
คำนิยามนั้นเข้มข้นกว่าวิธีที่เพื่อนใช้ในแชต แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมคำนี้ถึงติดปาก: มันตั้งชื่อให้ความรู้สึกจริงที่คนจำนวนมากจำได้ทันที
ทำไมสแลงอังกฤษถึงชอบตัวย่อ
วัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตภาษาอังกฤษมีนิสัยย่ออารมณ์ให้เป็นป้ายคำสั้นๆ มานาน: FOMO, YOLO, IRL, DM และอื่นๆ
ตัวย่อใช้เร็ว ดูขี้เล่นนิดๆ และนำไปใช้ซ้ำข้ามแพลตฟอร์มได้ง่าย เลยเดินทางจาก Reddit ไปแชตกลุ่ม ไปจนถึงข้อความโฆษณาได้ดี
ถ้าอยากรู้สำนวนสมัยใหม่แบบนี้เพิ่ม ดู คู่มือสแลงภาษาอังกฤษ ของเรา
FOMO พบได้บ่อยแค่ไหนในปี 2026?
FOMO เป็นคำที่คนเข้าใจแพร่หลายในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ และในหมู่ผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองจำนวนมาก โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์
ภาษาอังกฤษเองเป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลกเมื่อรวมจำนวนผู้พูดทั้งหมด: Ethnologue ประเมินว่ามีผู้พูดราว 1.5 พันล้านคนทั่วโลก เมื่อรวมเจ้าของภาษาและผู้ใช้เป็นภาษาที่สอง (Ethnologue, 2024)
โซเชียลมีเดียทำให้ความรู้สึกนี้ขยายวงได้
FOMO ไม่ได้เกี่ยวกับภาษาอย่างเดียว แต่มันเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่ภาษานั้นอยู่ด้วย
งานวิจัยโซเชียลมีเดียของ Pew Research Center แสดงอัตราการใช้งานสูงในผู้ใหญ่ และเกือบเป็นสากลในกลุ่มผู้ใหญ่วัยน้อยในหลายแบบสำรวจ (Pew Research Center, accessed 2026) เมื่อทุกคนสามารถโพสต์ช่วงไฮไลต์ได้ทันที การ "พลาด" ก็จินตนาการได้ง่ายขึ้น
🌍 บทสนทนาเล็กๆ แบบสมัยใหม่มาก
ในภาษาอังกฤษ การพูดว่า "I have FOMO" อาจทำหน้าที่เหมือนการชวนคุยเล่นๆ มันสื่อว่า "ฉันเห็นนะว่าคุณทำอะไร" โดยไม่ฟังดูตัดสิน และชวนให้อีกฝ่ายปลอบใจ ("You didn’t miss much") หรือชวนไปด้วย ("Come next time") มันเป็นเครื่องมือซ่อมบรรยากาศทางสังคม ไม่ใช่แค่การสารภาพความรู้สึก
วิธีใช้ FOMO ให้เป็นธรรมชาติ (ไวยากรณ์และแพตเทิร์น)
FOMO ทำงานเหมือนคำนามปกติในภาษาอังกฤษ แม้ว่าจะเป็นตัวย่อก็ตาม
คุณยังสามารถทำให้มันเป็นคำคุณศัพท์ได้ด้วย ซึ่งพบได้บ่อยในงานการตลาดและโซเชียลมีเดีย
"I have FOMO"
นี่คือรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด
มันทำให้ FOMO เป็นความรู้สึกชั่วคราว คล้ายความหิวหรือความเครียด
ตัวอย่าง:
- "I have FOMO about the trip."
- "I had FOMO, so I went."
"It gives me FOMO"
รูปแบบนี้โยนสาเหตุไปที่สิ่งกระตุ้น ซึ่งมักเป็นคอนเทนต์
ตัวอย่าง:
- "Your photos give me FOMO."
- "That post gave me FOMO."
ใช้ "FOMO" เป็นคำคุณศัพท์
ภาษาอังกฤษมักใช้คำนามมาขยายคำนาม และ FOMO ก็เข้ากันพอดี
ตัวอย่าง:
- "FOMO marketing"
- "a FOMO purchase"
- "a FOMO trip"
⚠️ หลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่ผู้เรียนพลาดบ่อยที่สุด
อย่าพูดว่า "I am FOMO" ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน เจ้าของภาษามักพูดว่า "I have FOMO" หรือ "I’m getting FOMO" มากกว่า "I am FOMO" อาจฟังเหมือนคุณกำลังบอกว่าตัวตนของคุณคือแนวคิดนั้นจริงๆ
FOMO เทียบกับคำที่เกี่ยวข้อง (และควรเลือกใช้คำไหน)
FOMO มีความหมายทับซ้อนกับคำภาษาอังกฤษหลายคำ แต่แต่ละคำมีโทนต่างกัน
นี่คือการเทียบแบบใช้งานจริง ที่คุณใช้ได้เวลาเขียนหรือพูด
| คำ | การออกเสียง | ความหมาย | โทนที่พบบ่อย | เหมาะใช้เมื่อ |
|---|---|---|---|---|
| FOMO | FOH-moh | ความกลัวว่าจะพลาดอะไรไป | กันเอง, สายอินเทอร์เน็ต | เพื่อน, โซเชียลมีเดีย, การตลาด |
| envy | EN-vee | อยากได้สิ่งที่คนอื่นมี | จริงจังกว่า | ความรู้สึกตรงๆ, วรรณกรรม |
| jealousy | JEL-uh-see | กลัวว่าจะเสียบางอย่างให้คนอื่น | หนักกว่า | ความสัมพันธ์, ความขัดแย้ง |
| regret | ri-GRET | อยากให้เลือกต่างไป | ครุ่นคิด | หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป |
| curiosity | kyur-ee-OSS-ih-tee | อยากรู้หรืออยากลอง | เป็นกลาง | ทางเลือกที่อารมณ์น้อยกว่า |
| JOMO | JOH-moh | ความสุขที่ได้พลาด | ขี้เล่น, สายไลฟ์สไตล์ | การตั้งขอบเขต, มุกตลก |
ถ้าคุณอยากได้คำศัพท์อารมณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น คู่มือคำศัพท์อารมณ์ภาษาอังกฤษ ของเราก็เข้ากับหัวข้อนี้มาก
FOMO ในหนังและทีวี: ทำไมมันฟังเป็นธรรมชาติมาก
FOMO โผล่ในบทสนทนา เพราะมันช่วยบอกนิสัยตัวละครได้เร็ว
ตัวละครที่พูดว่า "I have FOMO" มักเป็นคนเข้าสังคม อยู่กับออนไลน์ และไวต่อบรรยากาศในกลุ่ม
มันสื่ออะไรเกี่ยวกับตัวละคร
นักเขียนใช้ FOMO เพื่อสื่อว่า:
- ความกังวลทางสังคม โดยไม่ต้องใช้ภาษาทางคลินิก
- การรับรู้สถานะ (ใครถูกชวน ใครถูกมองเห็น)
- การตัดสินใจแบบหุนหัน ("Fine, I’m coming")
ปัญหาซับไตเติล: ได้ยินกับอ่านไม่เหมือนกัน
ในภาษาพูดเร็ว "FOMO" อาจเบลอเป็นเสียงประมาณ "foe-moe" ในจังหวะเดียว
ถ้าคุณเรียนจากคลิป คุณฝึกหูให้จับตัวย่อและการพูดแบบลดรูปได้ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การฟังให้คล่องจริงๆ ถ้าคุณกำลังเทียบวิธีเรียน แอปเรียนภาษาที่ดีที่สุด ของเราจะอธิบายว่าทำไมคลิปสั้นๆ ที่ฟังซ้ำได้ถึงเวิร์กมาก
การใช้ในงานการตลาด: "FOMO marketing" และภาษากระตุ้นความเร่งด่วน
ในภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ FOMO มักถูกใช้เป็นชื่อกลยุทธ์
มันหมายถึงข้อความที่สร้างความเร่งด่วน โดยสื่อว่าของมีจำกัด หรือมีหลักฐานทางสังคมว่าคนอื่นกำลังสนใจ
วลีการตลาดแบบ FOMO ที่พบบ่อย (และสิ่งที่มันสื่อ)
- "Limited time" (คุณอาจพลาดช่วงเวลา)
- "Only 3 left" (ของมีจำกัด)
- "Everyone’s talking about it" (หลักฐานทางสังคม)
- "Don’t miss out" (วลีจุดชนวนแบบตรงๆ)
คุณจะเห็นการใช้ตัวเลขเพื่อเร่งความรู้สึกด้วย: นับถอยหลัง จำนวนจำกัด และวันที่
ถ้าตัวเลขทำให้คุณงง ทบทวน ตัวเลขในภาษาอังกฤษ เพราะภาษาอังกฤษอ่านวันที่ ราคา และจำนวนในแบบที่ช่วงแรกอาจรู้สึกไม่สม่ำเสมอ
เมื่อมันกลายเป็นด้านลบ
เวลาคนวิจารณ์ FOMO marketing เขาหมายถึงมันผลักให้คนตัดสินใจแบบหุนหัน
ในบทสนทนา คุณอาจได้ยินว่า: "They’re just using FOMO to sell it."
ควรตอบยังไงเมื่อมีคนบอกว่าเขามี FOMO
การรู้สคริปต์ทางสังคมสำคัญพอๆ กับการรู้ความหมาย
นี่คือคำตอบที่เป็นธรรมชาติ ตั้งแต่อบอุ่นไปจนถึงแซวเล่น
ปลอบใจเขา
- "Honestly, you didn’t miss much."
- "It was fun, but it was low-key."
ชวนเขาครั้งหน้า
- "Come next time, we’ll save you a spot."
- "We’re doing it again next month."
(ถ้าคุณอยากฟังเป็นธรรมชาติเรื่องคำบอกเวลาอย่าง "next month" คู่มือเดือนในภาษาอังกฤษ ของเราช่วยเรื่องการออกเสียงและแพตเทิร์นที่พบบ่อยได้)
แซวเบาๆ (เฉพาะเพื่อนสนิท)
- "That’s your FOMO talking."
- "Stop doomscrolling, you’re fine."
🌍 จุดเล็กๆ เรื่องความสุภาพ
ในหลายบริบทของผู้ใช้ภาษาอังกฤษ "You didn’t miss much" มักเป็นการปลอบใจแบบสุภาพ ไม่ใช่การรีวิวงานแบบตรงตัว มันเป็นคำตอบที่ช่วยรักษาหน้า ลดความกังวลของอีกฝ่าย และทำให้บทสนทนายังเป็นมิตร
บริบทที่คุณจะเห็น FOMO บ่อยๆ
FOMO ใช้ได้ยืดหยุ่น แต่จะกระจุกอยู่กับสถานการณ์ชีวิตสมัยใหม่ไม่กี่แบบ
แผนสังคมและคำชวน
นี่คือการใช้แบบคลาสสิก: ปาร์ตี้ มื้อเย็น ทริป คอนเสิร์ต
มันมักโผล่ตอนกำลังตัดสินใจว่าจะไปไหม ไม่ใช่หลังจากพลาดไปแล้ว
โซเชียลมีเดียและ "stories"
Stories และวิดีโอสั้นแทบจะเป็นเครื่องผลิต FOMO: มันชั่วคราว เน้นไฮไลต์ และถูกออกแบบให้คนกลับมาเช็กซ้ำๆ
นั่นคือเหตุผลที่ "Don’t give me FOMO" เป็นคอมเมนต์ที่พบบ่อยใต้คลิปท่องเที่ยวและโพสต์คอนเสิร์ต
งานและอาชีพ
ในชีวิตการทำงาน FOMO มักหมายถึงกลัวพลาดโอกาส: เลื่อนตำแหน่ง เน็ตเวิร์ก งานสัมมนา หรือแม้แต่ถูกกันออกจากการตัดสินใจ
ในบริบทที่เป็นทางการกว่า คนอาจเลี่ยงตัวย่อ แล้วพูดว่า "I don’t want to miss out on the opportunity."
อะไรที่ไม่ควรสับสนกับ FOMO
มีคำที่หน้าตาคล้ายกันบางคำที่ทำให้เข้าใจผิดได้ โดยเฉพาะผู้เรียนภาษาอังกฤษ
FOAM vs FOMO
"Foam" (FOHM) เป็นคำภาษาอังกฤษปกติ แปลว่าโฟมหรือฟอง เช่น ฟองทะเลหรือฟองสบู่
ถ้าคุณออกเสียง FOMO ผิดเป็น "foam-oh" คนฟังอาจยังเดาได้จากบริบท แต่จะฟังเหมือนคุณเพิ่งอ่านคำนี้ครั้งแรก
FOMO vs "missing out"
"Missing out" เป็นคำกลางๆ และอาจหมายถึงการพลาดแบบตรงตัว
FOMO เพิ่มอารมณ์เข้าไป: กังวล กดดัน เปรียบเทียบ
FOMO vs คำหยาบ
FOMO เป็นสแลงที่ปลอดภัย ไม่ใช่คำสบถ และใช้ได้ในที่สาธารณะส่วนใหญ่
ถ้าคุณกำลังเรียนว่าอะไรไม่ปลอดภัย คู่มือคำสบถภาษาอังกฤษ ของเราจัดระดับความแรง และอธิบายว่าคนใช้จริงๆ ที่ไหน
คู่มือสไตล์ฉบับย่อ: เขียน FOMO ให้ถูก
ถ้าคุณเขียนเพื่อโรงเรียน งาน หรือคอนเทนต์ ข้อตกลงเหล่านี้ช่วยได้
การใช้ตัวพิมพ์ใหญ่
นักเขียนส่วนใหญ่ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด: FOMO
บางแบรนด์ใช้ "Fomo" ในพาดหัวเพื่อความสวยงาม แต่ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดก็ยังเป็นรูปแบบมาตรฐานในพจนานุกรม (OED; Merriam-Webster, accessed 2026)
คำนำหน้านามและพหูพจน์
คุณสามารถพูดว่า:
- "a lot of FOMO" (ความรู้สึกนับไม่ได้)
- "so much FOMO"
- "FOMOs" (ไม่ค่อยเจอ แต่บางครั้งใช้แบบล้อเล่น หมายถึงหลายเหตุการณ์)
การใส่ยัติภังค์
คุณอาจเห็น:
- "FOMO-inducing" (พบบ่อยในงานเขียน)
- "FOMO-driven" (พบบ่อยในงานการตลาด)
เรียน FOMO แบบ Wordy: จากความหมายสู่สัญชาตญาณ
รู้ความหมายคือก้าวแรก เป้าหมายจริงคือจำได้ทันทีเวลาได้ยิน และใช้ด้วยโทนที่ถูกต้อง
คลิปหนังและทีวีช่วยได้ เพราะมันโชว์สถานการณ์ทางสังคม: ใครรู้สึกถูกทิ้ง ใครกำลังชวน ใครกำลังเล่นมุก
ถ้าคุณอยากได้สำนวนที่ใช้จริงในบทสนทนา เริ่มจาก รายการสแลงภาษาอังกฤษ ของเรา แล้วฝึกฟังในบริบทบน /learn/english
ประเด็นสำคัญ
- FOMO หมายถึง "fear of missing out" ความรู้สึกกังวลหรือกดดันว่าจะถูกกันออกจากสิ่งที่คุ้มค่า
- ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ มันมักเป็นคำกันเองและพูดแบบรู้ตัวเอง ไม่ใช่ภาษาทางคลินิก
- ไวยากรณ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดคือ "I have FOMO" หรือ "It gives me FOMO"
- มันพบบ่อยในวัฒนธรรมโซเชียลมีเดีย และในภาษาการตลาดที่พูดถึงความเร่งด่วนและความขาดแคลน
คำถามที่พบบ่อย
FOMO ในแชตหมายถึงอะไร?
FOMO เป็นศัพท์จิตวิทยาจริงๆ หรือเป็นแค่สแลง?
ใช้คำว่า FOMO ในประโยคยังไง?
FOMO ต่างจาก JOMO ยังไง?
พูดคำว่า FOMO ในที่ทำงานได้ไหม?
แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง
- Oxford English Dictionary (OED), รายการคำว่า 'FOMO', เข้าถึงปี 2026
- Merriam-Webster, รายการคำว่า 'FOMO', เข้าถึงปี 2026
- Przybylski, A.K., Murayama, K., DeHaan, C.R., & Gladwell, V. 'Motivational, emotional, and behavioral correlates of fear of missing out.' Computers in Human Behavior, 2013
- Ethnologue, ฉบับที่ 27 (2024), รายการภาษาอังกฤษ
- Pew Research Center, 'Social Media Use' (ชุดรายงานล่าสุดที่มี), เข้าถึงปี 2026
เริ่มเรียนรู้กับ Wordy
ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

