← กลับไปที่บล็อก
🇬🇧อังกฤษ

กริยาวลีในภาษาอังกฤษ: คู่มือใช้งานจริงให้ฟังเป็นธรรมชาติ

โดย Sandorอัปเดต: 29 มีนาคม 2569อ่าน 12 นาที

คำตอบด่วน

กริยาวลีภาษาอังกฤษคือการรวมกันของกริยา + คำประกอบ เช่น 'pick up' หรือ 'run into' ซึ่งมักทำให้ความหมายเปลี่ยนไป และฟังเป็นธรรมชาติกว่าคำทางการ หากอยากจำได้ไว ให้โฟกัสคำที่ใช้บ่อย เรียนจากฉากและสถานการณ์จริง และฝึกคำประกอบที่พบบ่อย (up, out, off, on) เพื่อเดาความหมายจากบริบทได้

กริยาวลีในภาษาอังกฤษ (phrasal verbs) คือการรวมกันของคำกริยา + คำประกอบ (particle) เช่น "pick up" หรือ "run into" ซึ่งสำคัญมากต่อภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติในชีวิตประจำวัน และวิธีที่เร็วที่สุดในการเรียนคือ ทำความเข้าใจคำประกอบที่พบบ่อยที่สุด เรียนแต่ละกริยาในสถานการณ์จริง (ไม่ใช่จำแบบแปลคำต่อคำ) และฝึกไวยากรณ์แบบแยกได้ vs แยกไม่ได้ ด้วยตัวอย่างสั้นๆ ที่พูดซ้ำได้

ไทยภาษาอังกฤษการออกเสียงระดับความสุภาพ
เจอโดยไม่คาดคิดrun intoRUN in-toocasual
เปิด (อุปกรณ์)turn onTURN oncasual
ปิด (อุปกรณ์)turn offTURN offcasual
ทำต่อไปkeep onKEEP oncasual
เลื่อนออกไปput offPUT offcasual
ยกเลิกcall offKAWL offcasual
ทำใจผ่านพ้นจากget overGET OH-vercasual
ดูแลlook afterLOOK AF-terpolite
มองหาlook forLOOK forpolite
เจอโดยบังเอิญcome acrossKUM uh-KRAWSScasual
กลับมาcome backKUM bakcasual
ขึ้น (ยานพาหนะ)get inGET incasual

ทำไมกริยาวลีถึงสำคัญ (และทำไมคุณถึงได้ยินมันทุกที่)

กริยาวลีไม่ใช่หัวข้อเล็กๆ สำหรับระดับ "ขั้นสูง" แต่มันเป็นแกนหลักของภาษาอังกฤษสมัยใหม่ ในบทสนทนาประจำวัน ผู้พูดมักเลือก "find out" แทน "discover" และเลือก "put off" แทน "postpone" เพราะกริยาวลีฟังตรงกว่าและเป็นทางการน้อยกว่า

ภาษาอังกฤษยังเป็นภาษาสากลในระดับมหาศาล Ethnologue ประเมินว่ามีผู้พูดภาษาอังกฤษทั่วโลกประมาณ 1.5 พันล้านคน (L1 รวมกับ L2) ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้ยินกริยาวลีจากสำเนียงและภูมิภาคหลากหลาย ไม่ได้มีแค่ในสหรัฐฯ หรือสหราชอาณาจักรเท่านั้น (Ethnologue, 2024)

ถ้าคุณอยากเห็นภาพกว้างว่าภาษาอังกฤษทำงานอย่างไรในฐานะภาษาของโลก ให้เริ่มจาก ภาพรวมภาษาอังกฤษ บทความนี้ช่วยให้คุณวางกริยาวลีไว้ในระบบที่ใหญ่กว่า ทั้งระดับภาษา (registers) ภาษาถิ่น และการใช้จริงในชีวิตประจำวัน

มุมมองของนักภาษาศาสตร์: ทำไมบริบทถึงชนะการท่องจำ

"Conversation is the most basic and pervasive form of language use, and it is in conversation that many of the characteristic patterns of grammar are most clearly seen."
David Crystal, linguist, The Cambridge Encyclopedia of the English Language (Cambridge University Press)

นี่คือเหตุผลว่าทำไมกริยาวลีถึงเข้าใจได้เร็วกว่าเมื่อคุณเรียนผ่านฉาก ไม่ใช่ผ่านลิสต์ ในหนังและซีรีส์ คุณเห็นว่าใครพูด เขาต้องการอะไร และความสัมพันธ์ทำให้เลือกคำแบบไหน

อะไรนับว่าเป็นกริยาวลี (และอะไรไม่นับ)

กริยาวลีโดยทั่วไปคือคำกริยาบวกคำประกอบ เช่น "up," "out," "off," "on," "in," "over." พจนานุกรมมักระบุไว้ชัดเจน เช่นใน OED และ Cambridge Dictionary (OED; Cambridge Dictionary, accessed 2026)

มี 2 รูปแบบหลักที่สำคัญที่สุด:

  1. กริยา + คำประกอบแบบกริยาวิเศษณ์: "turn off," "pick up," "give up."
  2. กริยา + บุพบท (prepositional verb): "look after," "run into," "listen to."

ผู้เรียนมักเรียกทั้งสองแบบว่า "phrasal verbs" และสำหรับการเรียนแบบใช้งานจริงก็ถือว่าโอเค ประเด็นสำคัญคือคำที่สองทำให้ความหมายเปลี่ยน และส่งผลต่อไวยากรณ์

💡 เช็กความจริงเรื่องการออกเสียงแบบเร็วๆ

เวลาพูดเร็ว คำประกอบมักถูกลดเสียง: "pick it up" อาจฟังเหมือน "PIK it-uhp." ฝึกหูด้วยคลิปสั้นๆ และพูดซ้ำทั้งวลี ไม่ใช่แยกทีละคำ

ไวยากรณ์ที่ต้องรู้: แบบแยกได้ vs แบบแยกไม่ได้

ปัญหาไวยากรณ์ที่ใหญ่ที่สุดของกริยาวลีคือการเรียงคำ ถ้าคุณทำตรงนี้ถูก คุณจะฟังเป็นธรรมชาติขึ้นทันที

กริยาวลีแบบแยกได้

สำหรับกริยาวลีแบบแยกได้ กรรมสามารถอยู่ตรงกลางหรืออยู่ท้ายได้

  • "Pick up the phone." / "Pick the phone up."
  • "Turn off the lights." / "Turn the lights off."

แต่ถ้าเป็น สรรพนาม การแยกแทบจะเป็นสิ่งที่ต้องทำ:

  • "Pick it up." (ไม่ใช่ "Pick up it.")
  • "Turn them off." (ไม่ใช่ "Turn off them.")

กริยาวลีแบบแยกไม่ได้

สำหรับแบบแยกไม่ได้ คุณห้ามแยกคำกริยากับคำประกอบออกจากกัน

  • "I ran into my teacher." (ไม่ใช่ "I ran my teacher into.")
  • "She looks after her brother." (ไม่ใช่ "She looks her brother after.")

กริยาแบบสามคำประกอบ (ไม่บ่อย แต่มีจริง)

คุณจะได้ยินแบบยาวขึ้น เช่น "look forward to" (LOOK FOR-werd too) แบบนี้พบบ่อยในบทสนทนาสุภาพและอีเมลที่ทำงาน แม้จะยาวกว่า

  • "I’m looking forward to meeting you."

คำประกอบที่ช่วยปลดล็อกความหมาย

ถ้าคุณเรียนคำประกอบในฐานะ "สัญญาณความหมาย" คุณจะเดากริยาวลีใหม่ๆ ได้แม่นขึ้น วิธีนี้ไม่สมบูรณ์ 100% แต่ใช้ได้บ่อยกว่าที่คิด

Up

"Up" มักสื่อถึงการทำให้เสร็จ การเพิ่มขึ้น หรือทำให้บางอย่าง "พร้อม"

  • "finish up" (FIN-ish up): ทำให้เสร็จสมบูรณ์
  • "set up" (SET up): จัดเตรียม เตรียมการ
  • "pick up" (PIK up): ยกขึ้น รับ/ไปรับ เรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ

Out

"Out" มักสื่อถึงการเอาออก การกระจาย หรือการค้นพบ

  • "find out" (FIND out): ค้นพบข้อมูล
  • "hand out" (HAND out): แจกจ่าย
  • "run out" (RUN out): หมด ไม่เหลือ

Off

"Off" มักสื่อถึงการหยุด การแยกออก หรือการยกเลิก

  • "turn off" (TURN off): ปิดอุปกรณ์
  • "cut off" (KUT off): ขัดจังหวะ ตัดการเชื่อมต่อ
  • "call off" (KAWL off): ยกเลิก

On

"On" มักสื่อถึงการทำต่อเนื่อง หรือการเปิดใช้งาน

  • "keep on" (KEEP on): ทำต่อไป
  • "turn on" (TURN on): เปิดใช้งานอุปกรณ์
  • "carry on" (KAR-ee on): ทำต่อไป (มักใช้แบบอังกฤษ)

🌍 รูปแบบระดับภาษาที่เจอจริงในชีวิต

ในที่ทำงานที่ใช้ภาษาอังกฤษ กริยาวลีไม่ได้ "ไม่เป็นมืออาชีพ" คนมักเลือกกริยาวลีเพื่อให้ฟังเป็นมิตรและทำงานไว: "Can you look into it?" ฟังแข็งน้อยกว่า "Can you investigate it?" คำกริยาแบบเป็นทางการยังมีประโยชน์ แต่ในหลายทีม กริยาวลีคือค่าเริ่มต้น

กริยาวลีความถี่สูง 40+ คำที่ใช้ได้ทันที

ด้านล่างคือกริยาวลีที่ใช้งานได้จริงและคุ้มค่า จัดกลุ่มตามสถานการณ์ โฟกัสทีละกลุ่มต่อสัปดาห์ แล้วนำกลับมาใช้ซ้ำในประโยคของคุณเอง

ชีวิตประจำวันและกิจวัตร

กริยาวลีการออกเสียงความหมายตัวอย่าง
wake upWAYK upตื่นนอน"I wake up at 7."
get upGET upลุกจากเตียง"Get up, we’re late."
sit downSIT downนั่งลง"Sit down for a second."
stand upSTAND upลุกขึ้นยืน"Stand up straight."
go outGO outออกไปข้างนอกเพื่อความบันเทิง"Do you want to go out tonight?"
stay inSTAY inอยู่บ้าน"I’m staying in tonight."
come backKUM bakกลับมา"Come back at 5."
head outHED outออกเดินทาง/ออกไป"We should head out."

ความสัมพันธ์และช่วงเวลาทางสังคม

กริยาวลีการออกเสียงความหมายตัวอย่าง
hang outHANG outใช้เวลาอยู่ด้วยกันแบบสบายๆ"We hung out after class."
catch upKATCH upอัปเดตข่าวกัน"Let’s catch up soon."
run intoRUN in-tooเจอโดยไม่คาดคิด"I ran into Alex downtown."
get alongGET uh-LAWNGเข้ากันได้ดี"Do you get along with your boss?"
break upBRAYK upเลิกกัน"They broke up last month."
make upMAYK upคืนดีกัน"We argued, then made up."

งานและการเรียน

กริยาวลีการออกเสียงความหมายตัวอย่าง
figure outFIG-yer outเข้าใจ/แก้ปัญหาได้"I can’t figure it out."
look intoLOOK in-tooตรวจสอบ/สืบดู"I’ll look into it."
fill outFIL outกรอกแบบฟอร์ม (พบบ่อยในสหรัฐฯ)"Fill out this form."
fill inFIL inกรอกแบบฟอร์ม (พบบ่อยในสหราชอาณาจักร)"Fill in this form."
keep upKEEP upตามให้ทัน/รักษาความเร็ว"I can’t keep up."
catch onKATCH onค่อยๆ เข้าใจ"He’s catching on fast."
hand inHAND inส่งงาน"Hand in your homework."

แผน การเปลี่ยนแปลง และปัญหา

กริยาวลีการออกเสียงความหมายตัวอย่าง
put offPUT offเลื่อนออกไป"Don’t put it off."
call offKAWL offยกเลิก"They called off the meeting."
show upSHOH upโผล่มา/มาถึง"He didn’t show up."
turn outTURN outกลายเป็น/ผลออกมา"It turned out fine."
work outWERK outสำเร็จ/คลี่คลายได้"It’ll work out."
mess upMES upทำพลาด"I messed up."
deal withDEEL withรับมือ/จัดการ"I can’t deal with this today."

เงิน การช้อปปิ้ง และงานจิปาถะ

กริยาวลีการออกเสียงความหมายตัวอย่าง
pay backPAY bakคืนเงิน"I’ll pay you back."
pick upPIK upไปรับ/รับของ (คน/สิ่งของ)"Can you pick me up?"
drop offDROP offเอาไปส่ง/เอาไปทิ้งไว้"I’ll drop it off."
check outCHEK outไปดู/ลองดู"Check out this place."
run outRUN outหมด ไม่เหลือ"We ran out of milk."

เทคโนโลยีและการสื่อสาร

กริยาวลีการออกเสียงความหมายตัวอย่าง
log inLOG inเข้าสู่ระบบ"Log in again."
sign upSYNE upสมัคร/ลงทะเบียน"Sign up here."
scroll downSKROHL downเลื่อนลง"Scroll down a bit."
turn onTURN onเปิดอุปกรณ์"Turn on the TV."
turn offTURN offปิดอุปกรณ์"Turn off notifications."

⚠️ หลีกเลี่ยงกับดัก 'คำพ้องความหมายคำเดียว'

กริยาวลีหลายคำมีคำพ้องความหมายที่เป็นทางการกว่า แต่ไม่ได้ใช้แทนกันได้เสมอ "Look into" มักเบากว่าและเป็นบทสนทนามากกว่า "investigate" ซึ่งอาจฟังจริงจังหรือเหมือนกล่าวหา เรียนรู้สถานการณ์ที่ใช้บ่อย ไม่ใช่แค่ความหมายในพจนานุกรม

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ฟังไม่เหมือนเจ้าของภาษาในทันที

1) แยกกริยาแบบแยกไม่ได้

ผิด: "She ran her friend into."
ถูก: "She ran into her friend." (RUN in-too)

ถ้าคุณไม่แน่ใจ ให้เช็กในพจนานุกรมสำหรับผู้เรียน Cambridge Dictionary อธิบายเรื่องแยกได้/แยกไม่ได้ชัดมาก (Cambridge Dictionary, accessed 2026)

2) วางตำแหน่งสรรพนามผิด

ผิด: "Pick up it."
ถูก: "Pick it up."

ข้อนี้คุ้มค่าที่จะฝึกซ้ำ เพราะเจอบ่อยมากในการพูดจริง

3) ใช้กริยาวลีมากเกินไปในงานเขียนทางการ

ในเรียงความ งานเขียนกฎหมาย หรือรายงานวิชาการ กริยาวลีอาจฟังสบายเกินไป คุณยังใช้ได้ แต่ควรเลือกให้เหมาะ

ตัวอย่าง:

  • เป็นทางการกว่า: "The results indicate..."
  • เป็นบทสนทนากว่า: "It turns out..."

ความต่างระหว่างสหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักรที่คุณจะสังเกตได้จริง

กริยาวลีมีทุกที่ แต่บางคำเลือกใช้บ่อยกว่าในแต่ละแบบภาษา

สถานการณ์ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันภาษาอังกฤษแบบบริติช
กรอกแบบฟอร์มfill outfill in
ทำต่อไปkeep oncarry on
ทน/ยอมรับได้put up withput up with (เหมือนกัน พบบ่อยมาก)
โทรกลับหาใครสักคนcall (them) backring (them) back (และมี "call back" ด้วย)

ถ้าคุณชอบสังเกตความต่างพวกนี้ในบทสนทนา ให้ใช้คู่กับ คู่มือสแลงอังกฤษแบบบริติช และ คู่มือสแลงอังกฤษแบบอเมริกัน สแลงกับกริยาวลีมักมาด้วยกันในฉากเดียวกัน

วิธีจากหนังและซีรีส์ที่ได้ผล (และเข้ากับชีวิตจริง)

กริยาวลีเหมาะมากกับการเรียนจากคลิป เพราะมันสั้น เจอบ่อย และผูกกับการกระทำ คุณได้ยินจังหวะเน้นเสียง เห็นสถานการณ์ และเลียนแบบจังหวะการพูดได้

ใช้รูทีน 4 ขั้นตอนนี้:

  1. จับทั้งวลี: ฟังทั้งก้อน เช่น "pick it up" (PIK it UP).
  2. ตั้งชื่อสถานการณ์: "phone call," "argument," "apology," "deadline."
  3. สลับกรรม: "pick it up" เปลี่ยนเป็น "pick them up," "pick your bag up."
  4. นำกลับมาใช้พรุ่งนี้: ใช้อีกครั้งในประโยคใหม่

ถ้าคุณอยากได้คำพูดประจำวันเพิ่มที่โผล่ในฉากแบบเดียวกัน อ่าน คู่มือสำนวนสแลงภาษาอังกฤษ และถ้าต้องการรู้ขอบเขตและโทนของคำแรงๆ คู่มือคำหยาบภาษาอังกฤษ อธิบายว่าในซีรีส์พูดแบบไหน และอะไรที่คุณไม่ควรพูดตาม

ฝึก: สร้าง "แผนที่กริยาวลี" ของคุณเอง

แทนที่จะทำลิสต์ยาวๆ ให้สร้างแผนที่ส่วนตัวเล็กๆ รอบคำประกอบที่คุณได้ยินบ่อยที่สุด

เริ่มด้วยคำประกอบ 5 คำ: up, out, off, on, in แล้วเติมกริยา 3 คำที่คุณรู้ดีอยู่แล้ว: get, take, put.

จากนั้นสร้างชุดที่คุณเจอจริงในภาษาอังกฤษประจำวัน:

  • get up, get in, get out, get over
  • take off, take on, take out
  • put off, put on, put away

วิธีนี้สอดคล้องกับวิธีที่คนพูดคล่องประมวลผลภาษา คือเริ่มจากแพตเทิร์นก่อน แล้วค่อยเจอข้อยกเว้น

แบบทดสอบสั้นๆ ที่ทำได้ใน 2 นาที

ลองตอบออกเสียงดังๆ:

  • ถ้าเพื่อนพูดว่า "I’ll pick you up at 8," ตอน 8 โมงจะเกิดอะไรขึ้น?
  • ถ้าการประชุมถูก "called off," คุณไปหรือไม่ไป?
  • ถ้าคุณ "ran into" ใครสักคน คุณวางแผนไว้ไหม?

ถ้าคุณลังเล คุณยังไม่ต้องเพิ่มกริยาวลีใหม่ คุณต้องซ้ำคำเดิมไม่กี่คำในบริบทที่ชัดเจนมากขึ้น

กริยาวลีกับภาษาเรื่องตัวเลข วันที่ และการนัดหมาย

กริยาวลีโผล่ตลอดเวลาเวลาวางแผนเรื่องเวลา:

  • "move up" (MOOv up): เลื่อนให้เร็วขึ้น
  • "push back" (PUSH bak): เลื่อนให้ช้าลง
  • "set up" (SET up): จัดนัด/จัดเตรียม
  • "show up" (SHOH up): มาถึง/โผล่มา

เมื่อคุณเอาคำพวกนี้ไปรวมกับวลีบอกเวลา ภาษาอังกฤษของคุณจะใช้งานได้จริงขึ้นทันที ถ้าต้องการพื้นฐานประกอบ ดู ตัวเลขภาษาอังกฤษ 1-100 และ เดือนต่างๆ ในภาษาอังกฤษ แล้วฝึกประโยคนัดหมายอย่าง "Can we push it back to May?"

เช็กลิสต์สุดท้าย: ควรเรียนอะไรก่อน

ถ้าคุณอยากได้ผลคุ้มที่สุดใน 30 วันถัดไป ให้ทำแบบนี้:

  • เรียนกริยาวลี 25 คำที่ตรงกับชีวิตประจำวันของคุณ (งาน โรงเรียน ครอบครัว)
  • ทำให้คล่องเรื่องการเรียงคำแบบแยกได้เมื่อเป็นสรรพนาม: "turn it off," "pick them up."
  • เรียนความหมายของคำประกอบเป็นสัญญาณ โดยเฉพาะ up/out/off/on
  • ฝึกกับคลิปบทสนทนาสั้นๆ และพูดซ้ำทั้งวลี

แค่นี้ก็พอที่จะทำให้การฟังดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และทำให้การพูดฟังเป็นธรรมชาติมากขึ้น แม้ไวยากรณ์ของคุณยังไม่เป๊ะก็ตาม

ถ้าต้องการภาษาอังกฤษแบบใช้งานจริงเพิ่มที่คุณหยิบไปใช้จากบทสนทนาจริงได้ ลองดู บล็อก Wordy และผูกการเรียนของคุณไว้กับฉากที่คุณจำได้ง่าย

คำถามที่พบบ่อย

phrasal verbs ในภาษาอังกฤษคืออะไร
Phrasal verbs คือการรวมกันของกริยาและคำประกอบ (คำวิเศษณ์หรือบุพบท) เช่น 'turn on' หรือ 'look after' โดยคำประกอบจะเปลี่ยนความหมาย บางครั้งเปลี่ยนเล็กน้อยหรือเปลี่ยนไปเลย พบได้บ่อยมากในภาษาพูด โดยเฉพาะบทสนทนาไม่เป็นทางการ
ทำไม phrasal verbs ถึงยากสำหรับผู้เรียน
Phrasal verbs หลายคำเป็นสำนวน จึงแปลตรงตัวไม่ได้ อีกทั้งมีหลักไวยากรณ์ เช่น บางคำแยกได้ บางคำแยกไม่ได้ และคำประกอบเดียวกันอย่าง 'up' อาจสื่อหลายแนวคิด การเรียนจากบริบทช่วยให้จับความรู้สึกภาษาได้เร็วที่สุด
phrasal verbs แบบแยกได้กับแยกไม่ได้ต่างกันอย่างไร
แบบแยกได้ คุณวางกรรมไว้ระหว่างกริยากับคำประกอบได้ เช่น 'pick the kids up' หรือ 'pick up the kids' แต่ถ้าเป็นสรรพนาม ต้องแยกเท่านั้น เช่น 'pick them up' (ไม่ใช่ 'pick up them') ส่วนแบบแยกไม่ได้ต้องอยู่ติดกัน เช่น 'run into someone'
phrasal verbs เป็นของอังกฤษหรืออเมริกัน
ทั้งอังกฤษและอเมริกันใช้ phrasal verbs มาก แต่บางคำเลือกใช้ต่างกัน เช่น อเมริกันมักพูดว่า 'fill out' แบบฟอร์ม ขณะที่อังกฤษมักใช้ 'fill in' หนังและซีรีส์ช่วยได้ เพราะได้ยินสำเนียง ระดับภาษา และสถานการณ์ไปพร้อมกัน
ต้องรู้ phrasal verbs กี่คำถึงจะฟังคล่อง
ไม่จำเป็นต้องรู้เป็นพันคำ แค่ไม่กี่สิบคำที่ใช้บ่อยก็ครอบคลุมบทสนทนาประจำวันได้มาก และถ้าคุ้นกับคำประกอบที่พบบ่อย (up, out, off, on, in) จะเดาคำใหม่ได้ดีขึ้น ตั้งเป้า 50 คำก่อน แล้วค่อยเพิ่มตามหัวข้อ

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Oxford English Dictionary (OED), รายการคำว่า 'phrasal verb', เข้าถึงปี 2026
  2. Cambridge Dictionary, รายการคำว่า 'phrasal verb' และหมายเหตุการใช้คำประกอบ, เข้าถึงปี 2026
  3. Biber, D., Johansson, S., Leech, G., Conrad, S., Finegan, E. Longman Grammar of Spoken and Written English, 1999
  4. Ethnologue, English (27th edition), 2024
  5. British Council, LearnEnglish: ภาพรวม phrasal verbs และแนวทางการสอน, เข้าถึงปี 2026

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม