100 คำภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุด, รายการใช้งานได้จริงสำหรับคุยในชีวิตประจำวัน
คำตอบด่วน
100 คำภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุดส่วนใหญ่เป็นคำหน้าที่ เช่น 'the,' 'to,' 'and,' และ 'of' ที่ช่วยเชื่อมประโยคเข้าด้วยกัน การจำคำเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจได้เร็ว เพราะเจอบ่อยมากในบทสนทนา ซับไตเติล และงานเขียนทั่วไป คู่มือนี้รวม 100 คำที่ความถี่สูง พร้อมการออกเสียงและตัวอย่างการใช้ให้เป็นธรรมชาติ
คำภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุด 100 คำ ส่วนใหญ่เป็นคำไวยากรณ์สั้นๆ อย่าง "the," "to," "and," และ "of" ที่โผล่แทบทุกประโยค ดังนั้นการเรียนคำพวกนี้จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่เร็วที่สุดในการเพิ่มความเข้าใจในการสนทนาจริง หนัง และซับไตเติล
ภาษาอังกฤษยังเป็นภาษาสากลในระดับที่พบได้ไม่บ่อย Ethnologue ประเมินว่ามีผู้พูดรวมทั่วโลกประมาณ 1.5 พันล้านคน (เจ้าของภาษาและภาษาที่สอง) ทำให้เป็นภาษาที่คนทั่วโลกเรียนมากที่สุด (Ethnologue, 2024) ความแพร่หลายนี้มีผลต่อคำที่รู้สึกว่า "พบบ่อย" เพราะภาษาอังกฤษถูกใช้ทุกวันในด้านการศึกษา ธุรกิจ ความบันเทิง และวัฒนธรรมออนไลน์
ถ้าคุณกำลังสร้างพื้นฐานที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่าคำเดี่ยวๆ Wordy มีไกด์แบบโฟกัสสำหรับ สแลงภาษาอังกฤษ, ตัวเลขภาษาอังกฤษ, และ เดือนในภาษาอังกฤษ ซึ่งจะช่วยให้เห็นว่าคำที่ใช้บ่อยทำงานอย่างไรในฉากจริง
| ไทย | ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ระดับความสุภาพ |
|---|---|---|---|
| หมวดนำหน้านามที่พบบ่อยที่สุด | the | thuh (before consonants), thee (before vowels) | casual |
| คำเชื่อมที่พบบ่อยที่สุด | and | and (often 'n' in fast speech) | casual |
| ตัวบอก infinitive ที่พบบ่อยที่สุด | to | too (stressed), tuh (unstressed) | casual |
| บุพบทที่พบบ่อยที่สุด | of | uhv (often 'uh' in fast speech) | casual |
| สรรพนามที่พบบ่อยที่สุด (บุรุษที่ 1) | I | eye | casual |
| กริยาช่วยที่พบบ่อยที่สุด | be | bee | casual |
"most common" จริงๆ หมายถึงอะไร (และทำไมแต่ละลิสต์ถึงไม่เหมือนกัน)
"most common" มักหมายถึง "ความถี่สูงสุดในคอร์ปัส": ฐานข้อมูลภาษาจริงขนาดใหญ่ ที่นับจากหนังสือ ข่าว บทถอดเสียงทีวี เว็บเพจ หรือบทสนทนา ตัวอย่างเช่น COCA เป็นคอร์ปัสภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่สำคัญ ใช้ในการวิจัยและการสอน (Davies, COCA)
คอร์ปัสต่างกันจะให้ลำดับที่ต่างกันเล็กน้อย คอร์ปัสที่เน้นบทสนทนาจะดันคำอย่าง "you," "yeah," และ "like" ให้สูงขึ้น ส่วนคอร์ปัสที่เน้นข่าวจะดัน "said," "government," และ "percent" ให้สูงขึ้น
คำหน้าที่ (function words) vs คำเนื้อหา (content words)
อันดับต้นๆ ของแทบทุกลิสต์ความถี่จะถูกครองโดยคำหน้าที่ คำกลุ่มนี้เป็นคำเล็กๆ ที่ทำงานด้านไวยากรณ์ เช่น คำนำหน้านาม สรรพนาม บุพบท กริยาช่วย และคำสันธาน
คำเนื้อหาอย่าง "doctor," "coffee," หรือ "ticket" จะบอกความหมายของหัวข้อ คำพวกนี้ก็สำคัญ แต่จะเปลี่ยนไปมากตามเรื่องที่คุณกำลังพูด
"คำที่พบบ่อยที่สุดในภาษา มักเป็นคำไวยากรณ์มากกว่าคำศัพท์ เพราะมันเป็นโครงสร้างที่ค้ำทุกอย่างที่เราพูด"
David Crystal, The Cambridge Encyclopedia of the English Language (Cambridge University Press, 2019)
100 คำภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุด (พร้อมการออกเสียง)
ลิสต์นี้เป็นชุดคำความถี่สูงที่ใช้งานได้จริง เหมาะกับผู้เรียน และคุณจะได้ยินตลอดในหนัง ซีรีส์ และภาษาพูดในชีวิตประจำวัน อันดับอาจต่างกันตามแหล่งข้อมูล แต่คำเหล่านี้มักอยู่ในกลุ่มที่พบบ่อยที่สุดอย่างสม่ำเสมอในคอร์ปัสและพจนานุกรมภาษาอังกฤษหลักๆ (COCA; Cambridge Dictionary; OED)
| ไทย | ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 1 | the | thuh (before consonants), thee (before vowels) | คำนำหน้านาม: 'the book', 'the apple'. |
| 2 | be | bee | รูปพื้นฐาน ผันเป็น: am, is, are, was, were. |
| 3 | to | too (stressed), tuh (unstressed) | ตัวบอก infinitive หรือบุพบท: 'to go', 'to London'. |
| 4 | of | uhv (often 'uh') | มักถูกลดเสียงในภาษาพูด: 'a cup of tea'. |
| 5 | and | and (often 'n') | ในภาษาพูดเร็ว: 'fish 'n chips'. |
| 6 | a | uh (stressed 'ay') | คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะ ใช้หน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยเสียงพยัญชนะ. |
| 7 | in | in | บุพบท: สถานที่ เวลา สถานการณ์. |
| 8 | that | that (often 'thət') | เป็นได้ทั้งสรรพนาม คำกำกับนาม หรือคำสันธาน. |
| 9 | have | hav (often 'həv') | กริยาช่วย: 'have seen' และใช้บอกความเป็นเจ้าของ. |
| 10 | I | eye | สรรพนามเอกพจน์บุรุษที่ 1. |
| 11 | it | it | มักอ้างถึงสิ่งของ ความคิด หรือสถานการณ์. |
| 12 | for | for (often 'fer') | จุดประสงค์ ระยะเวลา ผู้รับ. |
| 13 | not | not (US often 'naht') | การปฏิเสธ มักย่อเป็น: 'don't'. |
| 14 | on | on (US often 'ahn') | บน หัวข้อ อุปกรณ์: 'on TV'. |
| 15 | with | with (often 'wuth') | ร่วมกับ เครื่องมือ วิธีการ. |
| 16 | he | hee | สรรพนามเอกพจน์บุรุษที่ 3 เพศชาย. |
| 17 | as | az | การเปรียบเทียบหรือบทบาท: 'as a teacher'. |
| 18 | you | yoo (often 'yuh') | ได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ ระดับความสุภาพขึ้นกับน้ำเสียง. |
| 19 | do | doo (often 'duh') | กริยาช่วยสำหรับคำถาม/ปฏิเสธ: 'Do you...?'. |
| 20 | at | at | สถานที่/เวลา: 'at home', 'at 5'. |
| 21 | this | this | ใกล้ผู้พูด: 'this one'. |
| 22 | but | but (US often 'buht') | ความขัดแย้ง/ตรงข้าม ในภาษาพูด: 'buh'. |
| 23 | his | hiz | คำกำกับนามแสดงความเป็นเจ้าของ. |
| 24 | by | bye | ผู้กระทำ ('by me'), วิธี ('by train'). |
| 25 | from | frum | ต้นทาง แหล่งที่มา. |
| 26 | they | thay | ใช้เป็นเอกพจน์ได้ด้วย: singular 'they' สำหรับคนที่ไม่ทราบหรือไม่ระบุเพศ. |
| 27 | we | wee | สรรพนามพหูพจน์บุรุษที่ 1. |
| 28 | say | say | พบบ่อยในบทสนทนา: 'What did you say?'. |
| 29 | her | hur (UK often 'huh') | สรรพนามกรรมหรือคำกำกับนามแสดงความเป็นเจ้าของ. |
| 30 | she | shee | สรรพนามเอกพจน์บุรุษที่ 3 เพศหญิง. |
| 31 | or | or (often 'er') | ตัวเลือก ทางเลือก. |
| 32 | an | an | คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะ ใช้หน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ. |
| 33 | will | wil | อนาคต ความตั้งใจ การคาดการณ์. |
| 34 | my | my | คำกำกับนามแสดงความเป็นเจ้าของ. |
| 35 | one | wun | ตัวเลขหรือสรรพนาม: 'the one I want'. |
| 36 | all | awl | ทั้งหมด มักเน้นเสียงเพื่อย้ำ. |
| 37 | would | wood | คำขอแบบสุภาพ สถานการณ์สมมติ. |
| 38 | there | thair | สถานที่ หรือใช้บอกการมีอยู่: 'There is...'. |
| 39 | their | thair | ออกเสียงเหมือน 'there' และ 'they're'. |
| 40 | what | wut (US often 'whaht') | คำถาม และใช้เป็นอุทานได้: 'What!'. |
| 41 | so | soh | ผลลัพธ์ การเน้น และเป็นคำเชื่อมในบทสนทนา. |
| 42 | up | up | ทิศทาง ความเสร็จสิ้น สภาพ: 'wake up'. |
| 43 | out | out | ข้างนอก ถูกเปิดเผย เสร็จสิ้น: 'find out'. |
| 44 | if | if | เงื่อนไข: 'if you want'. |
| 45 | about | uh-BOWT | หัวข้อ หรือประมาณการ: 'about 10'. |
| 46 | who | hoo | คำถามสำหรับคน. |
| 47 | get | get | กริยาที่พบบ่อยมาก และมีหลายความหมาย. |
| 48 | which | wich | เลือกจากตัวเลือก. |
| 49 | go | goh | การเคลื่อนที่ การออกไป การทำงานของสิ่งของ. |
| 50 | me | mee | สรรพนามกรรม. |
| 51 | when | wen | คำถามเกี่ยวกับเวลา. |
| 52 | make | mayk | สร้าง ทำให้เกิด: 'make it'. |
| 53 | can | kan (often 'kən') | ความสามารถ การอนุญาต. |
| 54 | like | lyke | เป็นได้ทั้งกริยา บุพบท และคำเชื่อมในภาษาพูด. |
| 55 | time | tyme | พบบ่อยในวลีตายตัว: 'on time'. |
| 56 | no | noh | การปฏิเสธ การไม่ยอม. |
| 57 | just | just | แค่ เพิ่ง เมื่อกี้ พอดี คำทำให้นุ่มนวล. |
| 58 | him | him | สรรพนามกรรม. |
| 59 | know | noh | k ไม่ออกเสียง 'I know' พบบ่อยมาก. |
| 60 | take | tayk | หยิบ รับ เดินทางโดย: 'take a bus'. |
| 61 | people | PEE-puhl | มักเป็นพหูพจน์ และใช้เป็นเอกพจน์แบบกลุ่มได้. |
| 62 | into | IN-too (often 'IN-tuh') | เคลื่อนเข้าไปข้างใน และใช้บอกความชอบ: 'I'm into it'. |
| 63 | year | yeer | หน่วยเวลา พบบ่อยในข่าวและการวางแผน. |
| 64 | your | yor (often 'yer') | คำกำกับนามแสดงความเป็นเจ้าของ. |
| 65 | good | gud | การประเมิน และคำทักทาย: 'Good morning'. |
| 66 | some | sum (often 'səm') | ปริมาณ และการประมาณ. |
| 67 | could | kud | ความสามารถในอดีต และคำขอแบบสุภาพ. |
| 68 | them | them (often 'em') | ในภาษาพูดมักลดเป็น 'em'. |
| 69 | see | see | การมองเห็น และความเข้าใจ: 'I see'. |
| 70 | other | UH-thur | การเปรียบเทียบ และทางเลือก. |
| 71 | than | than (often 'thən') | ใช้กับขั้นกว่า: 'better than'. |
| 72 | then | then | ลำดับเวลา มักสับสนกับ 'than'. |
| 73 | now | now | เวลา ความเร่งด่วน และคำเชื่อมในบทสนทนา. |
| 74 | look | look | คำเรียกความสนใจ: 'Look, I...'. |
| 75 | only | OHN-lee | ข้อจำกัด และการเน้น. |
| 76 | come | kum | มาถึง เข้ามา มีที่มา. |
| 77 | its | its | แสดงความเป็นเจ้าของ ต่างจาก 'it's'. |
| 78 | over | OH-ver | เหนือกว่า จบแล้ว: 'It's over'. |
| 79 | think | thingk | ความเห็น ความเชื่อ การวางแผน. |
| 80 | also | AWL-soh | เพิ่มเติม ในภาษาพูด 'also' อาจถูกลดเสียง. |
| 81 | back | bak | กลับ ข้างหลัง สนับสนุน: 'back me up'. |
| 82 | after | AF-ter | ลำดับเวลา. |
| 83 | use | yooz | เป็นกริยา คำนามคือ 'yoos'. |
| 84 | two | too | ออกเสียงเหมือน 'to' และ 'too'. |
| 85 | how | how | คำถาม และใช้เป็นอุทานได้. |
| 86 | our | owr (often 'are') | คำกำกับนามแสดงความเป็นเจ้าของ. |
| 87 | work | wurk | งานหรือความพยายาม พบบ่อยในบทสนทนาทั่วไป. |
| 88 | first | furst | ลำดับ ความสำคัญ. |
| 89 | well | wel | คำวิเศษณ์ คำคุณศัพท์ และคำเชื่อมในบทสนทนา. |
| 90 | way | way | วิธี ทิศทาง ระดับ: 'way too'. |
| 91 | even | EE-vən | การเน้น: 'even if', 'even now'. |
| 92 | new | nyoo (US often 'noo') | ใหม่เมื่อไม่นาน ต่างออกไป. |
| 93 | want | wont (US often 'wahnt') | ความต้องการ การขอ. |
| 94 | because | bih-KAWZ (often 'cuz') | ในภาษาพูด 'because' มักกลายเป็น 'cuz'. |
| 95 | any | EN-ee | ใช้ในคำถาม/ปฏิเสธ: 'any time'. |
| 96 | these | theez | พหูพจน์ของ 'this'. |
| 97 | give | giv | ให้ เสนอ อนุญาต: 'give me a second'. |
| 98 | day | day | หน่วยเวลา คำทักทาย กิจวัตร. |
| 99 | most | mohst | ตัวบอกขั้นสุด: 'most important'. |
| 100 | us | us | สรรพนามกรรม ในภาษาพูด 'let us' มักกลายเป็น 'let's'. |
💡 เช็กความจริงเรื่องการออกเสียง
คำหลายคำมี "strong form" (ออกเสียงชัด) และ "weak form" (ออกเสียงลดรูป) ในภาษาพูดเร็ว โดยเฉพาะ "to," "of," "for," "and," "can," และ "that" ถ้าคุณจำแค่ strong form หนังจะฟังยากกว่าที่ควรจะเป็นมาก
ใช้ลิสต์นี้แบบคนพูดคล่อง (ไม่ใช่แข่งสะกดคำ)
เป้าหมายไม่ใช่ท่องลิสต์ เป้าหมายคือ "จำได้อัตโนมัติ" โดยเฉพาะตอนฟัง
ขั้นที่ 1: เรียนรูปแบบลดเสียงที่คุณจะได้ยินจริง
จังหวะภาษาอังกฤษเป็นแบบ stress-timed คือคำเนื้อหาจะถูกเน้น และคำหน้าที่หลายคำจะถูกลดรูป นี่คือเหตุผลที่ "and" กลายเป็น "n" และ "of" กลายเป็น "uh" ในภาษาพูดธรรมชาติ
ฝึกพูดประโยคสั้นๆ เหล่านี้ออกเสียงดัง:
- "A cup of tea" (uh KUP uh TEE)
- "Want to go?" (WAHN-nuh GOH)
- "I can do it" (eye kən DOO it)
ขั้นที่ 2: ผูกแต่ละคำเข้ากับวลีที่เจอบ่อย
คำที่ใช้บ่อยจะอยู่ในแพตเทิร์น นี่คือตัวอย่างที่คุณจะได้ยินตลอดในบทสนทนาทีวี:
| คำ | วลีที่พบบ่อย | การออกเสียง | ทำหน้าที่อะไร |
|---|---|---|---|
| the | "the same" | thuh SAYM | ชี้ไปที่สิ่งที่เฉพาะเจาะจง |
| to | "want to" | WAHN-tuh | บอกว่าหลังคำกริยาจะตามด้วยการกระทำ |
| of | "kind of" | KYND uh | ทำให้นุ่มนวล หรือบอกความประมาณ |
| just | "just a sec" | JUST uh SEK | ลดความเร่งด่วน ทำให้ฟังสบายๆ |
| like | "it's like" | its LYKE | เปิดคำอธิบาย |
ขั้นที่ 3: สังเกตว่าวัฒนธรรมทำให้คำที่ "พบบ่อย" ให้ความรู้สึกต่างกันอย่างไร
คำเหมือนกันทั่วโลก แต่โทนจะเป็นท้องถิ่น ตัวอย่างที่คุณจะจับได้จากสื่อ:
- "Cheers" ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์อาจแปลว่า "thanks" หรือ "goodbye" แต่ในสหรัฐอเมริกามักใช้เป็นคำชนแก้ว
- คนอเมริกันใช้ "just" เป็นคำทำให้นุ่มนวลบ่อยมาก: "I just wanted to ask..." ซึ่งอาจฟังอ้อมเกินไปสำหรับผู้เรียนบางคน
- "You guys" เป็นรูปพหูพจน์ของ "you" ที่พบบ่อยในสหรัฐอเมริกา ส่วน "you lot" จะมีกลิ่นสหราชอาณาจักรมากกว่า และออสเตรเลียมักใช้ "you guys" พร้อมตัวเลือกท้องถิ่นอย่าง "you mob" ในบริบทกันเอง
ถ้าอยากเห็นความต่างในการใช้จริงแบบกว้างขึ้น ให้เทียบสไตล์บทสนทนาใน ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน vs ภาษาอังกฤษแบบบริติช
ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนมักทำกับคำความถี่สูง
ข้อผิดพลาดพวกนี้สำคัญ เพราะมันเกิดในแทบทุกประโยค เลยสังเกตได้ชัดมาก
สับสนคำพ้องเสียง: their, there, they're
"They're" แปลว่า "they are" "There" คือสถานที่ หรือใช้บอกการมีอยู่ "Their" แสดงความเป็นเจ้าของ
ถ้าคุณเจอปัญหานี้บ่อย ให้ฝึกด้วย minimal pairs และประโยคสั้นๆ แล้วอ่านซับไตเติลและหยุดทุกครั้งที่เห็นคำเหล่านี้
สับสน "its" และ "it's"
"Its" แสดงความเป็นเจ้าของ "It's" แปลว่า "it is" หรือ "it has"
วิธีเช็กเร็วๆ: ถ้าคุณแทนด้วย "it is" ได้ ให้ใช้ "it's"
⚠️ สะกดผิดนิดเดียว โทนอาจเปลี่ยน
ในบริบทการทำงาน ข้อผิดพลาดอย่าง "your" vs "you're" หรือ "its" vs "it's" อาจถูกมองว่าไม่รอบคอบ แม้สารจะชัดเจนก็ตาม ถ้าคุณต้องเขียนภาษาอังกฤษในงาน คำพวกนี้คุ้มค่าที่จะฝึกซ้ำ
ใช้ "like" มากเกินไป (หรือเลี่ยงไปเลย)
ในหลายชุมชนที่ใช้ภาษาอังกฤษ "like" เป็น discourse marker ปกติ โดยเฉพาะในภาษาพูดกันเอง มันอาจบอกความประมาณ ("It was like 20 minutes") หรือเปิดคำพูดที่เล่าต่อ ("She was like, 'No way'")
ถ้าคุณอยากฟังเป็นธรรมชาติ ให้ตั้งเป้าใช้แบบควบคุมได้ ถ้าคุณอยากฟังเป็นทางการ ให้ลดการใช้
ถ้าคุณสนใจการใช้แบบกันเองในปัจจุบัน ดูไกด์ของเราเรื่อง สแลงภาษาอังกฤษ
ทำไมคำพวกนี้ถึงสำคัญมากสำหรับหนังและทีวี
หนังมีคำหน้าที่หนาแน่น เพราะตัวละครต้องต่อรองความสัมพันธ์ ขอร้อง ปฏิเสธ และโต้ตอบเร็ว นั่นทำให้คุณได้ยิน "I," "you," "do," "can," "just," "what," และ "now" ตลอดเวลา
เวลาผู้เรียนบอกว่า "ฉันเข้าใจคำนาม แต่ไม่เข้าใจทั้งประโยค" ส่วนที่หายไปมักเป็นคำเล็กๆ เหล่านี้รวมกับการออกเสียงแบบลดรูป การอุดช่องว่างนี้ทำให้ซับไตเติลรู้สึกช้าลงได้แบบเห็นผลเร็ว
🌍 ภาษาอังกฤษในซับไตเติลไม่ใช่ 'easy English'
ซับไตเติลจะบีบคำพูดและมักตัดคำฟิลเลอร์ออก แต่ยังเก็บโครงไวยากรณ์ไว้ นั่นคือเหตุผลที่คำหน้าที่ยังพบบ่อย การฝึกหูให้ชินกับ weak forms ช่วยให้คุณจับคู่สิ่งที่ได้ยินกับสิ่งที่อ่านได้ ซึ่งเป็นทักษะหลักในการเรียนจากคลิป
ขั้นต่อไปที่ฉลาด: สร้าง 'core 300' ต่อจากลิสต์นี้
100 คำแรกคือฐาน ชั้นถัดไปมักเป็น:
- กริยาที่พบบ่อย: "need," "feel," "try," "leave"
- คำนามในชีวิตประจำวัน: "place," "thing," "money"
- วลีที่ใช้คุ้มมาก: "I mean," "you know," "hold on"
จากนั้นค่อยเติมชุดคำตามหัวข้อ คนที่เรียนเพื่อท่องเที่ยวควรเพิ่มภาษาที่ใช้ในสนามบินและโรงแรม ส่วนคนที่เป็นนักเรียนอาจเพิ่มภาษาห้องเรียนและอีเมล
ถ้าคุณอยากได้เส้นทางแบบเป็นขั้น เริ่มจาก ตัวเลขภาษาอังกฤษ และ เดือนในภาษาอังกฤษ แล้วค่อยเติมโทนการคุยด้วย สแลงภาษาอังกฤษ ถ้าอยากรู้ว่าควรหลีกเลี่ยงอะไรจากสคริปต์ที่แรงๆ ดู คำหยาบภาษาอังกฤษ
ฝึกกับ Wordy อย่างไร (วิธีเน้นหนังเป็นหลัก)
เลือกคลิปสั้นๆ หนึ่งคลิป แล้วทำ 3 รอบ:
- รอบความหมาย: ดูพร้อมซับไตเติล หยุดแล้วสรุปฉากด้วยภาษาอังกฤษง่ายๆ
- รอบเสียง: ดูซ้ำ แล้วโฟกัสเฉพาะคำที่ถูกลดรูปอย่าง "to," "of," "for," "and," "can"
- รอบ shadowing: พูดตามให้จังหวะเหมือนเดิม ไม่ต้องเร็วเท่าเดิม
ทำวันละ 5 บรรทัด ภายในสองสัปดาห์ คำพวกนี้จะเลิกเป็น "vocabulary" และกลายเป็นไวยากรณ์ที่ทำงานอัตโนมัติ
ถ้าอยากได้กลยุทธ์การเรียนเพิ่ม ลองดู บล็อก Wordy หรือไปที่ศูนย์รวมการเรียนภาษาอังกฤษที่ เรียนภาษาอังกฤษ
คำถามที่พบบ่อย
10 คำภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยที่สุดมีคำว่าอะไรบ้าง
ทำไมคำภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุดถึงดู 'พื้นฐาน' มาก
เรียน 100 คำที่พบบ่อยที่สุดแล้วจะพูดอังกฤษคล่องไหม
คำที่พบบ่อยที่สุดเหมือนกันไหมระหว่างอังกฤษอเมริกันกับอังกฤษบริติช
วิธีจำคำภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยให้เร็วที่สุดคืออะไร
แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง
- Ethnologue: Languages of the World, รายการข้อมูลภาษาอังกฤษ (2024)
- Oxford English Dictionary (OED), Oxford University Press, ฉบับปรับปรุงต่อเนื่อง
- Cambridge Dictionary, Cambridge University Press, ฉบับออนไลน์
- Davies, Mark, Corpus of Contemporary American English (COCA), Brigham Young University, 2008 ถึงปัจจุบัน
- Crystal, David, The Cambridge Encyclopedia of the English Language, ฉบับที่ 3, Cambridge University Press, 2019
เริ่มเรียนรู้กับ Wordy
ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

