← กลับไปที่บล็อก
🇬🇧อังกฤษ

คำพ้องเสียงภาษาอังกฤษ: 60+ คู่ที่พบบ่อย การออกเสียง และวิธีเลี่ยงความผิดพลาด

โดย Sandorอัปเดต: 6 เมษายน 2569อ่าน 12 นาที

คำตอบด่วน

คำพ้องเสียงภาษาอังกฤษคือคำที่ออกเสียงเหมือนกัน แต่ความหมายและการสะกดต่างกัน เช่น 'their/there/they're' และ 'to/too/two' คู่มือนี้รวมคำพ้องเสียงที่พบบ่อยที่สุด พร้อมการออกเสียงที่ชัดเจน ตัวอย่างจริง และวิธีเลือกสะกดให้ถูกในอีเมล งานเรียน และการเขียนในชีวิตประจำวัน

คำพ้องเสียงในภาษาอังกฤษคือคำที่ออกเสียงเหมือนกัน แต่มีความหมายและการสะกดต่างกัน วิธีรับมือที่เร็วที่สุดคือเรียนรู้ชุดที่พบบ่อยที่สุด (เช่น "their/there/they're" และ "to/too/two") แล้วใช้การทดสอบความหมายแบบง่ายๆ ก่อนเขียน คู่มือนี้รวมคำพ้องเสียงที่เจอบ่อยจริง โน้ตการออกเสียง และทริกที่ใช้ได้ทันที เพื่อให้คุณไม่เสียคะแนนเรื่องการสะกด ความชัดเจน และความเป็นมืออาชีพอีก

ไทยภาษาอังกฤษการออกเสียงระดับความสุภาพ
สถานที่ vs ความเป็นเจ้าของ vs คำย่อthere / their / they'rethair (often the same sound)formal
ทิศทาง vs การเขียนright / writeRYTEformal
บุพบท vs ความหมายว่า 'ด้วย' vs ตัวเลขto / too / twoTOOformal
ได้ยิน vs ที่นี่hear / hereHEERformal
อดีตของ 'break' vs โลหะbroke / broach (not a homophone) / bronze (not)BROHKformal
สภาพอากาศ vs ว่า/หรือไม่weather / whetherWEH-thurformal
ซื้อ vs โดย/ข้างๆ vs ลาก่อนbuy / by / byeBYEcasual
ได้รับอนุญาต vs ออกเสียงดังallowed / alouduh-LOWDformal

ทำไมคำพ้องเสียงถึงสำคัญในภาษาอังกฤษจริงๆ

คำพ้องเสียงไม่ใช่ปัญหาแบบ "แข่งขันสะกดคำ" แต่มันคือปัญหาเรื่องความหมาย ตอนพูด บริบทมักช่วยแก้ความกำกวมได้ แต่ตอนเขียนคุณต้องเลือกการสะกดแบบเดียว และถ้าเลือกผิด ข้อความอาจเปลี่ยนความหมายไปเลย

มันยังโผล่ทุกที่ด้วย เช่น อีเมล ใบสมัครงาน คำบรรยายภาพ และแม้แต่คำแนะนำจากระบบแก้คำอัตโนมัติ ถ้าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองของคุณ คำพ้องเสียงอาจรู้สึกไม่ยุติธรรม เพราะเสียงไม่ได้บอกใบ้อะไรเลย

ภาษาอังกฤษถูกใช้ทั่วโลก และ Ethnologue ประเมินว่ามีผู้พูดราว 1.5 พันล้านคน เมื่อรวมเจ้าของภาษาและผู้ใช้เป็นภาษาที่สอง (Ethnologue, 2024) การแพร่กระจายระดับโลกนี้ทำให้สิ่งที่คุณเขียนมักไปถึงคนที่ไม่สามารถ "ได้ยิน" ความหมายที่คุณตั้งใจได้

"การสะกดคำภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นแค่ตัวแทนของเสียงเท่านั้น แต่มันคือบันทึกของประวัติศาสตร์"

David Crystal, linguist (Crystal, 2019)

ประวัติศาสตร์นี่เองที่ทำให้คำพ้องเสียงมีเยอะ ภาษาอังกฤษเก็บการสะกดแบบเก่าไว้ ยืมคำจากภาษาฝรั่งเศสและละติน และการออกเสียงเปลี่ยนไปตลอดหลายศตวรรษ สุดท้ายการสะกดหลายแบบจึงมาลงที่เสียงสมัยใหม่เสียงเดียวกัน

คำพ้องเสียง vs คำพ้องรูป vs คำพ้องความหมาย (สรุปให้ชัดแบบเร็ว)

หลายคนสับสนคำเหล่านี้ นี่คือความต่างแบบชัดๆ ที่คุณใช้ได้ทั้งในห้องเรียนและที่ทำงาน

คำศัพท์เสียงเหมือนกัน?สะกดเหมือนกัน?ตัวอย่าง
คำพ้องเสียงใช่ไม่"sea/see"
คำพ้องรูปไม่จำเป็นใช่"lead" (metal) vs "lead" (guide)
คำพ้องความหมายมักใช่มักใช่"bank" (river) vs "bank" (money)

พจนานุกรมอย่าง OED และ Merriam-Webster ติดตามความต่างเหล่านี้ เพราะมันกระทบต่อความหมายและการใช้งาน (OED; Merriam-Webster)

กับดักการออกเสียง: ทำไมมันถึงฟังเหมือนกัน

คำพ้องเสียงส่วนใหญ่จะเหมือนกันในสำเนียงของคุณ แต่ไม่เสมอไปในสำเนียงของคนอื่น ความต่างของการออกเสียงตามภูมิภาคอาจทำให้เกิดคำพ้องเสียง หรือทำให้คำที่เคยพ้องเสียงไม่พ้องเสียงอีก

ความต่างของสำเนียงที่คุณจะสังเกตได้จริง

ตัวอย่างบางคู่ขึ้นอยู่กับสำเนียง และควรรู้ไว้ถ้าคุณทำงานแบบนานาชาติ

คู่คำมักเป็นคำพ้องเสียงในมักไม่เป็นคำพ้องเสียงในหมายเหตุ
"cot/caught"สำเนียงอเมริกาเหนือหลายแบบสำเนียงสหราชอาณาจักรหลายแบบการรวมเสียงสระต่างกันตามภูมิภาค (Wells, 2008)
"Mary/marry/merry"หลายพื้นที่ในสหรัฐฯหลายพื้นที่ในสหราชอาณาจักรอีกหนึ่งการรวมเสียงที่พบบ่อย (Wells, 2008)
"aunt/ant"สำเนียงสหรัฐฯ บางแบบสำเนียงสหราชอาณาจักรหลายแบบคุณภาพของสระต่างกัน

ถ้าคุณกำลังฝึกการออกเสียง ให้ใช้คู่มือนี้ร่วมกับการฝึกฟังแบบคลิปของ Wordy หรือทบทวนรูปแบบใน คู่มือการออกเสียงภาษาอังกฤษ ของเรา

คำพ้องเสียงที่พบบ่อยที่สุด (ชุดที่เจอบ่อยมาก)

นี่คือชุดที่ทำให้ผิดพลาดในชีวิตจริงมากที่สุด โดยเฉพาะงานเขียนในโรงเรียนและงานเขียนเชิงอาชีพ สำหรับแต่ละชุด คุณจะได้การทดสอบความหมายและตัวช่วยจำเรื่องการออกเสียง

there / their / they're

การออกเสียง: มักเป็น "thair" (คล้องจองกับ "air") ในหลายสำเนียง

  • there: สถานที่ หรือ "there is/there are"
  • their: ความเป็นเจ้าของ
  • they're: คำย่อของ "they are"

การทดสอบความหมาย: ถ้าแทนด้วย "they are" ได้ ต้องเป็น "they're"

ตัวอย่าง:

  • "They're late." (They are late.)
  • "Their train is late." (ความเป็นเจ้าของ)
  • "The train is over there." (สถานที่)

to / too / two

การออกเสียง: "TOO"

  • to: ทิศทาง, ตัวบอก infinitive ("to go")
  • too: ด้วย/เช่นกัน, มากเกินไป
  • two: เลข 2

การทดสอบความหมาย: ถ้าแทนด้วย "also" ได้ ให้ใช้ "too" ถ้าเป็นตัวเลข ให้ใช้ "two"

ถ้าคุณมักพลาดเรื่องตัวเลข ดู คู่มือเลขภาษาอังกฤษ เพื่อดูรูปแบบการสะกดที่ช่วยลดข้อผิดพลาด

your / you're

การออกเสียง: "yor" (มักคล้าย "yore")

  • your: ความเป็นเจ้าของ
  • you're: "you are"

การทดสอบความหมาย: แทนด้วย "you are"

ตัวอย่าง:

  • "You're right." (You are right.)
  • "Your right hand." (ความเป็นเจ้าของ)

its / it's

การออกเสียง: "its" กับ "it's" มักฟังเหมือน "its"

  • its: คำบอกความเป็นเจ้าของ
  • it's: "it is" หรือ "it has"

การทดสอบความหมาย: แทนด้วย "it is" หรือ "it has" ถ้าใช้ได้ ให้ใช้ "it's"

ตัวอย่าง:

  • "It's raining." (It is raining.)
  • "The dog wagged its tail." (ความเป็นเจ้าของ)

⚠️ กับดักเครื่องหมายอะพอสทรอฟี

ในภาษาอังกฤษ อะพอสทรอฟีมักใช้บอกว่ามีตัวอักษรหายไปในคำย่อ ("it's" = "it is") แต่สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของจะไม่ใช้อะพอสทรอฟี: "its, your, their, whose" นี่จึงเป็นเหตุผลที่ "it's" ไม่ใช่รูปแสดงความเป็นเจ้าของ

then / than

การออกเสียง: "then" (THEN) vs "than" (THAN, มักเป็นสระที่ผ่อนเสียง)

  • then: เวลา, ลำดับเหตุการณ์
  • than: การเปรียบเทียบ

การทดสอบความหมาย: ถ้ากำลังเปรียบเทียบ ต้องเป็น "than"

ตัวอย่าง:

  • "Finish your homework, then watch TV."
  • "She is taller than me."

affect / effect

การออกเสียง: "uh-FEKT" vs "ih-FEKT"

  • affect: มักเป็นกริยา แปลว่า ส่งผล/มีอิทธิพล
  • effect: มักเป็นคำนาม แปลว่า ผลลัพธ์

การทดสอบความหมาย: ถ้าใส่ "the" นำหน้าได้ ("the effect") มักจะเป็น "effect"

ตัวอย่าง:

  • "Noise can affect sleep."
  • "The effect was immediate."

คู่คำพ้องเสียงที่พบบ่อย 60+ คู่ (พร้อมการออกเสียง)

ส่วนนี้คือรายการหลักสำหรับฝึกจริง การออกเสียงเป็นการเขียนแบบประมาณเสียงภาษาอังกฤษ เพื่อให้คุณอ่านได้โดยไม่ต้องใช้ IPA

ไทยภาษาอังกฤษการออกเสียงหมายเหตุ
airair / heirAIRheir = person who inherits
allowedallowed / alouduh-LOWDaloud = out loud
ateate / eightAYTeight = 8
barebare / bearBAIRbear = animal or tolerate
bebe / beeBEEbee = insect
blueblue / blewBLOOblew = past of blow
breakbreak / brakeBRAYKbrake = on a car/bike
buybuy / by / byeBYEby = next to, bye = goodbye
cellcell / sellSELcell = biology or phone
centcent / scent / sentSENTsent = past of send
chewschews / chooseCHOOZchoose = select
deardear / deerDEERdeer = animal
diedie / dyeDYEdye = color fabric
fairfair / fareFAIRfare = ticket price or food
flourflour / flowerFLOW-ersame sound for many speakers
forfor / fourFORfour = 4
hearhear / hereHEERhere = this place
holehole / wholeHOHLwhole = complete
hourhour / ourOW-erour = belonging to us
knewknew / newNOOnew = not old
knightknight / nightNYTEknight = medieval soldier
mailmail / maleMAYLmale = gender
meatmeat / meetMEETmeet = encounter
morningmourning / morningMOR-ningmourning = grief
oneone / wonWUNwon = past of win
pairpair / pearPAIRpear = fruit
peacepeace / piecePEESpiece = part
plainplain / planePLAYNplane = aircraft
principalprincipal / principlePRIN-suh-puhlprincipal = person or main, principle = rule
rightright / writeRYTEwrite = make text
seasea / seeSEEsee = look
sonson / sunSUNsun = star
stairstare / stairSTAIRstare = look fixedly
stealsteal / steelSTEELsteel = metal
tailtail / taleTAYLtale = story
theirthere / their / they'reTHAIRtriple set
threwthrew / throughTHROOthrough = from one side to another
toetoe / towTOHtow = pull a car
waitwait / weightWAYTweight = heaviness
wayway / weighWAYweigh = measure weight
weakweak / weekWEEKweek = 7 days
weatherweather / whetherWEH-thurwhether = if
whichwhich / witchWICHwitch = magic person
woodwood / wouldWOODwould = modal verb

🌍 ทำไม 'knight' ยังมีตัว 'k' อยู่

ตัวอักษรเงียบเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ภาษาอังกฤษสร้างคำพ้องเสียง หลายคำเคยออกเสียงจริงในยุค Middle English และการสะกดมักคงรูปแบบเดิมไว้ แม้เสียงจะหายไปแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ "knight" และ "night" ตอนนี้ออกเสียงเหมือนกันสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่สะกดไม่เหมือนกัน

วิธีเลือกการสะกดที่ถูกต้อง (เครื่องมือช่วยตัดสินใจแบบเร็ว)

คุณไม่จำเป็นต้องท่องทุกคู่เพื่อให้เขียนได้ดี คุณต้องมีขั้นตอนที่ไว้ใจได้

1) การทดสอบแทนคำ (เหมาะที่สุดกับคำย่อ)

ใช้กับชุดอย่าง "you're/your", "they're/their/there", "it's/its"

  • ถ้าแทนด้วย "you are" ได้ ให้ใช้ "you're"
  • ถ้าแทนด้วย "they are" ได้ ให้ใช้ "they're"
  • ถ้าแทนด้วย "it is" หรือ "it has" ได้ ให้ใช้ "it's"

วิธีนี้เร็วพอที่จะทำได้ระหว่างพิมพ์

2) การทดสอบป้ายกำกับไวยากรณ์ (คำนาม vs กริยา)

ช่วยกับ "affect/effect" และ "advice/advise" (ไม่พ้องเสียงสมบูรณ์ในทุกสำเนียง แต่คนสับสนกันบ่อย)

ถามว่า: คำนี้ทำหน้าที่เหมือน "สิ่งของ" (คำนาม) หรือ "การกระทำ" (กริยา)

  • "The effect" คือสิ่งหนึ่ง
  • "To affect" คือการกระทำ

3) ทริกจำแบบ "เกี่ยวตะขอด้วยหมวดหมู่"

ผูกการสะกดแต่ละแบบเข้ากับภาพหรือหมวดหมู่

  • brake: นึกถึง "bike"
  • flour: นึกถึง "baking"
  • heir: นึกถึง "inheritance"
  • principal: นึกถึง "pal" (principal คือเพื่อนของคุณ ถ้าจะใช้จำว่าเป็นคนในโรงเรียน)

ทริกแบบนี้ได้ผล เพราะมันเชื่อมการสะกดเข้ากับความหมาย ไม่ใช่เสียง

4) อ่านจริง ไม่ใช่พึ่งกฎอย่างเดียว

คำพ้องเสียงเรียนรู้ได้จากการเจอบ่อยๆ ยิ่งคุณอ่านมาก การสะกดที่ "ผิด" จะดูผิดขึ้นเอง

ถ้าคุณอยากได้รูทีนอ่านที่ทำได้จริง ให้ใช้ข้อความสั้นๆ ทันสมัย และมีเสียงประกอบ คลิปหนังและซีรีส์ของ Wordy ช่วยได้ เพราะคุณได้ยินคำ แล้วเห็นการสะกดที่ถูกต้องในซับไตเติล

ถ้าอยากได้คำศัพท์ใช้จริงที่เจอในสื่อ ลองดู สแลงภาษาอังกฤษ แล้วสังเกตว่าบริบทช่วยพาความหมาย แม้การสะกดจะชวนสับสน

คำพ้องเสียงในหนังและซีรีส์: ทำไมผู้เรียนถึงสับสน

ในบทสนทนาที่พูดเร็ว คำพ้องเสียงจะมองไม่เห็น เพราะคุณได้ยินแค่เสียง ซับไตเติลช่วยแก้ได้ แต่ต้องเทียบสิ่งที่ได้ยินกับสิ่งที่อ่านอย่างตั้งใจ

นี่คือ "โมเมนต์ในหนัง" ที่มักมีคำพ้องเสียง:

  • ฉากแชต: ตัวละครพิมพ์ "your" ทั้งที่หมายถึง "you're" เพื่อสื่อบุคลิก อายุ หรือความไม่ใส่ใจ
  • ฉากตำรวจหรือกฎหมาย: "principal/principle" และ "right/write" โผล่ในคำให้การที่เป็นทางการ
  • ตลก: คนเขียนบทเล่นกับความกำกวม โดยเฉพาะ "see/sea", "knight/night", "peace/piece"

ถ้าคุณชอบเรียนผ่านความบันเทิง ให้เริ่มจากคลิปที่ใช้คำเดิมซ้ำในหลายบริบท การซ้ำแบบนี้ทำให้คำพ้องเสียงจากกับดักกลายเป็นการเลือกแบบอัตโนมัติ

ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนเจอบ่อย (และวิธีแก้)

สับสนคำหน้าที่

คำหน้าที่สั้น เจอบ่อย และพิมพ์พลาดง่าย เช่น "to/too/two", "then/than", "its/it's" คำพวกนี้ทำให้ดูผิดชัดที่สุด เพราะมันอยู่แทบทุกย่อหน้า

วิธีแก้: ชะลอแค่ตอนเจอคำหน้าที่ คุณเขียนเร็วส่วนอื่นได้ตามปกติ

เชื่อระบบตรวจคำสะกดมากเกินไป

ระบบตรวจคำสะกดจับ "teh" ได้ แต่จับไม่ได้เสมอไปเมื่อใช้ "their" ในที่ที่ควรเป็น "there" เพราะทั้งคู่เป็นคำจริง เครื่องมือตรวจไวยากรณ์ช่วยได้ แต่ก็ไม่สมบูรณ์

วิธีแก้: ก่อนส่งข้อความสำคัญ ให้ทำการทดสอบแทนคำกับ 3 ชุดที่พบบ่อยที่สุด

สับสนคำพ้องเสียงกับการสะกดแบบสแลง

งานเขียนออนไลน์บางครั้งตั้งใจสะกดผิดเพื่อโทน ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง "ผิด" กับ "สไตล์" เบลอ

วิธีแก้: แยกบริบท สแลงในแชตส่วนตัวโอเค แต่ในโรงเรียนและที่ทำงานให้ใช้การสะกดมาตรฐาน ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าเส้นอยู่ตรงไหน คู่มือคำหยาบภาษาอังกฤษ ของเราอธิบายเรื่องระดับภาษาในสถานการณ์ต่างๆ และแนวคิดเดียวกันนี้ใช้กับการเลือกการสะกดได้เช่นกัน

รูทีนฝึกแบบสั้น (วันละ 10 นาที)

ความสม่ำเสมอดีกว่าการอัดหนัก นี่คือรูทีนที่ใช้ได้ทั้งเจ้าของภาษาและคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง

  1. เลือก 5 ชุดคำพ้องเสียงจากตาราง
  2. เขียนประโยคละ 1 ประโยคต่อความหมาย ดังนั้นคุณจะได้ 10 ประโยค
  3. อ่านออกเสียง แล้วปิดคำ จากนั้นลองเขียนใหม่ให้ถูก
  4. วันถัดไป เก็บไว้ 2 ชุด แล้วสลับเพิ่มใหม่ 3 ชุด

ครบสองสัปดาห์ คุณจะได้ฝึกประมาณ 70 ความหมาย ไม่ใช่แค่ 70 การสะกด นั่นคือทักษะจริง

💡 ใช้วันที่และตัวเลขเป็นหลักยึดการสะกด

คู่คำอย่าง "one/won", "four/for", และ "eight/ate" จะง่ายขึ้นถ้าคุณมั่นใจกับการสะกดตัวเลข ถ้าคุณยังลังเล ให้ทบทวน เดือนภาษาอังกฤษ และ คู่มือเลขภาษาอังกฤษ คู่กัน เพราะวันที่ในชีวิตจริงต้องใช้ทั้งสองทักษะ

เช็กลิสต์สั้นๆ เพื่อเขียนให้ไม่พลาด

ใช้ก่อนส่งเรียงความหรือส่งอีเมลสำคัญ

  • สแกนหา: "their/there/they're", "your/you're", "its/it's", "to/too/two", "then/than"
  • ทำการทดสอบแทนคำกับคำย่อ
  • เช็กประโยคเปรียบเทียบว่าใช้ "than" ถูกไหม
  • เช็กประโยคลำดับเวลา/เหตุการณ์ว่าใช้ "then" ถูกไหม
  • ถ้าประโยคดูไม่ชัด ให้เขียนใหม่เพื่อเลี่ยงคำพ้องเสียงไปเลย

การเลี่ยงคำพ้องเสียงไม่ใช่การโกง แต่มันคือการแก้ไขงานแบบมืออาชีพ

เรียนคำพ้องเสียงแบบที่เจ้าของภาษาทำ

เจ้าของภาษาส่วนใหญ่ไม่ได้ "นั่งเรียนคำพ้องเสียง" พวกเขาซึมซับจากการอ่าน การเขียนที่มีคนแก้ให้ และการเจอคำเดิมซ้ำๆ ในหลายบริบท

นี่จึงเป็นเหตุผลที่การเรียนจากบทสนทนาจริงช่วยได้ คุณได้ยินคำในฉากธรรมชาติ แล้วเชื่อมมันเข้ากับการสะกดและความหมายที่ถูกต้อง

ถ้าคุณอยากได้เส้นทางเรียนที่เป็นระบบมากขึ้น ลองดู บล็อก Wordy แล้วสร้างชุดหัวข้อเล็กๆ เช่น การออกเสียง สแลง และกับดักงานเขียนหลักๆ อย่างคำพ้องเสียง


คำถามที่พบบ่อย

คำพ้องเสียงในภาษาอังกฤษคืออะไร
คำพ้องเสียง (homophones) คือคำที่ออกเสียงเหมือนกัน แต่ความหมายและการสะกดต่างกัน เช่น 'to/too/two' หรือ 'right/write' พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษ เพราะเสียงเดียวกันอาจเขียนได้หลายแบบ จากการเปลี่ยนเสียงตามประวัติศาสตร์และคำยืมจากภาษาอื่น
homophones ต่างจาก homonyms ยังไง
Homophones เหมือนกันแค่เสียงอ่าน เช่น 'sea/see' ส่วน homonyms คือคำที่รูปคำเหมือนกัน อาจเหมือนเสียงหรือเหมือนการสะกด หรือเหมือนทั้งคู่ เช่น 'bank' (ตลิ่งแม่น้ำ vs ธนาคาร) สะกดและออกเสียงเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน
ทำไมภาษาอังกฤษถึงมีคำพ้องเสียงเยอะ
การสะกดภาษาอังกฤษยังสะท้อนการออกเสียงแบบเก่า และรับอิทธิพลจากหลายภาษา โดยเฉพาะฝรั่งเศสและละติน ขณะที่การออกเสียงสมัยใหม่เปลี่ยนไปตามเวลา จึงทำให้คำที่สะกดต่างกันกลับออกเสียงเหมือนกัน เช่น 'knight/night' หรือ 'pair/pear'
ทำยังไงไม่ให้สับสน their, there, they're
เช็กแบบเร็วด้วยไวยากรณ์: 'they're' แทน 'they are' ได้, 'their' แสดงความเป็นเจ้าของ (their car), 'there' ชี้สถานที่หรือขึ้นต้นประโยค (over there, there is) ตอนพิมพ์เร็ว ให้ลองแทนด้วยวลีทดสอบก่อนกดส่ง
คำพ้องเสียงต่างกันไหมระหว่างอังกฤษอเมริกันกับอังกฤษบริติช
บางคู่ต่างกัน เพราะสำเนียงอาจทำให้เสียงบางเสียงรวมกันหรือแยกกัน คู่คำที่เป็นคำพ้องเสียงในแบบหนึ่ง อาจไม่พ้องเสียงในอีกแบบ เช่นสำหรับผู้พูดหลายคนในบางพื้นที่ของอเมริกาเหนือ 'cot/caught' ออกเสียงเหมือนกัน แต่คนส่วนใหญ่ในอังกฤษไม่เหมือน

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Crystal, David. สารานุกรมภาษาอังกฤษของ Cambridge. ฉบับที่ 3, Cambridge University Press, 2019.
  2. Oxford English Dictionary (OED), Oxford University Press, ฉบับปรับปรุงต่อเนื่อง.
  3. Merriam-Webster Dictionary, Merriam-Webster, Incorporated, ฉบับปรับปรุงต่อเนื่อง.
  4. Ethnologue: Languages of the World, ฉบับที่ 27, SIL International, 2024.
  5. Wells, J.C. พจนานุกรมการออกเสียง Longman. ฉบับที่ 3, Routledge, 2008.

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม