← กลับไปที่บล็อก
🇯🇵ญี่ปุ่น

คำคำถามภาษาญี่ปุ่น: คู่มือครบสำหรับการตั้งคำถาม

โดย Sandor20 กุมภาพันธ์ 2569อ่าน 10 นาที

คำตอบด่วน

คำคำถามสำคัญในภาษาญี่ปุ่นคือ 誰 (dare, ใคร), 何 (nani/nan, อะไร), どこ (doko, ที่ไหน), いつ (itsu, เมื่อไหร่), なぜ (naze, ทำไม), どう (dou, อย่างไร), どれ (dore, อันไหน), และ いくら (ikura, เท่าไหร่). คำคำถามภาษาญี่ปุ่นอยู่ในคอลัมน์ ド (do-) ของระบบชี้เฉพาะ Ko-So-A-Do และประโยคคำถามมักทำเครื่องหมายด้วยคำช่วย か (ka) ในภาษาสุภาพ หรือใช้น้ำเสียงสูงขึ้นในบทสนทนากันเอง

คำถามพื้นฐานที่สำคัญในภาษาญี่ปุ่นคือ 誰 (dare, ใคร), 何 (nani/nan, อะไร), どこ (doko, ที่ไหน), いつ (itsu, เมื่อไหร่), なぜ (naze, ทำไม), どう (dou, อย่างไร), どれ (dore, อันไหน), และ いくら (ikura, เท่าไหร่) ต่างจากภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่นไม่สลับลำดับคำเพื่อทำเป็นคำถาม แต่ใช้คำช่วยท้ายประโยค か (ka) หรือใช้น้ำเสียงสูงขึ้นแทน

ภาษาญี่ปุ่นมีเจ้าของภาษาประมาณ 125 ล้านคน และผลสำรวจปี 2024 ของ Japan Foundation รายงานว่า มีคนมากกว่า 3.8 ล้านคนใน 142 ประเทศกำลังเรียนเป็นภาษาต่างประเทศอย่างจริงจัง จุดเด่นที่ทำให้คำถามในภาษาญี่ปุ่นเป็นระบบมากคือกรอบชี้เฉพาะแบบ Ko-So-A-Do: คำถามทุกคำอยู่ในคอลัมน์ ド (do-) ดังนั้นพอจำแพตเทิร์นได้ คุณจะเดาคำถามคำใหม่ได้ง่ายขึ้น

"The Japanese demonstrative system is one of the most elegant and symmetrical in any language. The Ko-So-A-Do grid organizes spatial, object, and manner references into a four-way distinction that extends naturally to interrogatives through the Do- column."

(David Crystal, The Cambridge Encyclopedia of Language, Cambridge University Press)

คู่มือนี้ครอบคลุมคำถามสำคัญทั้งหมดในภาษาญี่ปุ่น พร้อมคันจิ ฮิรางานะ การออกเสียง โน้ตไวยากรณ์ และบริบททางวัฒนธรรม ถ้าต้องการฝึกแบบโต้ตอบกับคอนเทนต์ภาษาญี่ปุ่นจริง ไปที่หน้า เรียนภาษาญี่ปุ่น ของเรา

สรุปด่วน: คำถามในภาษาญี่ปุ่น

💡 ระบบ Ko-So-A-Do

ภาษาญี่ปุ่นจัดคำชี้เฉพาะเป็นตาราง 4 คอลัมน์ คอลัมน์ コ (ko-) ชี้สิ่งที่อยู่ใกล้ผู้พูด ソ (so-) ใกล้ผู้ฟัง ア (a-) ไกลจากทั้งสองฝ่าย และ ド (do-) ใช้กับสิ่งที่ไม่รู้ ซึ่งเป็นคอลัมน์ของคำถาม พอรู้แพตเทิร์นนี้ คำถามจะเดาได้: これ (อันนี้) → それ (อันนั้น) → あれ (อันนั้นตรงโน้น) → どれ (อันไหน?) แพตเทิร์นเดียวกันใช้กับ ここ/そこ/あそこ/どこ (ที่นี่/ที่นั่น/ตรงโน้น/ที่ไหน?) และ この/その/あの/どの (นี้/นั้น/โน้น/อันไหน?)


誰 (だれ)

誰 (dare) คือคำพื้นฐานที่แปลว่า “ใคร” ในภาษาญี่ปุ่น มันอยู่ต้นหรือกลางประโยคได้ แต่ต่างจากภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่นไม่เปลี่ยนลำดับคำ: あの人は誰ですか (ano hito wa dare desu ka, "who is that person?") เติม の (no) จะเป็นความเป็นเจ้าของ “ของใคร”: 誰の傘ですか (dare no kasa desu ka, "whose umbrella is this?")

ในสถานการณ์ทางการหรือธุรกิจ มักใช้ どなた (donata) แทน 誰 ถ้าถามพนักงานต้อนรับว่า 誰ですか (dare desu ka) จะฟังแข็งไป แต่ どなたですか (donata desu ka) สุภาพเหมาะกว่า ตามหนังสือของ Makino และ Tsutsui A Dictionary of Basic Japanese Grammar どなた เป็นรูปยกย่อง และควรใช้เมื่อพูดกับหรือพูดถึงคนสถานะสูงกว่า

แพตเทิร์นไวยากรณ์ที่สำคัญคือ เติม か (ka) หลัง 誰 จะได้ความหมาย “ใครสักคน” (誰か) ส่วน でも (demo) จะได้ “ใครก็ได้/ทุกคน” (誰でも) แพตเทิร์น か/でも นี้ใช้ได้กับคำถามทุกคำ และเป็นกฎที่ใช้สร้างคำได้บ่อยมากในภาษาญี่ปุ่น


何 (なに / なん)

何 เป็นคำถามที่ยืดหยุ่นที่สุดในภาษาญี่ปุ่น และการอ่าน 2 แบบทำให้ผู้เรียนสับสนได้ กฎนี้เกี่ยวกับเสียง: 何 อ่านว่า なん (nan) เมื่ออยู่หน้ากลุ่มเสียงแถว な (na), の (no), และ だ/で (da/de) และเมื่ออยู่หน้าลักษณนาม ตำแหน่งอื่นอ่านว่า なに (nani)

ตัวอย่าง: 何をしますか (nani o shimasu ka, "what will you do?") ใช้ なに เพราะอยู่หน้า を (o) แต่ 何の本ですか (nan no hon desu ka, "what book is it?") ใช้ なん เพราะอยู่หน้า の (no) ความต่างนี้เป็นธรรมชาติสำหรับเจ้าของภาษา แต่ผู้เรียนต้องฝึกให้ชิน

何 เมื่อนำไปรวมกับลักษณนาม จะเกิดคำถามที่ใช้ได้เยอะมาก 何人 (nan-nin) คือ “กี่คน” 何時 (nan-ji) คือ “กี่โมง” 何歳 (nan-sai) คือ “อายุเท่าไหร่” 何回 (nan-kai) คือ “กี่ครั้ง” และ 何月 (nan-gatsu) คือ “เดือนอะไร” แนวทางการสอนของ Japan Foundation ระบุว่ากลุ่มคำแบบลักษณนามเหล่านี้เป็นคำศัพท์จำเป็นสำหรับระดับ JLPT N5 และ N4


どこ (doko)

どこ (doko) เข้ากับตาราง Ko-So-A-Do พอดี: ここ (koko, ที่นี่), そこ (soko, ที่นั่น), あそこ (asoko, ตรงโน้น), どこ (doko, ที่ไหน?) คำช่วยที่ตามหลัง どこ จะเปลี่ยนความหมาย: どこに (doko ni) ถามจุดหมาย どこで (doko de) ถามสถานที่ที่ทำกิจกรรม และ どこから (doko kara) ถามจุดเริ่มต้น

รูปสุภาพ どちら (dochira) ใช้ได้ทั้ง “ที่ไหน” และ “ทิศทางไหน” ในห้างหรือโรงแรม พนักงานมักถาม どちらへ (dochira e, "where to?") แทน どこへ ที่ตรงกว่า どちら ยังใช้เป็น “อันไหน” แบบสุภาพสำหรับ 2 ตัวเลือกด้วย ซึ่งภาษาไทยมักไม่แยกชัด แต่ภาษาญี่ปุ่นแยกละเอียด


いつ (itsu)

いつ (itsu) แปลกกว่าคำถามอื่น เพราะปัจจุบันไม่ใช้คันจิ และเขียนด้วยฮิรางานะเท่านั้น ต่างจาก 誰 หรือ 何 คำว่า いつ ไม่จำเป็นต้องมีคำช่วยเพื่อใช้ในประโยค: いつ行きますか (itsu ikimasu ka, "when will you go?") ถูกต้องครบถ้วนโดยไม่ต้องเติม に หรือ を

รูปที่แตกออกมาจากคำนี้เป็นคำที่เจอบ่อยมากในชีวิตประจำวัน いつも (itsumo, “เสมอ”) พบในคำทักทายอย่าง いつもお世話になっております (itsumo osewa ni natte orimasu) ซึ่งเป็นสำนวนธุรกิจมาตรฐานที่หมายถึง “ขอบคุณที่อุปการะมาโดยตลอด” ส่วน いつか (itsuka, “สักวันหนึ่ง”) ให้โทนหวังและฝัน มักได้ยินในเนื้อเพลงและบทสนทนาทั่วไป


なぜ / どうして / なんで

ภาษาญี่ปุ่นมีคำว่า “ทำไม” 3 แบบ และการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับระดับความสุภาพล้วนๆ なぜ (naze) ทางการและเป็นภาษาเขียนมากที่สุด ใช้ในข่าว NHK บทความวิชาการ และสุนทรพจน์ทางการ どうして (doushite) เป็นรูปสุภาพมาตรฐาน และเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยสำหรับคุยกับคนรู้จัก เพื่อนร่วมงาน หรือคนแปลกหน้า なんで (nande) เป็นกันเอง และใช้กับเพื่อนหรือครอบครัวเท่านั้น

ตามผลสำรวจภาษาประจำชาติของ Agency for Cultural Affairs なんで เป็นรูปที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาพูด โดยเฉพาะในกลุ่มอายุต่ำกว่า 40 แต่ถ้าใช้ในที่ทางการ จะทำให้ผู้พูดดูสบายเกินไป NHK Broadcasting Culture Research Institute แนะนำให้ใช้ なぜ สำหรับงานข่าว และใช้ どうして สำหรับรายการแนวสนทนา

注意: どうして มีความหมายเพิ่มนอกจาก “ทำไม” คือบางบริบทแปลว่า “อย่างไร” ได้ด้วย: どうしてそうなった (doushite sou natta) อาจหมายถึงทั้ง “ทำไมถึงเป็นแบบนั้น” และ “มันเป็นแบบนั้นได้อย่างไร” โดยปกติบริบทจะช่วยบอกความหมายที่ตั้งใจ


どう / どうやって

ภาษาญี่ปุ่นแยก “อย่างไร” ของภาษาไทยออกเป็น 2 คำ どう (dou) ถามสภาพ เงื่อนไข หรือความเห็น: 日本語はどうですか (nihongo wa dou desu ka, "how is Japanese?" หมายถึง “คิดอย่างไรกับภาษาญี่ปุ่น”) ส่วน どうやって (douyatte) ถามวิธีหรือหนทาง: どうやって作りますか (douyatte tsukurimasu ka, "how do you make it?")

คำสุภาพที่เทียบเท่าคือ いかが (ikaga) และสำคัญมากในภาษาญี่ปุ่นสุภาพ พนักงานร้านอาหารจะถาม お飲み物はいかがですか (onomimono wa ikaga desu ka, "how about a drink?") ในงานธุรกิจ コーヒーはいかがですか (koohii wa ikaga desu ka) เป็นวิธีมาตรฐานในการเสนอ咖啡ให้แขก ถ้าใช้ どう ในบริบทนี้ ไวยากรณ์ถูก แต่ดูไม่สุภาพพอ


どれ / どの / どんな

กลุ่มคำว่า “อันไหน” แสดงระบบ Ko-So-A-Do ได้ชัดที่สุด これ (อันนี้), それ (อันนั้น), あれ (อันนั้นตรงโน้น), どれ (อันไหน?) แพตเทิร์นเดียวกันใช้กับคำขยายคำนาม: この本 (หนังสือเล่มนี้), その本 (เล่มนั้น), あの本 (เล่มนั้นตรงโน้น), どの本 (เล่มไหน?)

จุดต่างสำคัญคือ どれ (dore) ใช้เดี่ยวๆ เป็นสรรพนามสำหรับตัวเลือกตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป ส่วน どちら (dochira) ใช้เมื่อเลือกจาก 2 อย่าง ถ้าร้านอาหารมีหลายเมนู ถาม どれにしますか (dore ni shimasu ka) เป็นธรรมชาติ แต่ถ้าเลือกชาหรือกาแฟ ต้องใช้ どちらにしますか (dochira ni shimasu ka)

どんな (donna, “แบบไหน”) เป็นคำถามที่ใช้คุยได้บ่อยมาก どんな音楽が好きですか (donna ongaku ga suki desu ka, "what kind of music do you like?") เป็นประโยคเปิดบทสนทนามาตรฐาน มันต่อหน้าคำนามได้เลยโดยไม่ต้องมีคำช่วย เหมือน この/その/あの/どの


いくら / いくつ

いくら (ikura) ใช้ถามราคาโดยเฉพาะ และเป็นหนึ่งในประโยคแรกที่นักท่องเที่ยวเรียน: これはいくらですか (kore wa ikura desu ka, "how much is this?") มันไม่เกี่ยวกับอาหาร いくら (ikura, ไข่ปลาแซลมอน) คำอาหารมาจากภาษารัสเซีย แต่คำถามเป็นคำญี่ปุ่นแท้

いくつ (ikutsu) ใช้ได้ทั้ง “กี่อัน” (นับแบบทั่วไป) และ “อายุเท่าไหร่” (แบบกันเอง) おいくつですか (oikutsu desu ka) ที่เติม お เพื่อความสุภาพ เป็นวิธีถามอายุที่นุ่มนวลกว่า 何歳ですか (nan-sai desu ka) สำหรับจำนวน いくつ ใช้เมื่อไม่ต้องการลักษณนามเฉพาะ: りんごはいくつ要りますか (ringo wa ikutsu irimasu ka, "how many apples do you need?")

どのくらい (dono kurai) เป็นสำนวนหลักสำหรับถามขอบเขต ระยะเวลา หรือระดับ มันครอบคลุมคำถามที่ภาษาไทยมักแยกเป็น “นานแค่ไหน” “ไกลแค่ไหน” และ “เท่าไหร่” (ที่ไม่ใช่ราคา) 東京からどのくらいかかりますか (Toukyou kara dono kurai kakarimasu ka, "how long does it take from Tokyo?") เป็นคำศัพท์ท่องเที่ยวที่สำคัญ


💡 การทำประโยคคำถามด้วย か (ka) และน้ำเสียงสูงขึ้น

ในภาษาญี่ปุ่นสุภาพ (รูป です/ます) ให้เติม か (ka) ท้ายประโยคบอกเล่าเพื่อทำเป็นคำถาม: これは本です (kore wa hon desu, "this is a book") จะเป็น これは本ですか (kore wa hon desu ka, "is this a book?") ในภาษาพูดกันเอง มักตัด か ออก และใช้การขึ้นเสียงท้ายประโยคแทน: これは本? (kore wa hon?) 注意: ถ้าเติม か ในภาษากันเอง (これは本か?) จะฟังแมนและค่อนข้างห้วน คนส่วนใหญ่แค่ขึ้นเสียงท้ายประโยค

🌍 คำถามแบบอ้อมและความสุภาพ

วัฒนธรรมญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการสื่อสารแบบอ้อม โดยเฉพาะเมื่อถามผู้ใหญ่กว่า ลูกค้า หรือคนแปลกหน้า แทนที่จะถามตรงๆ อย่าง いつ来ますか (itsu kimasu ka, "when will you come?") ภาษาญี่ปุ่นสุภาพมักห่อคำถามไว้ในคำขอ: いつ来るか教えていただけますか (itsu kuru ka oshiete itadakemasu ka, "could you please tell me when you will come?") โครงสร้างนี้คือการฝังคำถามด้วย か ไว้ในคำขอสุภาพ และเรียกว่า 間接疑問文 (kansetsu gimonbun, indirect question) ถ้าคุณใช้ได้คล่อง คุณจะฟังสุภาพเหมาะสมในงานธุรกิจ งานบริการ และสถานการณ์ที่มีลำดับชั้น


คำถามภาษาญี่ปุ่นในหนังและทีวี

การดูหนังญี่ปุ่น อนิเมะ และซีรีส์ เป็นวิธีที่ได้ผลมากในการซึมซับคำถามในบริบทจริง คุณจะได้ยิน なんで (nande, "why?!") ในอนิเมะบ่อยกว่า なぜ ที่เป็นทางการมาก ส่วนซีรีส์แนวธุรกิจมักโชว์การถามแบบอ้อม และการใช้ いかが (ikaga) ในสถานการณ์มืออาชีพ

สังเกตการสลับระดับความสุภาพของตัวละคร ตัวละครอาจใช้ なんで กับเพื่อน แต่เปลี่ยนเป็น なぜ หรือ どうして เมื่อคุยกับครู การสลับระดับแบบนี้เป็นหัวใจของภาษาญี่ปุ่นธรรมชาติ และตำรามักถ่ายทอดได้ไม่ดีนัก

ดูรายการ หนังที่ดีที่สุดสำหรับเรียนภาษาญี่ปุ่น ที่เราคัดมาให้ หรือสำรวจคำศัพท์และไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติมใน บล็อก ถ้าต้องการฝึกใช้คำถามในบริบทจริง ลอง เครื่องมือเรียนภาษาญี่ปุ่น ของเรากับคอนเทนต์หนังและทีวีจริง

คำถามที่พบบ่อย

คำคำถามพื้นฐานในภาษาญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง
คำคำถามหลักของภาษาญี่ปุ่น (疑問詞, gimonshi) ได้แก่ 誰 (dare, ใคร), 何 (nani/nan, อะไร), どこ (doko, ที่ไหน), いつ (itsu, เมื่อไหร่), なぜ (naze, ทำไม), どう (dou, อย่างไร), どれ (dore, อันไหน), いくら (ikura, เท่าไหร่) ใช้ได้ครอบคลุมคำถามในชีวิตประจำวัน
ตั้งประโยคคำถามภาษาญี่ปุ่นยังไง
ภาษาญี่ปุ่นแบบสุภาพเติมคำช่วย か (ka) ท้ายประโยคเพื่อทำให้เป็นคำถาม เช่น これは本ですか (นี่คือหนังสือไหม). แบบกันเองมักตัด か ออก แล้วใช้น้ำเสียงสูงขึ้น เช่น これは本? ลำดับคำไม่เปลี่ยน และไม่สลับประธานกับกริยาเหมือนภาษาอังกฤษ
ทำไม 何 ถึงอ่านได้ทั้ง なに (nani) และ なん (nan)
何 มักอ่านว่า なん (nan) เมื่ออยู่หน้าพยางค์แถว な, の, だ และเมื่ออยู่หน้าคำลักษณนาม เช่น 何人 (กี่คน), 何時 (กี่โมง), 何の (แบบไหน). ตำแหน่งอื่นส่วนใหญ่จะอ่านว่า なに (nani) เช่น 何をしますか เหตุผลคือช่วยให้ออกเสียงลื่นไหลขึ้น
ระบบ Ko-So-A-Do ในภาษาญี่ปุ่นคืออะไร
Ko-So-A-Do คือระบบคำชี้เฉพาะที่จัดสรรพนามและคำวิเศษณ์เป็น 4 กลุ่ม: コ (ko-, ใกล้ผู้พูด), ソ (so-, ใกล้ผู้ฟัง), ア (a-, ตรงนั้นไกลออกไป), ド (do-, คำถามหรือไม่ทราบ). เช่น ここ, そこ, あそこ, どこ โดยคำคำถามมาจากคอลัมน์ ド
なぜ, どうして, なんで ต่างกันยังไง
ทั้งสามคำแปลว่า ทำไม แต่ระดับความสุภาพต่างกัน. なぜ (naze) เป็นทางการที่สุด ใช้ในงานเขียน ข่าว หรือเชิงวิชาการ. どうして (doushite) สุภาพมาตรฐาน ใช้ได้ปลอดภัยในบทสนทนาส่วนใหญ่. なんで (nande) กันเอง ใช้กับเพื่อนหรือครอบครัว ใช้ なぜ แบบกันเองจะดูแข็ง และใช้ なんで ในที่ทำงานจะไม่สุภาพ
ถามคำถามตรงๆ ในภาษาญี่ปุ่นถือว่าเสียมารยาทไหม
คำถามตรงๆ อาจฟังดูเหมือนกดดัน โดยเฉพาะกับผู้ใหญ่หรือหัวหน้า จึงมักใช้รูปแบบอ้อมๆ แทน เช่น แทนที่จะถาม 何時に来ますか อาจพูด 何時にいらっしゃるか教えていただけますか เพื่อขอทราบอย่างสุภาพ ความอ้อมค้อมนี้สอดคล้องกับวัฒนธรรมเรื่องลำดับชั้นและมารยาท

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Agency for Cultural Affairs (文化庁), แบบสำรวจภาษาประจำชาติ, 2024
  2. Japan Foundation (国際交流基金), แบบสำรวจการศึกษาภาษาญี่ปุ่นในต่างประเทศ, 2024
  3. Makino, S. & Tsutsui, M., A Dictionary of Basic Japanese Grammar (The Japan Times)
  4. Crystal, D., The Cambridge Encyclopedia of Language, ฉบับที่ 4 (Cambridge University Press)
  5. NHK Broadcasting Culture Research Institute, คู่มือการออกเสียงภาษาญี่ปุ่นมาตรฐาน

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม

คำคำถามภาษาญี่ปุ่น ใช้ถามให้ถูก (2026)