← กลับไปที่บล็อก
🇬🇧อังกฤษ

Its vs It's: กฎไวยากรณ์อังกฤษแบบง่ายๆ (พร้อมตัวอย่างจริง)

โดย Sandorอัปเดต: 15 พฤษภาคม 2569อ่าน 11 นาที

คำตอบด่วน

ใช้ it's เฉพาะเมื่อหมายถึง it is หรือ it has เท่านั้น ใช้ its (ไม่มีอัญประกาศเดี่ยว) เพื่อบอกความเป็นเจ้าของ หมายถึง 'เป็นของมัน' วิธีเช็กเร็วๆ คือแทน it's ด้วย it is ถ้าประโยคยังสมเหตุสมผล แปลว่าใช้ it's ถูก ถ้าไม่ใช่ให้ใช้ its

It's ย่อมาจาก it is หรือ it has ส่วน its (ไม่มีอัญประกาศ) ใช้บอกความเป็นเจ้าของ หมายถึง เป็นของมัน ถ้าคุณแทนคำนั้นด้วย it is แล้วประโยคยังถูก ให้เขียน it's ถ้าแทนแล้วไม่ถูก ให้เขียน its

อัญประกาศเล็ก ๆ นี้เป็นหนึ่งในความผิดพลาดภาษาอังกฤษที่กระทบมากที่สุด เพราะมันโผล่ทุกที่ ทั้งอีเมล แคปชัน ซับไตเติล และแม้แต่ป้าย ภาษาอังกฤษมีผู้ใช้ราว 1.5 พันล้านคนทั่วโลก เมื่อรวมเจ้าของภาษาและผู้ใช้เป็นภาษาที่สอง (Ethnologue, ฉบับที่ 27, 2024) กฎนี้จึงสำคัญต่อการสื่อสารระดับโลก ไม่ใช่แค่เรียงความในโรงเรียน

ถ้าคุณอยากได้ภาษาอังกฤษแบบใช้จริงที่ได้ยินในชีวิตประจำวัน ลองอ่านคู่กับ คู่มือสแลงภาษาอังกฤษ แล้วฝึกสังเกตคำย่อในบทสนทนาจริงด้วย หนังสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ

กฎแบบขั้นเดียว: ทดสอบด้วย "it is"

วิธีที่เร็วที่สุดคือทำแบบกลไก

ขั้นที่ 1: แทนคำนั้นด้วย "it is"

  • It's ถูก: "It's raining." → "It is raining." (ใช้ได้)
  • Its ถูก: "The company changed its policy." → "The company changed it is policy." (ใช้ไม่ได้)

ขั้นที่ 2: ถ้า "it is" ใช้ไม่ได้ ให้ลอง "it has"

วิธีนี้จับความหมายแบบคำย่ออีกแบบได้

  • It's ถูก: "It's been a long day." → "It has been a long day." (ใช้ได้)
  • Its ถูก: "The phone lost its signal." → "The phone lost it has signal." (ใช้ไม่ได้)

💡 ถ้าจะจำแค่เรื่องเดียว

ถ้าขยายได้เป็น "it is" หรือ "it has" ให้ใช้ "it's" ถ้าหมายถึงความเป็นเจ้าของ ให้ใช้ "its" อัญประกาศไม่เคยทำให้ "its" กลายเป็นคำแสดงความเป็นเจ้าของ

แต่ละรูปหมายถึงอะไร (พร้อมการออกเสียง)

ผู้เรียนภาษาอังกฤษมักถามว่าอัญประกาศทำให้การออกเสียงเปลี่ยนไหม ในการพูดปกติ its และ it's มักออกเสียงเหมือนกัน คือ ITS

ความต่างอยู่ที่ไวยากรณ์ ไม่ใช่เสียงพูด นี่จึงทำให้พลาดง่ายในบทสนทนาเร็ว ๆ และซับไตเติล

It's: คำย่อ (it is / it has)

ใช้ it's (ITS) ได้ 2 กรณี

It is

  • "It's cold in here." (It is cold in here.)
  • "I think it's true." (I think it is true.)
  • "It's not your fault." (It is not your fault.)

It has

  • "It's been fun." (It has been fun.)
  • "It's gotten worse." (It has gotten worse.)
  • "It's already started." (It has already started.)

ในงานเขียนที่ผ่านการแก้ไขแล้ว คำย่อยังสื่อโทนด้วย Bryan A. Garner พูดถึงระดับภาษาและความเป็นทางการใน Garner's Modern English Usage (Oxford University Press) ว่าคำย่อเป็นเรื่องปกติในร้อยแก้วสมัยใหม่ส่วนใหญ่ แต่คุณลดการใช้ลงได้ถ้าต้องการให้ดูเป็นทางการขึ้น

Its: คำบอกความเป็นเจ้าของ (เป็นของมัน)

ใช้ its (ITS) หน้าคำนาม

  • "The dog wagged its tail."
  • "The city is known for its museums."
  • "The team changed its strategy."

ส่วนที่ทำให้รู้สึกไม่ยุติธรรมคือ อัญประกาศมักใช้บอกความเป็นเจ้าของ แต่ไม่ใช่กับสรรพนาม

  • his (ไม่ใช่ hi's)
  • her (ไม่ใช่ her's)
  • their (ไม่ใช่ their's)
  • your (ไม่ใช่ you're)
  • its (ไม่ใช่ it's)

The Chicago Manual of Style อธิบายว่านี่เป็นรูปแบบมาตรฐานของสรรพนาม คือสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของไม่ใช้อัญประกาศ (Chicago Manual of Style, เข้าถึงปี 2026)

ทำไมภาษาอังกฤษถึงทำลายแนวคิด "อัญประกาศ = ความเป็นเจ้าของ"

อัญประกาศในภาษาอังกฤษทำหน้าที่หลัก 2 อย่าง

  1. คำย่อ: don't, I'm, it's
  2. ความเป็นเจ้าของของคำนาม: the teacher's book, the teachers' lounge

แต่สรรพนามเป็นกลุ่มพิเศษ Rodney Huddleston และ Geoffrey K. Pullum ใน The Cambridge Grammar of the English Language (Cambridge University Press) มองว่าความเป็นเจ้าของของสรรพนามเป็นระบบไวยากรณ์ของตัวเอง ไม่ใช่ความเป็นเจ้าของของคำนามที่ทำเครื่องหมายด้วยอัญประกาศ

เพราะแบบนี้ its จึงทำงานเหมือน his และ their ไม่ใช่เหมือน the cat's

🌍 ความจริงของงานเขียนยุคใหม่: การพิมพ์แชตทำให้อัตราความผิดพลาดเปลี่ยนไป

ในการแชตแบบกันเอง หลายคนข้ามอัญประกาศไปเลย ขณะที่บางคนพึ่ง autocorrect ที่ใส่อัญประกาศให้แบบหนักมือ นั่นทำให้คุณเห็น "its" และ "it's" ถูกใช้สลับกันในข้อความ แม้แต่โดยเจ้าของภาษา แต่ในบริบททางการ ผู้อ่านยังมองความต่างนี้เป็นสัญญาณพื้นฐานของการตรวจทานงานเขียน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (และวิธีแก้)

นี่คือรูปแบบที่ทำให้ผิดมากที่สุด

ข้อผิดพลาด 1: ใช้ "it's" เพื่อบอกความเป็นเจ้าของ

ผิด: "The car lost it's mirror."
ถูก: "The car lost its mirror."

วิธีแก้: ถามว่า "เป็นของอะไร" ถ้าเป็นของรถ ให้ใช้ its

ข้อผิดพลาด 2: ใช้ "its" ทั้งที่หมายถึง "it is"

ผิด: "Its going to be fine."
ถูก: "It's going to be fine."

วิธีแก้: ขยายคำดู "It is going to be fine" ใช้ได้ ดังนั้นใช้ it's

ข้อผิดพลาด 3: ลืมว่า "it's" แปลว่า "it has" ได้

ผิด: "Its been a while."
ถูก: "It's been a while."

วิธีแก้: ลองแทนด้วย "it has" ดู "It has been a while" ใช้ได้

ข้อผิดพลาด 4: แก้เกินในงานเขียนทางการ

บางคนเลี่ยงคำย่อ แล้วพอเห็น it's ในร่างก็เริ่มกังวล วิธีแก้ไม่ใช่ใส่อัญประกาศแบบสุ่ม แต่คือทำให้สม่ำเสมอ

  • ทางการ: "It is essential that the system updates its settings."
  • กลาง ๆ: "It's essential that the system updates its settings."

ทั้งสองแบบใช้ได้ แต่อัญประกาศต้องตรงกับความหมาย

ตัวอย่างจริงที่เจอในหนังและทีวี

ถ้าคุณเรียนภาษาอังกฤษจากบทสนทนา กฎนี้จะง่ายขึ้น เพราะคุณได้ยินคำย่อแม้มองไม่เห็นอัญประกาศ

นี่คือบรรทัดแบบซับไตเติลที่พบบ่อยและความหมาย

  • "It's not over." = It is not over.
  • "It's been years." = It has been years.
  • "It's your call." = It is your call.
  • "The plan has its risks." = เป็นของแผน

ตอนดู ลองหยุดแล้วขยาย it's ในหัวเป็น "it is" หรือ "it has" นี่เป็นวิธีที่เร็วมากในการสร้างไวยากรณ์แบบอัตโนมัติ

ถ้าอยากฝึกแบบเน้นการฟังก่อน ใช้ หนังสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ แล้วโฟกัสฉากสั้น ๆ ที่พูดซ้ำได้ และมีคำย่อบ่อย

บทเรียนสั้น ๆ เรื่องอัญประกาศ (เพื่อให้กฎดูมีเหตุผล)

อัญประกาศเล็ก แต่ถูกใช้งานหนัก ความสับสนระหว่าง its กับ it's จริง ๆ คือการเอา 2 ระบบมาปนกัน

ระบบ A: อัญประกาศแทนตัวอักษรที่หายไป

  • do not → don't
  • I am → I'm
  • it is → it's

ระบบ B: อัญประกาศบอกความเป็นเจ้าของของคำนาม

  • the actor's line (นักแสดงคนเดียว)
  • the actors' lines (นักแสดงหลายคน)

สรรพนามไม่ใช้ระบบ B

สรรพนามมีรูปแสดงความเป็นเจ้าของของตัวเองอยู่แล้ว นี่คือเหตุผลที่ภาษาอังกฤษมี

  • I → my
  • you → your
  • he → his
  • she → her
  • we → our
  • they → their
  • it → its

พอคุณมอง its ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุดสรรพนาม อัญประกาศก็จะไม่น่าเผลอใส่อีก

กรณีพิเศษที่ทำให้สับสน แม้แต่ผู้เรียนระดับสูง

"Its" แบบยืนเดี่ยวเป็นคำแสดงความเป็นเจ้าของ

ภาษาอังกฤษมีคำแสดงความเป็นเจ้าของแบบยืนเดี่ยว เช่น mine, yours, hers, ours, theirs แต่ its แทบไม่ใช้แบบนั้น

แปลก: "This seat is its."
ธรรมชาติ: "This seat belongs to it."

ในทางปฏิบัติ คุณเลี่ยงปัญหานี้ได้ด้วยการเขียนใหม่

"It's" อยู่ท้ายประโยค

แบบนี้ปกติ เมื่อคำย่อมีเนื้อหาที่ละไว้โดยนัย

  • "If it's, it's." (กันเอง, ตัดคำ)
  • "Whatever it's, I don't care." (พบได้น้อย และมักเขียนใหม่)

ส่วนใหญ่คุณจะเห็น it's กลางประโยค เพราะมันเกาะกับวลีของกริยา

ความเป็นเจ้าของกับ gerund

ผู้เรียนบางคนถามว่า: "Its being late annoyed me" กับ "It's being late annoyed me"

  • "Its being late annoyed me" อาจถูกได้ในสไตล์ทางการบางแบบ ที่ its ขยายวลี gerund "being late"
  • ในภาษาอังกฤษที่ใช้ทุกวัน คนมักเขียนว่า: "It being late annoyed me" (พบได้น้อย) หรือ "The fact that it was late annoyed me" (พบบ่อย)

ถ้าคุณเขียนเพื่อเรียนหรือทำงาน เลือกแบบเขียนใหม่ที่ชัดกว่า

⚠️ อย่าไว้ใจ autocorrect เรื่องนี้

คีย์บอร์ดหลายแบบเปลี่ยน "its" เป็น "it's" อัตโนมัติ เพราะ "it's" เจอบ่อยในงานเขียนกันเอง ตรวจทานทุกประโยคที่หลังคำนี้ตามด้วยคำนามทันที เพราะนั่นเป็นสัญญาณแรงว่าคุณต้องการ "its" แบบแสดงความเป็นเจ้าของ

แบบฝึกหัด: เลือก its หรือ it's

ลองทำเร็ว ๆ แล้วค่อยตรวจคำตอบ

  1. ___ a good idea.
  2. The cat licked ___ paws.
  3. I think ___ been fixed.
  4. Every country has ___ own customs.
  5. ___ not what it looks like.

คำตอบ:

  1. It's (It is a good idea.)
  2. its (paws เป็นของแมว)
  3. It's (It has been fixed.)
  4. its (own customs เป็นของประเทศ)
  5. It's (It is not what it looks like.)

สิ่งนี้โผล่ในชีวิตจริงอย่างไร: ความน่าเชื่อถือและโทน

ในที่ทำงานหลายแห่ง its/it's ถูกมองเหมือนสะกดผิด แม้จริง ๆ จะเป็นไวยากรณ์ นี่สำคัญเพราะผู้อ่านใช้สัญญาณเล็ก ๆ เพื่อตัดสินความสามารถตอนกวาดตาอ่าน

เรื่องนี้คล้ายกับสแลงที่สื่อโทนของกลุ่ม ในบริบทหนึ่ง สแลงช่วยสร้างความสนิท ในอีกบริบทหนึ่ง มันทำให้ดูไม่รอบคอบ ถ้าคุณอยากรู้ว่าโทนในภาษาอังกฤษเปลี่ยนอย่างไร ลองเทียบกับ สแลงภาษาอังกฤษ แล้วสังเกตว่าการเลือกเขียนเปลี่ยนไปตามผู้อ่านอย่างไร

กรอบคิดที่มีประโยชน์จากสังคมภาษาศาสตร์คือ งานเขียนไม่ได้มีแค่ความถูกต้อง แต่มีความหมายทางสังคมด้วย งานของ Penelope Eckert เรื่องสไตล์และอัตลักษณ์ทางสังคมในภาษาเป็นจุดอ้างอิงที่ดี เพราะคนตีความรายละเอียดเล็ก ๆ ว่าเป็นระดับภาษา ชุมชน หรือระดับความเป็นทางการ

เทคนิคจำที่ใช้ได้จริง

ถ้าคุณเผลอใส่อัญประกาศบ่อย ให้ใช้กฎภาพจำนี้

  • It's = it + 's (มีตัวอักษรหายไป เหมือน don't)
  • Its = his (ทั้งคู่เป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ ไม่มีอัญประกาศ)

เมื่อคุณเห็น "its" ให้นึกถึง "his" คุณไม่มีวันเขียน "hi's tail" ดังนั้นคุณก็ไม่ควรเขียน "it’s tail"

เช็กลิสต์สั้น ๆ สำหรับตรวจทาน

ตอนตรวจทาน ให้ไล่หาคำนี้แล้วจัดประเภทเร็ว ๆ

  1. คำถัดไปเป็นคำนามไหม
    ถ้าใช่ มักเป็น its: "its color," "its price," "its meaning."

  2. คำถัดไปเป็นกริยาหรือคำคุณศัพท์ไหม
    ถ้าใช่ มักเป็น it's: "it's raining," "it's weird," "it's going."

  3. ขยายเป็น "it is" หรือ "it has" ได้ไหม
    ถ้าได้ ให้เขียน it's

ใช้เวลาไม่กี่วินาที และจับได้แทบทุกความผิดพลาด

ความผิดพลาดที่เกี่ยวข้อง ที่ควรแก้ต่อไป

ถ้าคุณกำลังเกลางานเขียน นี่คือปัญหาความถี่สูงที่มักโผล่มาคู่กับ its/it's

ใช้การฝึกแบบคลิปสไตล์ Wordy กับกฎนี้ (โดยไม่คิดมาก)

วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ it's อัตโนมัติคือเจอคำย่อซ้ำ ๆ ในเสียงพูดจริง แล้วตามด้วยการนึกเขียนสั้น ๆ

เลือกฉากสั้น ๆ ฟังคำว่า "it's" แล้วเขียนประโยคนั้นจากความจำ จากนั้นขยายเป็น "it is" หรือ "it has" เพื่อยืนยันความหมาย วิธีนี้เปลี่ยนกฎเครื่องหมายวรรคตอนให้กลายเป็นรีเฟล็กซ์ด้านการฟังและไวยากรณ์

ถ้าคุณอยากได้จุดเริ่มที่คัดมาแล้ว ลองดู หนังสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ แล้วเลือกฉากบทสนทนาชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ภาษากฎหมายหรือแฟนตาซี

สรุป: กฎในประโยคเดียว

เขียน it's เฉพาะเมื่อหมายถึง it is หรือ it has เขียน its เมื่อหมายถึงความเป็นเจ้าของ คือ เป็นของมัน และจำไว้ว่าสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของไม่ใช้อัญประกาศ

ถ้าคุณอยากได้ทริกแบบนี้อีก ลองสำรวจ บล็อก Wordy แล้วทำรายการข้อผิดพลาดสั้น ๆ ที่คุณจะค่อย ๆ กำจัดทีละอย่าง

คำถามที่พบบ่อย

เขียน 'its' ใส่อัญประกาศเดี่ยวเพื่อบอกความเป็นเจ้าของได้ไหม
ไม่ได้ ในภาษาอังกฤษมาตรฐานปัจจุบัน รูปแสดงความเป็นเจ้าของของ it คือ 'its' ที่ไม่มีอัญประกาศเดี่ยวเสมอ ส่วน 'it's' ใช้เฉพาะเป็นคำย่อเท่านั้น คือ 'it is' หรือ 'it has' นี่เป็นจุดที่ภาษาอังกฤษไม่เป็นไปตามแพตเทิร์นทั่วไปของอัญประกาศเดี่ยว
เช็กเร็วๆ ว่าควรใช้ 'its' หรือ 'it's' ทำยังไง
ใช้การทดสอบ 'it is' ลองแทนคำในประโยคด้วย 'it is' (หรือบางครั้ง 'it has') ถ้าประโยคยังอ่านแล้วสมเหตุสมผล ให้ใช้ 'it's' แต่ถ้าเพี้ยนหรือความหมายเปลี่ยน ให้ใช้รูปแสดงความเป็นเจ้าของ 'its' เช่น 'The dog wagged its tail.'
ทำไมคนถึงสับสน 'its' กับ 'it's' บ่อยมาก
เพราะโดยทั่วไปอัญประกาศเดี่ยวในภาษาอังกฤษมักสื่อความเป็นเจ้าของ (เช่น 'the cat's toy') แต่กับสรรพนามจะต่างออกไป คือ 'his, her, their, its' ไม่มีอัญประกาศเดี่ยว พอรวมกับการพิมพ์เร็ว ระบบแก้คำอัตโนมัติ และการแชตแบบไม่เป็นทางการ ความผิดพลาดนี้เลยเกิดบ่อย
ใช้ 'its' แทน 'it's' ผิดๆ มีผลกับงานเขียนแบบมืออาชีพไหม
มีผล หลายคนมองว่าเป็นความผิดพลาดจากการตรวจทาน แต่ในเรซูเม่ อีเมลถึงลูกค้า หรืองานวิชาการ อาจทำให้ความน่าเชื่อลดลง คู่มือสไตล์อย่าง Chicago Manual of Style ยังชี้ว่าการใช้คำย่อเป็นเรื่องของโทน ดังนั้นใส่อัญประกาศเดี่ยวให้ถูกจึงสะท้อนว่าคุมทั้งไวยากรณ์และระดับภาษาได้
แล้วกรณี 'its' อยู่ท้ายประโยค เช่น 'The choice is its' ล่ะ
โครงสร้างแบบนี้พบได้น้อยและมักฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ ภาษาอังกฤษมักเลี่ยงการใช้ 'its' เป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของแบบเดี่ยวๆ (ไม่เหมือน 'mine' หรือ 'yours') ส่วนใหญ่จะเขียนใหม่ เช่น 'The choice belongs to it.' มากกว่า

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Cambridge Dictionary, รายการคำ 'its' และ 'it's', เข้าถึงปี 2026
  2. Merriam-Webster Dictionary, รายการคำ 'its' และ 'it's', เข้าถึงปี 2026
  3. The Chicago Manual of Style, อัญประกาศเดี่ยวและคำย่อ (ออนไลน์), เข้าถึงปี 2026
  4. Ethnologue, ฉบับที่ 27, ปี 2024
  5. Oxford Learner's Dictionaries, รายการคำ 'its' และ 'it's', เข้าถึงปี 2026

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม