← กลับไปที่บล็อก
🇬🇧อังกฤษ

คำที่คล้องจองกับ Day: 120+ คำคล้องจองตรงและคล้องจองใกล้เคียง

โดย Sandorอัปเดต: 20 มีนาคม 2569อ่าน 12 นาที

คำตอบด่วน

คำที่คล้องจองกับ 'day' แบบคล้องจองตรง ได้แก่ 'say,' 'play,' 'way,' และ 'stay' (ทั้งหมดลงท้ายด้วยเสียงสระยาว A, AY) คุณยังใช้คำคล้องจองใกล้เคียงอย่าง 'late' หรือ 'name' เพื่อคงจังหวะไว้แต่เปลี่ยนโทนเสียงได้ คู่มือนี้รวมตัวเลือก 120+ คำ พร้อมการออกเสียงและทิปส์การเขียนที่ใช้ได้จริง

คำที่สัมผัสกับ "day" มีทั้งสัมผัสตรงอย่าง "say," "play," "way," และ "stay" (ทั้งหมดมีเสียง AY ออกเสียงเหมือน "DAY") ถ้าคุณอยากได้ความหลากหลายมากขึ้น คุณใช้สัมผัสตรงที่ยาวกว่าอย่าง "delay" (duh-LAY) ได้ด้วย

คุณยังใช้สัมผัสใกล้เคียงที่ยืดหยุ่นอย่าง "late" (LATE) หรือ "rain" (RAYN) ได้ ขึ้นอยู่กับสำเนียงและอารมณ์ของบรรทัดนั้น

อะไรนับว่าเป็นคำสัมผัสของ "day"?

ในพจนานุกรมส่วนใหญ่ "day" ออกเสียงด้วยสระ /eɪ/ (มักเขียนเป็น AY ในการสะกดแบบช่วยผู้เรียน) แล้วตามด้วยพยัญชนะท้ายหรือไม่มีเลย เสียง /eɪ/ คือเสียงหลักที่คุณต้องจับคู่ (Cambridge Dictionary; OED)

สัมผัสตรงจะตรงกันที่สระเน้นท้ายและทุกเสียงหลังจากนั้น ดังนั้น "day" จึงสัมผัสตรงกับ "say" เพราะทั้งคู่ลงท้ายด้วยเสียงเดียวกัน

สัมผัสใกล้เคียง (slant rhyme) ใกล้พอให้รู้สึกว่าตั้งใจ โดยเฉพาะในเพลง "Day" กับ "late" ใช้ได้ เพราะสระคล้ายกัน แม้พยัญชนะท้ายต่างกัน

💡 Fast test for 'day' rhymes

พูด "day" ออกเสียงดังๆ แล้วลากเสียงสระไว้: "daaaay" ถ้าคำที่คุณจะใช้ลงท้ายด้วยคุณภาพเสียง A ยาวแบบเดียวกัน (AY) มักจะใช้ได้ ถ้าลงท้ายด้วยสระคนละเสียง (เช่น EE ใน "see") จะใช้ไม่ได้

ทำไม "day" ถึงมีคำสัมผัสเยอะในภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษมีตระกูลคำสัมผัสรอบเสียง /eɪ/ ที่ใหญ่และสร้างคำต่อได้เรื่อยๆ คุณเห็นได้ทั้งในคำดั้งเดิมสายเจอร์แมนิก ("say," "way") และในคำยืมหรือคำที่สร้างขึ้น ("ballet," "café," "array")

ความหลากหลายนั้นไม่ได้มีแค่ในเชิงทฤษฎี ภาษาอังกฤษถูกใช้ทั่วโลก และมีผู้พูดราว 1.5 billion คนเมื่อรวมเจ้าของภาษาและผู้ใช้เป็นภาษาที่สอง (Ethnologue, 2024) การใช้งานทั่วโลกเติมชื่อใหม่ สแลง และคำแบรนด์เข้ามาตลอดเวลา

ถ้าคุณกำลังสร้างคลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษด้วย แนวทางของ Wordy ที่เรียนจากบทสนทนาจริงเข้ากับการฝึกสัมผัสได้ดี สำหรับสำนวนที่ใช้ทุกวัน ดู สแลงภาษาอังกฤษ

สัมผัสตรงของ "day" (หนึ่งพยางค์)

นี่คือสัมผัสที่ชัดและไว้ใจได้ที่สุด มันลงตัวในบทกวี เพลงเด็ก และเนื้อเพลงป๊อป เพราะเสียงตรงกันแบบเป๊ะ

คำการออกเสียงหมายเหตุ
saySAYง่าย ตรงไปตรงมา
playPLAYพบบ่อยมาก อาจเดาง่าย
wayWAYเหมาะกับการเคลื่อนไหว ตัวเลือก ทิศทาง
staySTAYมีอารมณ์ มักใช้ในเพลงรัก
mayMAYเป็นชื่อเดือนด้วย เพิ่มกลิ่นอายฤดูกาล
payPAYเงิน ผลลัพธ์ ความพยายาม
layLAYการกระทำทางกาย และใช้ใน "lay down"
rayRAYแสงแดด ความหวัง วิทยาศาสตร์
bayBAYชายฝั่ง ภาพการเดินทาง
clayCLAYโทนดิน สัมผัสได้ งานฝีมือ
trayTRAYฉากในบ้าน อาหาร การเสิร์ฟ
swaySWAYเต้น ชักจูง ไม่มั่นคง
spraySPRAYพลัง การเคลื่อนไหว ความขัดแย้ง
straySTRAYหลงทาง ดื้อ เร่ร่อน
theyTHAYใช้ได้ดีเกินคาดสำหรับบรรทัดที่คุยแบบธรรมชาติ

หมายเหตุการออกเสียง: "they," "weigh," และ "sleigh"

"They" (THAY), "weigh" (WAY), และ "sleigh" (SLAY) เป็นสัมผัสตรงของ "day" ในสำเนียงหลักส่วนใหญ่ มันยังแสดงให้เห็นด้วยว่า การสะกดเป็นตัวช่วยที่ไม่ค่อยดีในภาษาอังกฤษ

การสะกดภาษาอังกฤษเก็บประวัติไว้ แต่การออกเสียงเปลี่ยนไปตามเวลา David Crystal ชี้ให้เห็นแรงตึงระหว่างการเปลี่ยนเสียงกับความคงที่ของการสะกดในภาษาอังกฤษ (Crystal, 2019)

สัมผัสตรงของ "day" (สองพยางค์ขึ้นไป)

สัมผัสที่ยาวกว่าช่วยให้คุณเลี่ยงกับดัก "day / play / say" ได้ มันยังช่วยให้คุณสัมผัสท้ายบรรทัดโดยไม่ฟังเหมือนเพลงเด็ก

คำการออกเสียงหมายเหตุ
todaytuh-DAYคู่ที่เป็นธรรมชาติที่สุดของ "day"
awayuh-WAYระยะห่าง การจากไป ความคิดถึง
okayoh-KAYกันเอง ทันสมัย แบบภาษาพูด
delayduh-LAYความตึงเครียด การรอ ระบบราชการ
decayduh-KAYภาพมืด เวลา ความพังทลาย
displaydis-PLAYชีวิตสมัยใหม่ หน้าจอ ร้านค้า
replayREE-playความทรงจำ กีฬา ดนตรี
inlayIN-layงานช่าง งานออกแบบ รายละเอียด
allayuh-LAYทางการ: ลดความกลัวหรือความกังวล
arrayuh-RAYเป็นคำเทคนิคในคอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ด้วย
surveysur-VAYใช้ได้กับหัวข้อสมัยใหม่และงานเสียดสี
balletbal-AYโทนศิลป์และสง่างาม
caféka-FAYฟีลเมืองและยุโรป ควรใส่เครื่องหมายกำกับเสียงไว้ตอนเขียน

🌍 A rhyme trick from musicals and sitcoms

ในมิวสิคัลภาษาอังกฤษ นักเขียนมักให้ "today" สัมผัสกับ "okay" หรือ "away" เพื่อให้บทสนทนาฟังเป็นธรรมชาติ บทซิตคอมก็ทำคล้ายกันในมุกตลก คือมีสัมผัสอยู่ แต่ยังฟังเหมือนคำพูด ไม่ใช่บทกวี

สัมผัสใกล้เคียงของ "day" (เมื่อสัมผัสตรงดูชัดเกินไป)

สัมผัสใกล้เคียงพบได้บ่อยในเพลงสมัยใหม่ เพราะมันฟังไม่เหมือนถูกล็อกไว้ มันยังช่วยให้คุณรักษาความหมายได้ ซึ่งสำคัญกว่าสัมผัสเป๊ะในหลายแนว

สัมผัสใกล้เคียงการออกเสียงทำไมถึงใช้ได้
lateLATEอยู่ในตระกูลสระเดียวกัน แต่ลงท้ายต่าง
nameNAYMสระใกล้เคียง ปิดเสียงนุ่มกว่า
rainRAYNสระคล้ายกัน ลงท้ายเสียงนาสิก
faceFAYSสระคล้ายกัน ลงท้ายคม
cakeKAYKพยัญชนะหนัก โทนขี้เล่น
safeSAYFให้ความรู้สึกปลอดภัย อ่อนโยน
fadeFAYDโทนคิดถึง แบบภาพยนตร์
breakBRAYKพบบ่อยในเนื้อเพลง มีน้ำหนักอารมณ์
greatGRAYTใช้เป็นสัมผัสเฉียงได้ โดยเฉพาะตอนพูดเร็ว

⚠️ Accent changes your rhyme list

ภาษาอังกฤษมีหลายสำเนียง และสัมผัสขึ้นอยู่กับเสียง ไม่ใช่การสะกด สัมผัสเฉียงในสำเนียงหนึ่งอาจเป็นสัมผัสตรงในอีกสำเนียงหนึ่ง หรืออาจไม่สัมผัสเลย ถ้าคุณเขียนเพื่อการแสดง ให้ลองอ่านออกเสียงตามสำเนียงที่คุณจะใช้

เสียงเบื้องหลัง "day" (สัทศาสตร์ง่ายๆ ไม่ต้องใช้ศัพท์ยาก)

พจนานุกรมส่วนใหญ่แทนสระใน "day" ด้วย /eɪ/ นี่คือสระประสม (diphthong) หมายถึงเสียงไหลจากคุณภาพสระหนึ่งไปสู่อีกแบบหนึ่ง (International Phonetic Association, 1999)

คุณไม่จำเป็นต้องรู้ IPA เพื่อเขียนสัมผัสดีๆ แต่ IPA อธิบายได้ว่าทำไม "day" ถึงสัมผัสกับ "they" ทั้งที่การสะกดดูต่างกัน

"สัมผัสคือรูปแบบของเสียง ไม่ใช่รูปแบบของการสะกด และการสะกดภาษาอังกฤษมักซ่อนความสัมพันธ์ของเสียงที่กวีและนักแต่งเพลงพึ่งพา"

David Crystal, linguist and author, The Cambridge Encyclopedia of the English Language (3rd ed., 2019)

วิธีใช้สัมผัสของ "day" โดยไม่ให้ฟังซ้ำ

ปัญหาใหญ่ของ "day" คือสัมผัสที่ชัดๆ นั้นพบบ่อยมาก คุณยังใช้ได้ แต่ต้องมีเทคนิค

1) ใช้สัมผัสในบรรทัดแทนสัมผัสท้ายบรรทัด

แทนที่จะจบทั้งสองบรรทัดด้วยคำสัมผัส ให้ย้ายคำหนึ่งไปไว้กลางบรรทัด:

  • "I stay up late, just to watch the city change."
  • "By the end of the day, I forget what I meant to say."

แบบนี้ยังมีความเป็นดนตรี แต่เดายากขึ้น

2) จับคู่สัมผัสง่ายๆ กับภาพที่เฉพาะเจาะจง

"Day / way" ฟังทั่วไปเกินไป เติมรายละเอียดที่จับต้องได้:

  • "By the end of the day, the bus stop smells like rain."
  • "I lost my way between the pharmacy and the train."

คำนามที่เฉพาะทำให้สัมผัสที่ใช้บ่อยดูสดใหม่

3) ใช้สัมผัสที่ยาวกว่าเพื่อยกระดับโทน

คำอย่าง "portray" (por-TRAY) และ "array" (uh-RAY) ฟังเป็นวรรณศิลป์หรือเชิงเทคนิคมากกว่า มันเปลี่ยนโทนได้ทันที

ถ้าคุณชอบเล่นคำ คุณยืมทริกจังหวะจากสแลงได้ด้วย ดู สำนวนสแลงภาษาอังกฤษ เพื่อดูว่าภาษาพูดสมัยใหม่สร้างแพตเทิร์นที่คมได้อย่างไร

4) ให้สัมผัสรับใช้ความหมาย ไม่ใช่กลับกัน

ถ้าคุณฝืนสัมผัส บรรทัดจะดูปลอม ถ้าคุณเลือกคำเพราะมันใช่ สัมผัสจะฟังมีเหตุผล

นี่คือเหตุผลที่สัมผัสใกล้เคียงทรงพลัง มันช่วยให้คุณรักษาความหมาย และยังให้เสียง "คลิก" กับผู้ฟัง

ชุดสัมผัสสั้นๆ ที่นำไปใช้ซ้ำได้ (เนื้อเพลง บทกวี ห้องเรียน)

นี่คือกลุ่มสัมผัสแบบกระชับที่ต่อยอดได้ง่าย

ชุด A: บทสนทนาในชีวิตประจำวัน

  • day (DAY)
  • say (SAY)
  • they (THAY)
  • okay (oh-KAY)
  • away (uh-WAY)

ชุด B: ธรรมชาติและบรรยากาศ

  • day (DAY)
  • ray (RAY)
  • gray (GRAY)
  • rain (RAYN, สัมผัสใกล้เคียง)
  • fade (FAYD, สัมผัสใกล้เคียง)

ชุด C: ความตึงเครียดและเวลา

  • day (DAY)
  • delay (duh-LAY)
  • decay (duh-KAY)
  • late (LATE, สัมผัสใกล้เคียง)
  • break (BRAYK, สัมผัสใกล้เคียง)

💡 A practical writing constraint

เขียน 8 บรรทัดเกี่ยวกับฉากเดียว (การเดินทางไปทำงาน ห้องครัว ข้อความแชต) อนุญาตให้ใช้สัมผัสที่เดาง่ายได้แค่หนึ่งคำ ("say" หรือ "play") บังคับให้สัมผัสที่เหลือยาวกว่า ("delay") หรือเป็นสัมผัสเฉียง ("rain") งานเขียนของคุณจะฟังเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นทันที

"Day" ในวัฒนธรรม: ทำไมสัมผัสนี้ถึงโผล่ไปทั่ว

"Day" เป็นหนึ่งในคำบอกเวลาที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ จึงโผล่ในชื่อเรื่อง ฮุก และสโลแกนตลอดเวลา มันยังยืดหยุ่นทางอารมณ์ด้วย: "day" อาจหมายถึงกิจวัตร ("another day") ความหวัง ("new day") หรือการสูญเสีย ("the day you left")

ความยืดหยุ่นนี้ทำให้สัมผัสของ "day" อยู่ทุกที่ ตั้งแต่เพลงเด็กไปจนถึงบทกวีจริงจัง นี่คือเหตุผลที่คุณควรใช้มันอย่างระวัง คำนี้ทรงพลัง แต่สัมผัสอาจทำให้ขี้เกียจได้

ถ้าคุณฝึกคำศัพท์เรื่องเวลาในภาษาอังกฤษควบคู่กับสัมผัส คุณจับคู่อ่านบทความนี้กับ เดือนในภาษาอังกฤษ และ ตัวเลขในภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างโจทย์เขียนแบบ "ภาษาประจำวัน" เพิ่มได้

ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนมักทำกับสัมผัสของ "day"

สับสนการสะกดกับเสียง

คำที่ลงท้ายด้วย "-ay" มักสัมผัสกัน (day, play) แต่ไม่เสมอไป โดยเฉพาะชื่อเฉพาะและคำยืม ให้พูดออกเสียงดังๆ เสมอ

ใช้คู่สัมผัสเดิมซ้ำมากเกินไป

"Day / say" ใช้ครั้งเดียวได้ แต่ถ้าใช้ห้าครั้งในท่อนเดียวจะอ่อนมาก

ลืมว่าคำหน้าที่ก็ใช้ได้

"They," "a," และ "the" ไม่ได้ "กวี" แต่มีประโยชน์มากสำหรับสัมผัสและจังหวะที่ฟังเป็นธรรมชาติ "They" เป็นสัมผัสตรงที่ถูกต้องของ "day" ในสำเนียงส่วนใหญ่

ฝึก: แบบฝึกสัมผัส 5 นาทีแบบเร็ว

  1. เขียน "day" ไว้บนสุดของหน้า
  2. ลิสต์สัมผัสตรง 10 คำ (say, way, stay, may, pay, ray, gray, they, weigh, sleigh)
  3. วง 3 คำที่เข้ากับหัวข้อของคุณ
  4. เติมสัมผัสที่ยาวกว่า 3 คำ (today, away, delay)
  5. เติมสัมผัสใกล้เคียง 3 คำ (late, rain, fade)

จากนั้นเขียน 4 บรรทัด ใช้สัมผัสตรงหนึ่งพยางค์แค่ 1 คำ ใช้สัมผัสยาว 1 คำ และใช้สัมผัสใกล้เคียง 1 คำ

ถ้าคุณอยากเห็นว่าบทสนทนาจริงใช้คำสั้นๆ ที่คมอย่างไร (รวมถึงคำต้องห้ามที่มักเอาไปเล่นสัมผัสในมุก) ให้อ่าน คู่มือคำหยาบภาษาอังกฤษ มันช่วยให้เข้าใจโทนและระดับภาษาได้มาก แม้คุณจะไม่ใช้คำเหล่านั้นเองก็ตาม

หมายเหตุสั้นๆ เรื่องการออกเสียงและพจนานุกรม

ถ้าคุณไม่แน่ใจ ให้เช็กพจนานุกรมที่มีการถอดเสียงแบบหน่วยเสียง Cambridge Dictionary และ OED ให้การออกเสียงที่ช่วยยืนยันได้ว่า 2 คำสัมผัสกันจริงหรือไม่ (Cambridge Dictionary; OED)

ถ้าคุณเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง นี่คือทักษะการฟังด้วย คือฝึกหูให้ได้ยิน /eɪ/ จะช่วยสำเนียงและความเข้าใจของคุณ

ถ้าอยากได้บริบทกว้างขึ้นเกี่ยวกับภาษาอังกฤษในฐานะภาษาสากล ดู ภาพรวมภาษาอังกฤษของเรา

สรุป: สัมผัสที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ

ถ้าคุณต้องการสัมผัสที่ชัดและเดาง่าย ให้ใช้สัมผัสตรงหนึ่งพยางค์อย่าง "say," "way," และ "stay" ถ้าคุณอยากให้การเขียนดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ให้พึ่งสัมผัสตรงที่ยาวกว่าอย่าง "delay" และ "portray" และใช้สัมผัสใกล้เคียงอย่าง "late" หรือ "rain" เมื่อความหมายสำคัญกว่าความเป๊ะ

ทักษะจริงไม่ใช่การหาลิสต์คำสัมผัส แต่คือการเลือกสัมผัสที่รองรับโทน จังหวะ และสารของคุณ


คำถามที่พบบ่อย

คำคล้องจองตรงที่ดีที่สุดสำหรับ 'day' มีคำไหนบ้าง?
คำคล้องจองตรงที่ดีสำหรับ 'day' ต้องมีสระเน้นท้ายและเสียงลงท้ายเหมือนกัน เช่น 'say,' 'play,' 'way,' 'stay,' 'may,' 'pay,' และ 'gray' ทุกคำลงท้ายด้วยเสียง AY (เหมือน 'DAY') ถ้าต้องการให้คล้องจองคมและเหมาะกับเพลง ให้เลือกคำพยางค์เดียวอย่าง 'say' และ 'way'
คำคล้องจองใกล้เคียงของ 'day' คืออะไร?
คำคล้องจองใกล้เคียง (หรือ slant rhyme) คือคำที่ฟังคล้ายแต่ไม่ตรงเป๊ะ เช่น 'late,' 'name,' หรือ 'rain' เหมาะเมื่ออยากให้บรรทัดดูหลากหลายหรือเป็นธรรมชาติมากขึ้น หากจังหวะและพยัญชนะรอบๆ ช่วยพยุงความคล้าย ก็ยังฟังลงตัวได้
'day' กับ 'they' คล้องจองกันไหม?
'day' และ 'they' คล้องจองกันในสำเนียงอังกฤษหลักๆ ส่วนใหญ่ เพราะใช้เสียงสระเดียวกัน ซึ่งมักเขียนเป็น /eɪ/ ในพจนานุกรม คุณจะได้ยินชัดในอเมริกันและอังกฤษหลายแบบ แม้พูดเร็ว 'they' อาจลดรูป แต่ยังใช้คล้องจองในงานเขียนและเนื้อเพลงได้
จะหาคำคล้องจองกับ 'day' ที่ไม่ฟังดูเด็กๆ ได้อย่างไร?
เลี่ยงคู่ยอดฮิตอย่าง 'day' กับ 'play' หรือ 'say' แล้วใช้คำที่เฉพาะขึ้น เช่น 'portray,' 'inlay,' 'array,' หรือ 'parlay' คุณยังสามารถคล้องจองข้ามบรรทัดหรือใช้สัมผัสในได้ด้วย คำคล้องจองใกล้เคียงอย่าง 'late' หรือ 'rain' จะดูโตขึ้นเมื่อจับคู่กับภาพพจน์ที่ชัด
มีคำภาษาอังกฤษที่คล้องจองกับ 'day' เยอะไหม?
มีเยอะ ภาษาอังกฤษมีตระกูลคำคล้องจองรอบสระยาว A (มักเป็น /eɪ/) ทั้งคำพยางค์เดียวอย่าง 'may,' 'pay,' 'ray' และคำสองพยางค์ที่ลงท้าย '-ay' หรือ '-ey' เช่น 'delay,' 'survey' อีกทั้งภาษาอังกฤษมีผู้ใช้ราว 1.5 พันล้านคนทั่วโลก จึงมีคำศัพท์หลากหลายและใช้สร้างสรรค์ได้มาก

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Oxford English Dictionary, OED Online (การออกเสียงและรายการคำ), 2025
  2. Cambridge Dictionary, Cambridge University Press (การถอดเสียงสัทอักษร), 2025
  3. International Phonetic Association, Handbook of the IPA, 1999
  4. Ethnologue, Ethnologue: Languages of the World, ฉบับที่ 27, 2024
  5. Crystal, David, The Cambridge Encyclopedia of the English Language (ฉบับที่ 3), 2019

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม