← กลับไปที่บล็อก
🇬🇧อังกฤษ

คำภาษาฝรั่งเศสที่ใช้ในภาษาอังกฤษ: คำยืมใช้บ่อย 60+ คำ (พร้อมการออกเสียง)

โดย Sandorอัปเดต: 10 พฤษภาคม 2569อ่าน 12 นาที

คำตอบด่วน

ภาษาอังกฤษมีคำจำนวนมากที่ยืมมาจากภาษาฝรั่งเศส โดยเฉพาะในเรื่องอาหาร ศิลปะ กฎหมาย และบทสนทนาในชีวิตประจำวัน หลายคำยังคงการสะกดแบบฝรั่งเศสและการออกเสียงที่มีกลิ่นอายฝรั่งเศส แต่ความหมายมักเปลี่ยนไปเมื่อใช้ในภาษาอังกฤษ คู่มือนี้สอนคำยืมฝรั่งเศสที่พบบ่อย 60+ คำที่คุณได้ยินจริง พร้อมวิธีออกเสียงให้ชัด และใช้ให้เป็นธรรมชาติโดยไม่ดูฝืน

ภาษาอังกฤษยืมคำจากภาษาฝรั่งเศสมาเป็นพันคำ ตั้งแต่คำพื้นฐานในชีวิตประจำวันอย่าง people และ very ไปจนถึงคำด้านวัฒนธรรมอย่าง genre และ cliché เพราะภาษาฝรั่งเศสมีอิทธิพลต่อคลังคำศัพท์อังกฤษมาหลายศตวรรษ และจนถึงวันนี้คำฝรั่งเศสยังสื่อถึงอาหาร สไตล์ และความมีระดับ

ภาษาฝรั่งเศสยังเป็นภาษาที่มีผู้ใช้จริงทั่วโลก ซึ่งช่วยให้คำยืมจากฝรั่งเศสยังคงหมุนเวียนอยู่ Ethnologue (ฉบับที่ 27, 2024) ประเมินว่ามีผู้พูดภาษาฝรั่งเศสราว 321 ล้านคนทั่วโลก และ Organisation internationale de la Francophonie อธิบายว่าภาษาฝรั่งเศสมีบทบาทในหลายสิบประเทศและดินแดน ทั้งในด้านการศึกษาและชีวิตสาธารณะ

ถ้าคุณอยากดูแผนที่คำยืมจากภาษาอื่นด้วย ลองดูรายการ คำภาษาอังกฤษที่มาจากภาษาสเปน และภาพรวมที่กว้างขึ้นใน ภาพรวมภาษาอังกฤษ

ทำไมภาษาอังกฤษถึงมีคำฝรั่งเศสเยอะมาก

เหตุผลใหญ่คือประวัติศาสตร์ หลังการพิชิตของชาวนอร์มัน ภาษาฝรั่งเศส (โดยเฉพาะแองโกล-นอร์มัน) กลายเป็นภาษาของชนชั้นอำนาจในอังกฤษ ขณะที่ภาษาอังกฤษยังเป็นภาษาของชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ บทสรุปของ Encyclopaedia Britannica เกี่ยวกับการพิชิตของชาวนอร์มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพื่อเข้าใจว่าความแบ่งแยกทางสังคมนี้หล่อหลอมคำศัพท์อังกฤษอย่างไร

เมื่อเวลาผ่านไป ภาษาอังกฤษรับคำฝรั่งเศสเข้ามาในด้านกฎหมาย การปกครอง ศาสนา และวัฒนธรรมชั้นสูง แล้วต่อมาจึงรับเพิ่มในด้านแฟชั่น อาหาร และศิลปะ นิรุกติศาสตร์ของ Oxford English Dictionary แสดงให้เห็นว่าคำที่มีรากจากฝรั่งเศสถูกถักทออยู่ในภาษาอังกฤษลึกแค่ไหน รวมถึงคำที่ผู้พูดจำนวนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นคำยืม

คำฝรั่งเศสที่ฟังดู “หรู” ในภาษาอังกฤษ

แม้ในปัจจุบัน คำยืมจากฝรั่งเศสก็ยังส่งสัญญาณทางสังคมได้ งานของ Claire Kramsch เรื่องภาษาและวัฒนธรรมช่วยอธิบายจุดนี้ได้ดี คำศัพท์ไม่ได้มีแค่ความหมาย แต่ยังเกี่ยวกับอัตลักษณ์และตำแหน่งทางสังคมด้วย

ในภาษาอังกฤษ การเลือกใช้ cuisine แทน cooking หรือ rendezvous แทน meeting อาจฟังดูขี้เล่น เป็นทางการ หรือประชดประชันได้ ขึ้นอยู่กับบริบท

💡 กฎที่ใช้ได้จริง

ถ้าคำยืมจากฝรั่งเศสเป็นคำที่คนในชุมชนของคุณใช้กันบ่อย ก็ใช้ตามปกติได้เลย แต่ถ้ารู้สึกว่าเป็นคำที่ไม่ค่อยมีคนใช้ ให้ใช้เฉพาะตอนที่มันเพิ่มความหมายเฉพาะ เช่น ใช้ déjà vu เพื่อสื่อความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่แค่ “ฉันจำได้”

ออกเสียงคำยืมจากฝรั่งเศสในภาษาอังกฤษอย่างไร โดยไม่ต้องคิดมาก

คุณไม่จำเป็นต้องมีสำเนียงฝรั่งเศส คุณต้องมีการออกเสียงแบบอังกฤษที่คงที่ และคนฟังจำได้ทันที

นี่คือรูปแบบที่ทำให้คนพลาดบ่อยที่สุด:

  • พยัญชนะท้ายคำ: การสะกดแบบฝรั่งเศสมักลงท้ายด้วยพยัญชนะที่ไม่ออกเสียงในฝรั่งเศส แต่ภาษาอังกฤษอาจออกเสียง (เช่น ballet กับ buffet ซึ่งต่างกันตามสำเนียง)
  • การเน้นพยางค์ (stress): ภาษาอังกฤษเน้นเสียงชัดและมักอยู่ต้นคำ ภาษาฝรั่งเศสเน้นต่างกัน ดังนั้นเวอร์ชันภาษาอังกฤษมักย้ายตำแหน่งการเน้น
  • สระนาสิก (nasal vowels): ภาษาอังกฤษไม่มีสระนาสิกแบบฝรั่งเศส จึงมักแทนด้วยสระปกติแล้วตามด้วยเสียง n หรือ m

ถ้าคุณอยากพัฒนาความชัดโดยรวม ให้ใช้คู่กับ คู่มือการออกเสียงภาษาอังกฤษ

คำยืมจากฝรั่งเศส 60+ คำที่ได้ยินจริง (จัดกลุ่มตามหัวข้อ)

ด้านล่างคือรายการที่ใช้งานได้จริง พร้อมการออกเสียงแบบ General American ที่ชัดเจน บางคำมีการออกเสียงที่ยอมรับได้หลายแบบ แต่เลือกแบบที่สะอาดและชัดหนึ่งแบบ มักดีกว่าพยายามเลียนแบบฝรั่งเศสแบบปารีส

การใช้/ความหมายในภาษาอังกฤษภาษาอังกฤษการออกเสียงหมายเหตุ
ร้านกาแฟcafékah-FAYในภาษาอังกฤษมักเขียนเป็น 'cafe' โดยไม่ใส่เครื่องหมายกำกับเสียง
ร้านอาหารเล็กๆbistroBEE-strohในภาษาอังกฤษอาจหมายถึงร้านสบายๆ บรรยากาศอบอุ่นทั่วไป
บุฟเฟต์ (อาหารบริการตัวเอง)buffetbuh-FAYบางสำเนียงมี 'BUFF-it' สำหรับความหมายเป็นเฟอร์นิเจอร์ด้วย
ครัวซองต์croissantkrwah-SAHNTผู้พูดอังกฤษจำนวนมากก็พูดว่า 'krwah-SAHN' ด้วย
อาหาร/สไตล์การทำอาหารcuisinekwih-ZEENมักใช้กับสไตล์อาหารระดับชาติหรือภูมิภาค
เชฟchefSHEFกลายเป็นคำอังกฤษเต็มตัวแล้ว ไม่ต้องทำสำเนียงฝรั่งเศส
เมนูmenuMEN-yooเป็นคำใช้ประจำในภาษาอังกฤษ
Entrée (สหรัฐ: จานหลัก)entréeAHN-trayในภาษาฝรั่งเศสใกล้กับความหมาย 'อาหารเรียกน้ำย่อย' มากกว่า ความหมายในอังกฤษเลยเปลี่ยนไป
อาหารเรียกน้ำย่อยhors d'oeuvreor-DURVรูปพหูพจน์มักถูกใช้เหมือนเป็นเอกพจน์ในการพูด
ของหวานdessertdih-ZURTสะกดแบบมีที่มาฝรั่งเศส แต่การออกเสียงเป็นอังกฤษเต็มตัว
เค้กชิ้นเล็กmacaronMAK-uh-ronไม่ใช่คำเดียวกับ 'macaroon'
เรตติ้งร้านอาหารหรูMichelinMISH-uh-linพบบ่อยในสื่ออาหารและบทสนทนาเรื่องท่องเที่ยว
การนัดพบ (มักเชิงโรแมนติก)rendezvousRAHN-duh-vooมักให้โทนขี้เล่นหรือดราม่า
คู่หมั้น (ผู้ชาย)fiancéfee-ahn-SAYภาษาอังกฤษบางครั้งยังคงรูปแยกเพศไว้
คู่หมั้น (ผู้หญิง)fiancéefee-ahn-SAYสะกดต่างกัน แต่ในอังกฤษมักออกเสียงเหมือนกัน
เพื่อนสนิทamiAH-meeไม่ค่อยใช้ในอังกฤษทั่วไป แต่มักเจอในวลีตายตัวหรือการพูดแบบมีสไตล์
ความรู้สึกเหมือนเคยเจอมาก่อนdéjà vuDAY-zhah VOOใช้เป็นคำนาม: 'I had déjà vu'.
คำพูดคมๆbon motbohn MOHพบบ่อยในงานเขียนมากกว่าการพูด
ความผิดพลาดfaux pasFOH pahมักใช้กับความผิดพลาดทางสังคม
กลุ่มคนensembleahn-SAHM-buhlดนตรี ละคร แฟชั่น
กลุ่มเล็กๆcliqueKLEEKในภาษาอังกฤษมักให้ความรู้สึกเชิงลบ
คนที่รู้เยอะ/เชี่ยวชาญconnoisseurkon-uh-SURมักใช้กับอาหาร ไวน์ ศิลปะ
มีสไตล์chicSHEEKพบบ่อยมากในบทสนทนาเรื่องแฟชั่น
เทรนด์แฟชั่นà la modeah luh MOHDในเมนูสหรัฐยังหมายถึง 'เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม' ด้วย
กระโปรงสั้นminiskirtMIN-ee-skurtไม่ใช่รูปฝรั่งเศสโดยตรง แต่คำศัพท์แฟชั่นเติบโตผ่านอิทธิพลฝรั่งเศส
บราbrassierebruh-ZEERในอังกฤษมักย่อเป็น 'bra'
น้ำหอมparfumpar-FUHMในภาษาอังกฤษ 'perfume' พบบ่อยกว่า 'parfum'
ทรงผมbouffantboo-FAHNTมักอยู่ในบริบทแฟชั่นหรือแนวเรโทร
กระเป๋าถือใบเล็กpursePURSสุดท้ายมาจากฝรั่งเศส แต่ตอนนี้เป็นอังกฤษเต็มตัว
ร้านบูติก/ของตกแต่งชิ้นเล็กboutiqueboo-TEEKมักสื่อว่าคัดสรรมาแล้วหรือดูพรีเมียม
ประเภท/หมวดหมู่genreZHAHN-ruhภาพยนตร์ ดนตรี หนังสือ
ความคิดซ้ำๆclichéklee-SHAYในอังกฤษมักตัดเครื่องหมายกำกับเสียงออกตอนสะกด
ฉากสั้นๆ ที่ตัดต่อรวบmontagemon-TAHZHพบบ่อยในบทสนทนาเรื่องหนัง
ตัวอย่าง/พรีวิวtrailerTRAY-lerไม่ใช่ฝรั่งเศส แต่คำศัพท์วงการหนังมักผสมหลายที่มา
ผลงานชิ้นเอกchef-d'oeuvreSHEF DURVพบบ่อยในงานเขียนมากกว่าการพูด
ความปิ๊ง/แรงบันดาลใจฉับพลันcoup de foudreKOO duh FOOD-ruhในอังกฤษมักใช้หมายถึง 'รักแรกพบ'
การแสดงสั้นๆ แบบด้นสดcabaretKAB-uh-rayยังหมายถึงรูปแบบสถานที่แสดงด้วย
คำศัพท์โรงละครmatinéeMAT-uh-nayรอบการแสดงช่วงกลางวัน
มือใหม่noviceNOV-issมาจากฝรั่งเศสผ่านละติน ตอนนี้เป็นอังกฤษเต็มตัว
สรุปประวัติการทำงานrésuméREH-zoo-mayในข้อความธรรมดามักสะกดเป็น 'resume'
ผู้ก่อตั้งธุรกิจentrepreneurahn-truh-pruh-NURพบบ่อยมากในภาษาอังกฤษสายธุรกิจ
ตำแหน่งผู้ช่วย/ผู้แทนattachéah-tuh-SHAYบริบทการทูตและธุรกิจ
การเปิดตัว/ครั้งแรกdébutday-BYOOใช้กับการปรากฏตัวครั้งแรกด้วย
ต้นแบบรุ่นแรกprototypePROH-tuh-typeไม่ใช่ฝรั่งเศสล้วน แต่พบบ่อยในบทสนทนาเทคโนโลยี
คำศัพท์ทหารlieutenantloo-TEN-uhntการออกเสียงแบบสหรัฐต่างจากแบบสหราชอาณาจักรหลายแบบ
สายลับagentAY-jentตอนนี้เป็นอังกฤษเต็มตัว
การโจมตีรุนแรงassaultuh-SAWLTมีที่มาฝรั่งเศส ใช้ทั้งเชิงกฎหมายและชีวิตประจำวัน
ระบอบ/กลุ่มอำนาจregimereh-ZHEEMมักใช้เชิงการเมือง
สนธิสัญญาtreatyTREE-teeอิทธิพลฝรั่งเศสต่อคำศัพท์กฎหมายมีมากมหาศาล
ที่พัก/โรงแรม (ท่องเที่ยว)hotelhoh-TELมักเขียนเป็น 'hotel' โดยไม่ใส่เครื่องหมายกำกับเสียง
คนขับรถchauffeurshoh-FURยังให้ความรู้สึกค่อนข้างเป็นทางการ
โรงรถgarageguh-RAHZHบางพื้นที่พูดว่า 'GAR-ij' ด้วย
ตั๋วticketTIK-itไม่ใช่ฝรั่งเศส แต่ภาษาอังกฤษสายท่องเที่ยวผสมหลายที่มา
เส้นทางrouteROOTบางพื้นที่พูดว่า 'ROWt' ขึ้นอยู่กับภูมิภาค
ความเบื่อหน่าย/อึดอัดใจennuiahn-WEEมักหมายถึงความกระสับกระส่ายจากความเบื่อ ไม่ใช่แค่ 'เศร้า'
ความปรารถนาแรงกล้าdesiredih-ZY-erตอนนี้เป็นอังกฤษเต็มตัว
ของที่ระลึกsouvenirSOO-vuh-neerบริบทท่องเที่ยวและการให้ของขวัญ
ความละเอียดอ่อนของความหมายnuanceNOO-ahnsพบบ่อยทั้งในวิชาการและบทสนทนาทั่วไป
เหตุผลในการมีอยู่raison d'êtreRAY-zohn DET-ruhในอังกฤษมักใช้แบบขำๆ
กิจวัตร/รูทีนroutineroo-TEENมีที่มาฝรั่งเศส แต่เป็นคำใช้ประจำในอังกฤษเต็มตัว

ความหมายที่เปลี่ยนไป: เมื่อเวอร์ชันภาษาอังกฤษไม่ใช่แบบฝรั่งเศส

คำยืมจากฝรั่งเศสบางคำยังคงรูปที่ดูเป็นฝรั่งเศส แต่พัฒนาความหมายแบบอังกฤษที่ต่างออกไป จุดนี้ทำให้ผู้เรียนพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าคุณเรียนภาษาฝรั่งเศสด้วย

entrée

ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน entrée มักหมายถึงจานหลัก แต่ในภาษาฝรั่งเศส entrée ใกล้กับความหมาย “การเริ่มต้น/อาหารเรียกน้ำย่อย” มากกว่า นี่จึงเป็นเหตุผลที่เมนูสองภาษาอาจทำให้งงได้

café

ในภาษาฝรั่งเศส café อาจหมายถึงกาแฟเอง หรือหมายถึงร้านกาแฟ ขึ้นอยู่กับบริบท แต่ในภาษาอังกฤษมักหมายถึง “สถานที่” มากกว่า

chic

ในภาษาอังกฤษ chic เป็นคำติดป้ายกว้างๆ ว่า “มีสไตล์” ในภาษาฝรั่งเศสก็ใช้คล้ายกันได้ แต่ผู้พูดอังกฤษมักใช้เป็นคำคุณศัพท์เดี่ยวๆ ในแบบที่ให้ความรู้สึกเหมือนการทำแบรนด์มากกว่า

🌍 ทำไมเครื่องหมายกำกับเสียงถึงหายไปจากการสะกดภาษาอังกฤษ

พฤติกรรมการพิมพ์และธรรมเนียมการจัดพิมพ์ภาษาอังกฤษมักตัดเครื่องหมายกำกับเสียงออก โดยเฉพาะในตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด URL และระบบข้อความธรรมดา คุณจะเห็น 'resume' และ 'cafe' ตลอดเวลา การคงเครื่องหมายกำกับเสียงไว้ทำให้ดูเนี้ยบขึ้นได้ แต่ก็อาจดูเป็นทางการเกินไปในแชตสบายๆ ดังนั้นให้เลือกให้เข้ากับสถานการณ์

คำยืมจากฝรั่งเศสที่คุณรู้อยู่แล้ว (แต่อาจไม่ทันสังเกต)

คำศัพท์ที่มีที่มาจากฝรั่งเศสจำนวนมากกลมกลืนจนไม่รู้สึกว่าเป็นคำต่างชาติแล้ว คำอย่าง people, very, use, change, large และ question มีรากจากฝรั่งเศส และนิรุกติศาสตร์ของ OED ก็ชี้ชัด แต่ผู้พูดอังกฤษยุคปัจจุบันมองว่าเป็นคำอังกฤษพื้นฐาน

จุดนี้สำคัญต่อกลยุทธ์การเรียน คุณไม่จำเป็นต้อง “เรียน” คำเหล่านี้ในฐานะคำฝรั่งเศส คุณแค่ต้องรู้ว่ารูปแบบการสะกดภาษาอังกฤษจำนวนมากสะท้อนประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ซึ่งช่วยอธิบายได้ว่าทำไมภาษาอังกฤษถึงสะกดยาก

ถ้าคุณหงุดหงิดกับการสะกดที่ไม่ตรงกับการออกเสียง คู่มือ ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน vs แบบบริติช ก็ช่วยได้ เพราะ “การสะกดแปลกๆ” บางอย่างถูกเก็บไว้ต่างกันในแต่ละภูมิภาค

เมื่อไหร่คำยืมจากฝรั่งเศสฟังเป็นธรรมชาติ และเมื่อไหร่ฟังฝืน

คำยืมจากฝรั่งเศสเป็นเรื่องปกติในบางวงการ เช่น:

  • อาหารและท่องเที่ยว: café, cuisine, chauffeur
  • ศิลปะและสื่อ: genre, montage, cliché
  • งานและสถานะ: résumé, entrepreneur
  • นัยทางสังคม: faux pas, déjà vu, ennui

แต่จะฟังฝืนเมื่อคุณใช้มันแทนคำอังกฤษง่ายๆ โดยไม่ได้เพิ่มความหมายอะไร เช่น เรียกทุกการประชุมว่า rendezvous หรือใช้ raison d'être กับเหตุผลทุกอย่าง อาจทำให้ดูเหมือนคุณกำลัง “แสดงความหรู”

สิ่งนี้ใกล้กับสิ่งที่นักสังคมภาษาศาสตร์เรียกว่า การเลือกสไตล์และระดับภาษา งานของ William Labov เรื่องความแปรผันและความหมายทางสังคมเป็นมุมมองที่ดี ผู้พูดเปลี่ยนคำศัพท์ตามผู้ฟัง สถานการณ์ และอัตลักษณ์ ไม่ใช่แค่ตามนิยามในพจนานุกรม

บทสนทนาในหนังและซีรีส์ช่วยให้คุณเรียนคำเหล่านี้ในบริบทได้อย่างไร

คำยืมจะง่ายที่สุดเมื่อคุณได้ยินมันถูกใช้แบบเป็นธรรมชาติ พร้อมโทนที่ถูกต้อง ในบทสนทนาจริง faux pas มักมาพร้อมอารมณ์ขัน résumé มักมาพร้อมความเครียดเรื่องงาน และ cliché มักมาพร้อมการตัดสินแบบเบาๆ

ถ้าคุณอยากฝึกฟังจากภาษาพูดจริง เริ่มจากตัวเลือกของเราใน หนังที่ดีที่สุดสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ คุณจะได้ยินคำจำนวนมากด้านบนในฉากที่ทำงาน ฉากร้านอาหาร และบทสนทนาวัฒนธรรมป๊อป

💡 ลูปฝึกแบบเร็ว

เลือกคำยืม 10 คำจากตาราง สำหรับแต่ละคำ ให้เขียนฉากสั้นๆ 1 ประโยคที่คุณพูดออกเสียงได้จริง จากนั้นฟังคำนั้นในหนังหรือซีรีส์ แล้วเลียนแบบจังหวะการพูด ไม่ใช่สำเนียง

ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนมักทำกับคำยืมจากฝรั่งเศส

ทำให้การออกเสียง “ฝรั่งเศสเกินไป”

ถ้าคุณพยายามทำสระนาสิกหรือไม่ออกเสียงพยัญชนะท้ายคำแรงเกินไป คนฟังบางคนอาจไม่จับคำได้เร็ว การออกเสียงแบบอังกฤษที่ชัดเจนมักดีกว่า “ฝรั่งเศสแท้” ในบทสนทนาภาษาอังกฤษส่วนใหญ่

เน้นพยางค์ผิดตำแหน่ง

คำอย่าง entrepreneur และ rendezvous มีรูปแบบการเน้นเสียงที่ผู้พูดอังกฤษคาดไว้ ถ้าคุณเน้นผิดพยางค์ มันอาจฟังเหมือนเป็นอีกคำหนึ่ง

คิดว่าเครื่องหมายกำกับเสียงเป็นสิ่งจำเป็น

เครื่องหมายอย่าง é และ à เป็นตัวเลือกในงานเขียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ ใช้เมื่อคุณอยากให้แม่นยำหรือดูเนี้ยบ แต่ไม่ควรคิดว่าจำเป็นเสมอ

ใช้คำที่พบยากในบริบทสบายๆ

คำยืมบางคำใช้บ่อย แต่บางคำให้ความรู้สึก “ภาษานักเขียน” Bon mot และ chef-d'oeuvre เป็นคำจริง แต่หลายคนแทบไม่พูดออกเสียงในชีวิตประจำวัน

ถ้าคุณกำลังสำรวจคำไม่เป็นทางการด้วย ลองเทียบว่าคำยืมต่างจากสแลงอย่างไรใน คู่มือสแลงภาษาอังกฤษ สแลงเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของกลุ่มคนวงใน ส่วนคำยืมจากฝรั่งเศสมักเกี่ยวกับวงการและระดับภาษา

หมายเหตุสั้นๆ เรื่องฝรั่งเศส vs ละตินในภาษาอังกฤษ

คำอังกฤษจำนวนมากเข้ามาผ่านภาษาฝรั่งเศส แต่ท้ายที่สุดย้อนกลับไปถึงภาษาละติน พจนานุกรมอย่าง Merriam-Webster และ OED แยกเส้นทางเหล่านี้อย่างละเอียดในหมายเหตุนิรุกติศาสตร์

สำหรับผู้เรียน ข้อสรุปเชิงใช้งานง่ายมาก ภาษาฝรั่งเศสทำหน้าที่เป็นสะพานที่พาคำศัพท์ตระกูลโรมานซ์จำนวนมหาศาลเข้าสู่ภาษาอังกฤษ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ภาษาอังกฤษมีคู่คำแบบนี้:

  • ask (Germanic) vs inquire (เส้นทางฝรั่งเศส/ละติน)
  • help vs assist
  • start vs commence

การรู้จุดนี้ช่วยให้คุณเลือกโทนได้ คำสาย Germanic มักให้ความรู้สึกตรงไปตรงมาและเรียบง่าย ส่วนคำสายโรมานซ์มักให้ความรู้สึกเป็นทางการหรือ抽象มากกว่า

ใช้คำยืมจากฝรั่งเศสให้ได้โทนที่เหมาะ

นี่คือสัญญาณโทนบางอย่างที่สอดคล้องกับการใช้จริง:

  • cliché มักสื่อการวิจารณ์แบบเบาๆ
  • déjà vu สื่อประสบการณ์ร่วมของมนุษย์ มักมีอารมณ์ขัน
  • rendezvous อาจฟังดูโรแมนติกหรือขี้เล่น
  • résumé เป็นกลางแบบมืออาชีพ แต่ก็อาจมากับความเครียดในบทสนทนาเรื่องงาน
  • ennui อาจฟังดูเป็นวรรณศิลป์ ประชด หรือรู้ตัวเอง

ถ้าคุณอยากได้ “คำศัพท์โทนแรง” อีกแบบหนึ่ง คู่มือ คำหยาบภาษาอังกฤษ แสดงปลายอีกด้านของสเปกตรัมระดับภาษา คำยืมและคำหยาบสอนสิ่งสำคัญเหมือนกัน คำศัพท์เป็นเรื่องของสังคม

แผนการเรียนแบบง่าย (วันละ 15 นาที)

  1. วันที่ 1 ถึง 3: เรียนคำเกี่ยวกับอาหารและท่องเที่ยว เพราะคุณจะได้ใช้จริง

  2. วันที่ 4 ถึง 7: เพิ่มคำด้านศิลปะและสื่ออย่าง genre และ montage แล้วคอยสังเกตในรีวิวและตัวอย่างหนัง

  3. สัปดาห์ที่ 2: เพิ่มคำด้านงานอย่าง résumé และ entrepreneur แล้วเขียน 2 ประโยคเกี่ยวกับชีวิตตัวเองโดยใช้คำเหล่านี้

  4. ต่อเนื่อง: ทำลิสต์ “โน้ตคำยืม” ไว้ เมื่อเห็นคำที่ดูเป็นฝรั่งเศสในภาษาอังกฤษ ให้เช็กการออกเสียงแบบอังกฤษ และดูว่าความหมายเปลี่ยนไปไหม

ถ้าคุณอยากมีฐานคำอังกฤษที่พบบ่อยแบบเป็นระบบ ให้ใช้คู่กับรายการ 100 คำภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุด คำยืมมีประโยชน์ แต่คำหน้าที่พื้นฐานเป็นตัวแบกบทสนทนาจริงส่วนใหญ่

ข้อสรุปสุดท้าย

คำฝรั่งเศสที่ถูกใช้ในภาษาอังกฤษไม่ใช่ชุดคำศัพท์เฉพาะกลุ่ม แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่ภาษาอังกฤษพูดถึงอาหาร วัฒนธรรม งาน และนัยทางสังคม เรียนคำที่พบบ่อย ออกเสียงให้ชัดแบบภาษาอังกฤษ และใส่ใจความหมายที่เปลี่ยนไปอย่าง entrée และ café

ถ้าคุณอยากได้ยินคำเหล่านี้ในแบบที่เจ้าของภาษาพูดจริง ใช้บทสนทนาในหนังและซีรีส์เป็นแหล่งอินพุต เริ่มจาก หนังที่ดีที่สุดสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ แล้วค่อยสร้างลิสต์ “คำที่ฉันได้ยินบ่อย” ของคุณเองจากตรงนั้น

คำถามที่พบบ่อย

ภาษาอังกฤษมีคำจากภาษาฝรั่งเศสกี่คำ?
ไม่มีตัวเลขทางการที่ตายตัว แต่พจนานุกรมหลัก ๆ ชี้ว่าภาษาฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในแหล่งคำยืมที่ใหญ่ที่สุดของภาษาอังกฤษ Oxford English Dictionary ระบุว่าฝรั่งเศสเป็นภาษาผู้ให้คำสำคัญมาหลายศตวรรษ โดยเฉพาะหลังการพิชิตของชาวนอร์มัน และคำใช้บ่อยอย่าง 'very' กับ 'people' ก็มีรากมาจากฝรั่งเศส
ต้องออกเสียงคำยืมฝรั่งเศสในภาษาอังกฤษให้มีสำเนียงฝรั่งเศสไหม?
ไม่จำเป็น ในภาษาอังกฤษ คำยืมฝรั่งเศสส่วนใหญ่ออกเสียงด้วยเสียงและการเน้นพยางค์แบบอังกฤษตามปกติ บางคำอาจใส่สระแบบฝรั่งเศสเล็กน้อยได้ เช่น 'croissant' แต่ถ้าทำมากไปอาจดูเหมือนตั้งใจโชว์ ควรเน้นออกเสียงแบบอังกฤษให้ชัดก่อน แล้วค่อยปรับเฉพาะคำที่คนส่วนใหญ่คาดหวังเสียงแบบฝรั่งเศส
ทำไมคำยืมฝรั่งเศสบางคำในภาษาอังกฤษถึงมีตัวอักษรเงียบ?
ภาษาอังกฤษมักยืมการสะกดจากฝรั่งเศสมาโดยตรง รวมถึงตัวอักษรที่ออกเสียงไม่เหมือนเดิม หรือภายหลังกลายเป็นตัวเงียบในภาษาฝรั่งเศสเอง เมื่อเวลาผ่านไป ภาษาอังกฤษคงการสะกดไว้ด้วยเหตุผลด้านความนิยมและธรรมเนียม แต่การออกเสียงปรับให้เข้ากับระบบเสียงอังกฤษ จึงเกิดความไม่ตรงกันระหว่างการสะกดกับการออกเสียงบ่อยครั้ง
คำยืมฝรั่งเศสที่พบบ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษประจำวันมีอะไรบ้าง?
ในบทสนทนาทั่วไป คุณจะได้ยินคำยืมฝรั่งเศสบ่อยในหมวดอาหาร (café, cuisine) ชีวิตสังคม (rendezvous, fiancé) ศิลปะและสไตล์ (genre, chic) และธุรกิจ (résumé, entrepreneur) หลายคำกลมกลืนจนผู้พูดไม่รู้สึกว่าเป็นคำฝรั่งเศสแล้ว
คำยืมฝรั่งเศสใช้ต่างกันไหมระหว่างอังกฤษแบบอเมริกันกับอังกฤษแบบบริติช?
บ่อยครั้งใช่ บางคำต่างกันที่ความถี่หรือการสะกดที่นิยม เช่น 'programme' (พบบ่อยกว่าใน UK) เทียบกับ 'program' (US) การออกเสียงก็อาจต่างกัน โดยเฉพาะคำอย่าง 'garage' และ 'herb' โดยรวมความหมายหลักมักเหมือนกัน แต่โทนความรู้สึกทางสังคมอาจต่างกันตามภูมิภาค

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Oxford English Dictionary, รายการคำและนิรุกติศาสตร์ของคำที่มีที่มาจากภาษาฝรั่งเศส, เข้าถึงปี 2026
  2. Merriam-Webster Dictionary, หมายเหตุด้านนิรุกติศาสตร์สำหรับคำยืมจากภาษาฝรั่งเศส, เข้าถึงปี 2026
  3. Encyclopaedia Britannica, 'Norman Conquest' และผลกระทบทางภาษา, เข้าถึงปี 2026
  4. Ethnologue, ฉบับที่ 27, 2024
  5. Organisation internationale de la Francophonie (OIF), ข้อมูลและสถิติของภาษาฝรั่งเศส, เข้าถึงปี 2026

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม