← กลับไปที่บล็อก
🇯🇵ญี่ปุ่น

วิธีพูดสวัสดีเป็นภาษาญี่ปุ่น: 17 คำทักทายสำหรับทุกสถานการณ์

โดย Sandorอัปเดต: 26 มีนาคม 2569อ่าน 9 นาที

คำตอบด่วน

วิธีพูดสวัสดีเป็นภาษาญี่ปุ่นที่พบบ่อยที่สุดคือ 'Konnichiwa' (こんにちは, kohn-nee-chee-wah) ใช้ได้ในสถานการณ์ประจำวันส่วนใหญ่ แต่ภาษาญี่ปุ่นมีระบบคำทักทายที่ผูกกับช่วงเวลา ลำดับชั้นทางสังคม และบริบท ตั้งแต่แบบกันเองอย่าง 'Yaa' (やあ) ในกลุ่มเพื่อนสนิท ไปจนถึงแบบสุภาพมากอย่าง 'Ohayou gozaimasu' (おはようございます) ในที่ทำงาน

คำตอบสั้นๆ

วิธีพูดทักทายที่พบบ่อยที่สุดในภาษาญี่ปุ่นคือ Konnichiwa (こんにちは, kohn-nee-chee-wah) ใช้ได้กับสถานการณ์ส่วนใหญ่ในช่วงกลางวัน และทุกคนเข้าใจตรงกัน แต่คำทักทายในภาษาญี่ปุ่นมีมากกว่าคำเดียว ภาษานี้มีระบบระดับความสุภาพทั้งชุด ที่กำหนดว่าควรใช้คำทักทายไหน และใช้เมื่อไร

ภาษาญี่ปุ่นมีผู้พูดประมาณ 125 ล้านคน โดยส่วนใหญ่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ตามข้อมูลปี 2024 ของ Ethnologue ต่างจากหลายภาษาในโลกตะวันตกที่คำว่า "สวัสดี" คำเดียวใช้ได้เกือบทุกบริบท วัฒนธรรมญี่ปุ่นต้องใส่ใจลำดับชั้นทางสังคม ช่วงเวลาของวัน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดอย่างมาก แบบสำรวจปี 2021 ของ Japan Foundation พบว่า "คำทักทาย" เป็นหัวข้อที่ถูกเรียนมากที่สุดในกลุ่มผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น 3.8 ล้านคนทั่วโลก เพราะการใช้ให้ถูกต้องสำคัญมาก

"In Japanese communication, the greeting is not merely a social formality but a statement of your understanding of the relationship. Choosing the wrong level of politeness can create more discomfort than saying nothing at all."

(Seiichi Makino, A Dictionary of Basic Japanese Grammar, The Japan Times, 1986)

คู่มือนี้รวมคำทักทายภาษาญี่ปุ่นที่จำเป็น 17 แบบ แบ่งตามหมวด: แบบใช้ได้ทั่วไป, แบบกันเอง, แบบทางการและธุรกิจ (keigo), คำทักทายทางโทรศัพท์ และคำพูดตอนกลับบ้าน แต่ละคำมีตัวเขียนภาษาญี่ปุ่น การออกเสียงแบบโรมาจิ และบริบททางวัฒนธรรม เพื่อให้คุณรู้ชัดเจนว่าควรใช้เมื่อไร และใช้ที่ไหน


สรุปด่วน: คำทักทายภาษาญี่ปุ่นแบบดูภาพรวม


คำทักทายแบบใช้ได้ทั่วไป

คำทักทายกลุ่มนี้คนทั่วญี่ปุ่นเข้าใจ และใช้ได้ในสถานการณ์ประจำวันส่วนใหญ่ ตามสื่อการสอนภาษาของ NHK World-Japan ถ้าคุณใช้คำทักทายตามช่วงเวลา 3 คำนี้ได้คล่อง ก็ครอบคลุมการโต้ตอบในชีวิตประจำวันแทบทั้งหมด

こんにちは (Konnichiwa)

สุภาพ

/kohn-nee-chee-wah/

ความหมายตามตัวอักษร: สำหรับวันนี้ (ย่อมาจากวลีคลาสสิกที่ยาวกว่า)

こんにちは、田中さん。いい天気ですね。

สวัสดี คุณทานากะ อากาศดีนะครับ/คะ

🌍

คำทักทายช่วงกลางวันแบบอเนกประสงค์ ใช้ได้ตั้งแต่สายถึงช่วงหัวค่ำ เหมาะกับคนแปลกหน้า คนรู้จัก และสถานการณ์สาธารณะส่วนใหญ่

Konnichiwa เป็นคำทักทายที่ชาวต่างชาติมักเรียนเป็นคำแรก และมีเหตุผลที่ดี เพราะใช้ได้กว้างที่สุด คำนี้มาจากวลีคลาสสิก konnichi wa gokiken ikaga desu ka (วันนี้รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?) ซึ่งค่อยๆ ถูกย่อจนเหลือแค่ konnichiwa ตลอดหลายศตวรรษ

ข้อสังเกตสำคัญคือ ในหมู่เพื่อนสนิท konnichiwa อาจฟังดูสุภาพเกินไป และดูห่างเหิน ถ้าคุณทักเพื่อนสนิท ใช้ yaa หรือ ossu (อธิบายด้านล่าง) จะเป็นธรรมชาติกว่า ให้คิดว่า konnichiwa ใกล้เคียงกับ "สวัสดี" แบบสุภาพ มากกว่า "หวัดดี" แบบกันเองในภาษาไทย

おはようございます (Ohayou gozaimasu)

สุภาพ

/oh-hah-yoh goh-zah-ee-mahs/

ความหมายตามตัวอักษร: เช้าแล้ว (รูปสุภาพ)

おはようございます、先生。今日もよろしくお願いします。

อรุณสวัสดิ์คุณครู วันนี้ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ/ค่ะ

🌍

คำทักทายตอนเช้าแบบมาตรฐาน ใช้กับเพื่อนร่วมงาน คนแปลกหน้า และผู้ที่อาวุโสกว่า ในที่ทำงานถือว่า 'ต้องพูด' ไม่ว่าความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไร แม้แต่ CEO ก็พูดกับพนักงานทำความสะอาด

นี่คือคำทักทายตอนเช้าแบบสุภาพ ใช้ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงประมาณ 10-11 โมง คำว่า hayou มาจาก hayai (เร็ว, เช้า) ดังนั้นความหมายตรงตัวคือ "เช้าแล้ว" ในแบบให้เกียรติ ในที่ทำงานญี่ปุ่น ohayou gozaimasu เป็นคำทักทายตอนเช้าที่ใช้กับทุกคน และการไม่พูดอาจถูกมองว่าเสียมารยาท ตามแบบสำรวจภาษาประจำชาติของ Agency for Cultural Affairs

🌍 ข้อยกเว้นในวงการบันเทิง

ในวงการบันเทิงและกระจายเสียงของญี่ปุ่น ohayou gozaimasu ใช้ทักทายได้ทุกช่วงเวลา แม้เที่ยงคืน ถ้าคุณเดินเข้ากองถ่ายตอน 4 ทุ่ม คุณก็ยังพูด ohayou gozaimasu ได้ ความเคยชินนี้แพร่ไปสู่อุตสาหกรรมสายครีเอทีฟอื่นๆ ในญี่ปุ่นด้วย

こんばんは (Konbanwa)

สุภาพ

/kohn-bahn-wah/

ความหมายตามตัวอักษร: สำหรับช่วงเย็นนี้

こんばんは。今夜の会議に参加できますか?

สวัสดีตอนเย็น เข้าร่วมประชุมคืนนี้ได้ไหมครับ/คะ

🌍

ใช้ตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ หรือหัวค่ำเป็นต้นไป คล้าย Konnichiwa คือใช้ได้หลายระดับความสุภาพ แต่จะสุภาพกว่าคำกันเอง เวลาที่เปลี่ยนจาก Konnichiwa เป็น Konbanwa ยืดหยุ่นได้ โดยประมาณคือเมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก

คำทักทายตอนเย็นที่เป็นคู่กับ konnichiwa จุดเปลี่ยนเวลายืดหยุ่นได้ แต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเปลี่ยนมาใช้ konbanwa แถวๆ ช่วงพระอาทิตย์ตก หรือประมาณ 5-6 โมงเย็น เช่นเดียวกับ konnichiwa คำนี้มาจากวลีคลาสสิกที่ยาวกว่า คือ konban wa gokigen ikaga desu ka (เย็นนี้รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?)


คำทักทายแบบกันเอง

นี่คือคำทักทายที่คุณจะได้ยินในหมู่เพื่อน เพื่อนร่วมชั้น และคนที่อายุหรือสถานะใกล้เคียงกัน ภาษาญี่ปุ่นแบบกันเองจะตัดคำลงท้ายสุภาพออก และใช้รูปที่สั้นและตรงกว่า

やあ (Yaa)

ไม่เป็นทางการ

/yah/

ความหมายตามตัวอักษร: เฮ้

やあ、久しぶり!最近どう?

เฮ้ ไม่ได้เจอกันนานเลย ช่วงนี้เป็นไงบ้าง

🌍

คำทักทายกันเองแบบเป็นมิตร ใช้ระหว่างเพื่อนสนิท ใช้ได้ทุกเพศและให้ความรู้สึกอบอุ่น ให้คิดว่าใกล้เคียงกับ 'หวัดดี' หรือ 'เฮ้' แบบสั้นๆ ในภาษาไทย

Yaa เป็นคำทักทายที่กันเองมาก ใช้ได้ทุกช่วงเวลา แต่ใช้กับคนที่สนิทจริงๆ เท่านั้น ถ้าใช้กับคนแปลกหน้าหรือผู้ที่อาวุโสกว่า จะเป็นการพลาดมารยาททางสังคมแบบชัดเจน คุณจะได้ยินบ่อยในอนิเมะและภาพยนตร์ญี่ปุ่น ลองดู คู่มือภาพยนตร์ที่ดีที่สุดสำหรับเรียนภาษาญี่ปุ่น เพื่อดูตัวอย่างที่เป็นธรรมชาติ

おっす (Ossu)

สแลง

/ohss/

ความหมายตามตัวอักษร: คำย่อจาก 'Ohayou gozaimasu'

おっす!今日、サッカーやる?

เฮ้ วันนี้เตะบอลกันไหม

🌍

เดิมมาจากโดโจศิลปะการต่อสู้ ปัจจุบันพบได้บ่อยในหมู่ผู้ชายวัยรุ่นหรือวัยหนุ่ม ใช้เป็นคำทักทายกันเอง เดิมถือว่าเป็นคำผู้ชาย แต่การใช้เริ่มกว้างขึ้นในคนรุ่นใหม่

Ossu เริ่มจากการย่อ ohayou gozaimasu ในโดโจศิลปะการต่อสู้ ที่มักพูดแบบสั้นและหนักแน่นเพื่อแสดงการรับทราบ ต่อมาคำนี้ย้ายมาอยู่ในภาษาพูดของผู้ชายวัยหนุ่มแบบกันเอง และตอนนี้เป็นคำทักทายที่พบได้บ่อยในหมู่เพื่อน โดยเฉพาะในบรรยากาศสายกีฬา หรือสถานการณ์สบายๆ

おはよう (Ohayou)

ไม่เป็นทางการ

/oh-hah-yoh/

ความหมายตามตัวอักษร: เช้าแล้ว (กันเอง)

おはよう!朝ごはんもう食べた?

อรุณสวัสดิ์ กินข้าวเช้าแล้วหรือยัง

🌍

รูปกันเองของ 'Ohayou gozaimasu' โดยตัดคำลงท้ายสุภาพออก ใช้กับเพื่อน ครอบครัว และคนอายุเท่ากันหรือน้อยกว่า

แค่ตัด gozaimasu ออก คุณก็ได้คำทักทายตอนเช้าแบบกันเองแล้ว นี่คือคำที่คุณจะพูดกับรูมเมต พี่น้อง หรือเพื่อนสนิท การสลับระหว่าง ohayou กับ ohayou gozaimasu เป็นตัวอย่างที่ชัดมากของระดับความสุภาพในภาษาญี่ปุ่น

どうも (Doumo)

ไม่เป็นทางการ

/doh-moh/

ความหมายตามตัวอักษร: อย่างใดอย่างหนึ่ง / จริงๆ / มากๆ

あ、どうも。ちょうど電話しようと思ってた。

อ้อ หวัดดี กำลังจะโทรหาอยู่พอดี

🌍

คำที่ใช้ได้สารพัด ใช้เป็นคำทักทายแบบกันเอง คำขอบคุณแบบสั้นๆ และคำรับทราบแบบไม่เป็นทางการ มักพูดซ้ำว่า 'Doumo doumo' เพื่อเน้น

Doumo เป็นหนึ่งในคำที่ยืดหยุ่นที่สุดในภาษาญี่ปุ่น มันอาจหมายถึง "สวัสดี" "ขอบคุณ" "ขอโทษ" หรือ "จริงด้วย" ขึ้นอยู่กับบริบท ในฐานะคำทักทาย มันทำหน้าที่เป็นการรับรู้กันแบบสั้นๆ สบายๆ คล้ายการพยักหน้า หรือพูด "หวัดดี" แบบไม่เน้นพิธีในภาษาไทย คุณจะได้ยิน doumo doumo (พูดซ้ำเพื่อเน้น) บ่อยๆ ระหว่างคนรู้จักที่บังเอิญเจอกัน


คำทักทายแบบทางการและธุรกิจ (Keigo)

ภาษาญี่ปุ่นมี keigo (敬語, ภาษายกย่อง) ซึ่งเป็นระบบความสุภาพที่มีโครงสร้างชัด และแทรกอยู่แทบทุกส่วนของภาษา ตามแบบสำรวจภาษาประจำชาติปี 2023 ของ Agency for Cultural Affairs ผู้ใหญ่ญี่ปุ่น 89% มองว่า keigo ที่ถูกต้องจำเป็นต่อการสื่อสารในที่ทำงาน คำทักทายกลุ่มนี้สะท้อนความสำคัญนั้น

お元気ですか (Ogenki desu ka)

สุภาพ

/oh-gehn-kee dehs-kah/

ความหมายตามตัวอักษร: สบายดีไหม/สุขภาพดีไหม

お元気ですか?お変わりないですか?

สบายดีไหม ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง

🌍

ต่างจากภาษาไทยที่ 'สบายดีไหม' ใช้ทักได้บ่อยๆ คำนี้ไม่ได้ใช้เป็นคำทักทายประจำวันกับคนที่เจอทุกวัน ควรเก็บไว้ใช้กับคนที่ไม่ได้เจอกันมาสักพัก ถ้าใช้กับเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเจอเมื่อวานจะฟังแปลก

ความต่างทางวัฒนธรรมที่สำคัญคือ ในภาษาไทยเรามักถาม "สบายดีไหม" ได้เป็นประจำแบบไม่จริงจังมาก แต่ ogenki desu ka มีน้ำหนักจริงจังกว่า มันสื่อว่าคุณไม่ได้เจออีกฝ่ายมาระยะหนึ่ง และถามด้วยความห่วงใยจริงๆ คำนำหน้า o- เพิ่มความสุภาพให้กับ genki (สุขภาพ, พลัง)

⚠️ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

อย่าใช้ Ogenki desu ka เป็นคำทักทายประจำวันแบบ "สบายดีไหม" ในภาษาไทย คนญี่ปุ่นมักทักคนที่เจอทุกวันด้วยคำทักทายตามช่วงเวลาแทน เก็บ Ogenki desu ka ไว้ใช้ตอนเจอกันอีกครั้งหลังห่างหาย หรือกับคนที่เจอนานๆ ครั้ง

はじめまして (Hajimemashite)

สุภาพ

/hah-jee-meh-mah-shteh/

ความหมายตามตัวอักษร: เป็นการเริ่มต้น / ครั้งแรก

はじめまして。山田太郎と申します。

ยินดีที่ได้รู้จัก ผม/ฉันชื่อทาโร ยามาดะ

🌍

ใช้เฉพาะตอนพบกันครั้งแรกเท่านั้น และมักตามด้วยการแนะนำตัวและ 'Yoroshiku onegaishimasu' ถ้าใช้กับคนที่เคยเจอแล้วจะดูแปลก

Hajimemashite เป็นประโยคเปิดของการแนะนำตัวแบบญี่ปุ่น มันสื่อว่า "นี่คือการพบกันครั้งแรก" สูตรมาตรฐานคือ: Hajimemashite (ยินดีที่ได้รู้จัก) + ชื่อของคุณ + desu (ฉันคือ) + Yoroshiku onegaishimasu (ฝากเนื้อฝากตัวด้วย)

よろしくお願いします (Yoroshiku onegaishimasu)

เป็นทางการ

/yoh-roh-shee-koo oh-neh-gah-ee-shee-mahs/

ความหมายตามตัวอักษร: ขอความกรุณาโปรดเมตตา

新しいプロジェクトでご一緒できて嬉しいです。よろしくお願いします。

ดีใจที่ได้ทำโปรเจกต์ใหม่ร่วมกัน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ/ค่ะ

🌍

หนึ่งในวลีที่สำคัญที่สุดในภาษาญี่ปุ่น ใช้ตอนพบคนใหม่ เริ่มงาน เริ่มโปรเจกต์ และอีกหลายสถานการณ์ ไม่มีคำเทียบในภาษาไทยที่ตรงเป๊ะ มันสื่อความถ่อมตัวและการขอความเอ็นดู/ความร่วมมือ

วลีนี้ไม่มีคำแปลไทยที่ตรงตัวแบบคำเดียว มันใกล้เคียงกับ "ฝากเนื้อฝากตัวด้วย" หรือ "ขอความร่วมมือด้วย" แต่ยังมีชั้นของความถ่อมตัว ความเคารพ และความผูกพันทางสังคมที่คำไทยทั่วไปเก็บไม่หมด ตาม A Dictionary of Basic Japanese Grammar ของ Makino และ Tsutsui วลีนี้เป็นหนึ่งในสำนวนที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษา

お疲れ様です (Otsukaresama desu)

สุภาพ

/oh-tsoo-kah-reh-sah-mah dehs/

ความหมายตามตัวอักษร: คุณเหนื่อยอย่างมีเกียรติ

お疲れ様です。今日の会議はいかがでしたか?

ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยาก วันนี้ประชุมเป็นอย่างไรบ้างครับ/คะ

🌍

คำทักทายในที่ทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น ใช้เมื่อเจอเพื่อนร่วมงานระหว่างงานหรือหลังเลิกงาน เป็นทั้ง 'สวัสดี' และ 'ทำได้ดี' ในคำเดียว ได้ยินตลอดในออฟฟิศญี่ปุ่น

ถ้าคุณทำงานในญี่ปุ่น คุณจะพูดและได้ยินประโยคนี้หลายสิบครั้งต่อวัน มันยอมรับความพยายามของอีกฝ่าย และทำหน้าที่เป็นทั้งคำทักทาย คำลา และคำขอบคุณในเวลาเดียวกัน ระหว่างเพื่อนร่วมงานที่เดินสวนกันในทางเดิน otsukaresama desu มักเป็นประโยคเดียวที่พอแล้ว

すみません (Sumimasen)

สุภาพ

/soo-mee-mah-sehn/

ความหมายตามตัวอักษร: หนี้บุญคุณของฉันยังไม่จบ

すみません、この席は空いていますか?

ขอโทษนะ ที่นั่งนี้ว่างไหมครับ/คะ

🌍

แม้ความหมายหลักคือ 'ขอโทษ' หรือ 'ขออนุญาต' แต่ Sumimasen มักทำหน้าที่เป็นคำทักทายเมื่อเข้าไปหาคนแปลกหน้า เช่น ในร้านค้า บนถนน หรือเพื่อเรียกความสนใจ มักเป็นคำแรกของการเริ่มคุยกับคนที่ไม่รู้จัก

Sumimasen อยู่กึ่งกลางระหว่างคำขอโทษกับคำทักทาย เวลาคุณเข้าไปถามทาง เข้าร้านเล็กๆ หรือเรียกพนักงานเสิร์ฟ sumimasen มักเป็นคำแรกที่เป็นธรรมชาติ และทำหน้าที่เหมือน "ขอโทษนะ" เพื่อเริ่มบทสนทนาในบริบทนั้น


คำทักทายทางโทรศัพท์

もしもし (Moshi moshi)

ไม่เป็นทางการ

/moh-shee moh-shee/

ความหมายตามตัวอักษร: ขอพูดหน่อย, ขอพูดหน่อย (มาจากกริยา mousu)

もしもし、佐藤ですが、田中さんはいらっしゃいますか?

ฮัลโหล ผม/ฉันซาโตะ คุณทานากะอยู่ไหมครับ/คะ

🌍

คำทักทายมาตรฐานสำหรับโทรศัพท์ส่วนตัว ในบริบทธุรกิจมักรับสายด้วยชื่อบริษัทแทน: '[Company name] no [your name] desu.' ห้ามใช้ 'moshi moshi' ต่อหน้า ใช้เฉพาะทางโทรศัพท์เท่านั้น

Moshi moshi มาจากกริยา mousu (พูด, รูปถ่อมตน) ตาม NHK World-Japan รูปที่พูดซ้ำกลายเป็นมาตรฐานในยุคโทรศัพท์ช่วงแรกของญี่ปุ่น คำอธิบายแบบเล่าต่อกันที่นิยมคือ สิ่งเหนือธรรมชาติ (youkai) ในตำนานญี่ปุ่นพูดคำซ้ำไม่ได้ ดังนั้นการพูด moshi moshi จึงเหมือนพิสูจน์ว่าคุณเป็นมนุษย์

ในการโทรศัพท์เชิงธุรกิจ มักไม่ใช้ moshi moshi แต่ใช้คำเปิดที่เป็นทางการกว่า: Hai, [company name] no [your name] de gozaimasu (ใช่ครับ/ค่ะ นี่คือ [ชื่อ] จาก [บริษัท])


คำทักทายต้อนรับและตอนกลับบ้าน

ภาษาญี่ปุ่นมีชุดคำทักทายแบบเป็นคู่ สำหรับการเข้าร้านและการกลับบ้าน คำเหล่านี้ไม่มีคำเทียบตรงๆ ในภาษาไทย และสะท้อนพิธีกรรมทางวัฒนธรรมที่ฝังแน่น

いらっしゃいませ (Irasshaimase)

เป็นทางการ

/ee-rahs-shah-ee-mah-seh/

ความหมายตามตัวอักษร: เชิญเข้ามา (ยกย่อง)

いらっしゃいませ!何名様ですか?

ยินดีต้อนรับ มากี่ท่านครับ/คะ

🌍

พนักงานจะพูดเมื่อมีลูกค้าเข้าร้าน ร้านอาหาร หรือธุรกิจใดๆ ในญี่ปุ่น เป็นคำทักทายทางเดียว ลูกค้าไม่จำเป็นต้องตอบ แค่พยักหน้าหรือยิ้มก็พอ

เดินเข้าร้าน ร้านอาหาร หรือร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น คุณจะได้ยิน Irasshaimase! ทันที และมักได้ยินจากพนักงานหลายคนพร้อมกันแบบกระตือรือร้น นี่เป็นพิธีกรรมการบริการที่ฝังแน่นมาก คำนี้ใช้รูปยกย่องของ irassharu (มา/ไป/อยู่) เพื่อยกสถานะลูกค้า คุณไม่จำเป็นต้องตอบกลับ

ただいま (Tadaima)

ไม่เป็นทางการ

/tah-dah-ee-mah/

ความหมายตามตัวอักษร: เมื่อกี้นี้ (ฉันกลับมาแล้ว)

ただいま!今日は遅くなってごめんね。

กลับมาแล้ว ขอโทษนะวันนี้กลับดึก

🌍

พูดเมื่อกลับถึงบ้าน เป็นครึ่งหนึ่งของคู่พิธีกรรม คนที่อยู่บ้านจะตอบว่า 'Okaeri' หรือ 'Okaerinasai' การโต้ตอบนี้ฝังอยู่ในวัฒนธรรมมาก จนแทบมีในทุกอนิเมะและซีรีส์ญี่ปุ่นที่มีฉากกลับบ้าน

Tadaima เป็นรูปย่อของ tadaima kaerimashita (ฉันเพิ่งกลับมา) มักพูดทันทีเมื่อเข้าบ้าน และจะกระตุ้นให้คนในบ้านตอบกลับโดยอัตโนมัติว่า okaeri หรือ okaerinasai รูปแบบเรียกและตอบนี้เป็นหนึ่งในภาพจำของชีวิตประจำวันแบบญี่ปุ่น

おかえり (Okaeri)

ไม่เป็นทางการ

/oh-kah-eh-ree / oh-kah-eh-ree-nah-sah-ee/

ความหมายตามตัวอักษร: กลับมาแล้วนะ (ยินดีต้อนรับกลับ)

おかえりなさい!ごはん、もうできてるよ。

ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ข้าวเย็นเสร็จแล้วนะ

🌍

คำตอบของ 'Tadaima' โดย 'Okaeri' เป็นกันเอง (ครอบครัว เพื่อนสนิท) ส่วน 'Okaerinasai' สุภาพขึ้นเล็กน้อย คู่ Tadaima-Okaeri สะท้อนแนวคิดญี่ปุ่นเรื่อง 'uchi' (ข้างใน/บ้าน) ในฐานะพื้นที่ของการเป็นส่วนหนึ่ง

คู่ tadaima / okaeri ไม่ใช่แค่คำทักทาย แต่มันเป็นการยืนยันความเป็นส่วนหนึ่งในทุกวัน คำว่า okaeri มาจาก kaeru (กลับ) และเติมคำนำหน้าให้เกียรติ o- รูปยาว okaerinasai เพิ่มความอบอุ่นและความสุภาพอีกชั้น

🌍 Uchi และ Soto: ข้างในและข้างนอก

วัฒนธรรมญี่ปุ่นแยกชัดระหว่าง uchi (ข้างใน, บ้าน, คนในกลุ่ม) กับ soto (ข้างนอก, คนนอกกลุ่ม) การแลกเปลี่ยน tadaima/okaeri เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนจาก soto ไปเป็น uchi ความต่างข้างในข้างนอกนี้ส่งผลต่อการสื่อสารญี่ปุ่นแทบทุกด้าน ตั้งแต่คำทักทาย การให้ของ ไปจนถึงวิธีพูดถึงคนในครอบครัวของตัวเองเทียบกับครอบครัวของคนอื่น


คำทักทายตอนกลับมาเจอกันอีกครั้ง

お久しぶりです (Ohisashiburi desu)

สุภาพ

/oh-hee-sah-shee-boo-ree dehs/

ความหมายตามตัวอักษร: ไม่ได้เจอกันนาน (สุภาพ)

お久しぶりです!お元気でしたか?

ไม่ได้เจอกันนานเลย สบายดีไหม

🌍

ใช้เมื่อไม่ได้เจอกันมาระยะหนึ่ง รูปกันเอง 'Hisashiburi' ตัดคำนำหน้าและคำลงท้ายสุภาพออก ในธุรกิจ บางครั้งใช้รูปทางการมาก 'Gobusata shite orimasu' (ละเลยการติดต่อ) แทน

Ohisashiburi desu ทำหน้าที่คล้าย "ไม่ได้เจอกันนานเลย" ในภาษาไทย แต่มีน้ำหนักทางอารมณ์มากกว่า รูปกันเองคือ hisashiburi ซึ่งตัดทั้งคำนำหน้าให้เกียรติ o- และคำลงท้ายสุภาพ desu ออก ในสถานการณ์ธุรกิจที่เป็นทางการมาก บางคนใช้ gobusata shite orimasu ซึ่งเป็นสำนวนถ่อมตนประมาณว่า "ผม/ฉันละเลยการติดต่อ"


วิธีตอบคำทักทายภาษาญี่ปุ่น

การรู้วิธีตอบสำคัญพอๆ กับการรู้วิธีเริ่มทักทาย การตอบคำทักทายในภาษาญี่ปุ่นมีรูปแบบที่คาดเดาได้

การตอบคำทักทายตามช่วงเวลา

เขาพูดคุณตอบหมายเหตุ
おはようございます (Ohayou gozaimasu)おはようございます (Ohayou gozaimasu)ตอบทวนคำทักทายเดิมกลับไป
こんにちは (Konnichiwa)こんにちは (Konnichiwa)ตอบทวนกลับไป และอาจเสริมประโยคสั้นๆ ได้
こんばんは (Konbanwa)こんばんは (Konbanwa)ตอบทวนคำทักทายเดิม

การตอบคำทักทายแบบกันเอง

เขาพูดคุณตอบ
やあ (Yaa)やあ (Yaa) / おう (Ou)
お元気ですか (Ogenki desu ka)はい、おかげさまで (Hai, okagesamade), "ใช่ สบายดี ขอบคุณนะ"
お久しぶり (Ohisashiburi)お久しぶり!元気だった? (Ohisashiburi! Genki datta?), "ไม่ได้เจอกันนานเลย สบายดีไหม"

การตอบคำทักทายแบบทางการ

เขาพูดคุณตอบ
はじめまして (Hajimemashite)はじめまして (Hajimemashite) + แนะนำตัว + よろしくお願いします
よろしくお願いします (Yoroshiku onegaishimasu)こちらこそ、よろしくお願いします (Kochira koso), "เช่นกัน ฝากเนื้อฝากตัวด้วย"
お疲れ様です (Otsukaresama desu)お疲れ様です (Otsukaresama desu)

💡 พลังของการตอบทวน

มารยาทการทักทายในภาษาญี่ปุ่นพึ่งพาการตอบทวน (พูดคำทักทายเดิมกลับไป) มาก ในภาษาไทย การตอบ "อรุณสวัสดิ์" ด้วย "อรุณสวัสดิ์" อาจฟังดูเป็นพิธี แต่ในภาษาญี่ปุ่น นี่คือคำตอบที่คาดหวังและถูกต้องในสถานการณ์ส่วนใหญ่

🌍 การโค้ง: การทักทายด้วยร่างกาย

การโค้ง (ojigi) มาคู่กับคำทักทายภาษาญี่ปุ่นแทบทั้งหมด การพยักหน้าเล็กน้อยประมาณ 15 องศาใช้กับเพื่อนได้ การโค้ง 30 องศาเป็นมาตรฐานสำหรับธุรกิจ การโค้งลึก 45 องศาแสดงความเคารพหรือการขอโทษอย่างมาก ความลึกและระยะเวลาของการโค้งสื่อความหมายพอๆ กับคำพูดที่คุณเลือก


ฝึกกับคอนเทนต์ภาษาญี่ปุ่นจริง

การอ่านเรื่องคำทักทายช่วยเพิ่มความรู้ แต่การได้ยินเจ้าของภาษาพูดจริงด้วยน้ำเสียงที่ถูกต้องต่างหากที่ทำให้จำได้ ภาพยนตร์และอนิเมะญี่ปุ่นเหมาะมากสำหรับเรื่องนี้ โครงสร้างลำดับชั้นทางสังคมที่เข้มในวัฒนธรรมญี่ปุ่นทำให้ตัวละครสลับไปมาระหว่างคำทักทายกันเองและทางการตลอดเวลา คุณจึงเห็นบริบทจริงของแต่ละคำได้ชัด

Wordy ให้คุณดูภาพยนตร์และรายการภาษาญี่ปุ่นพร้อมซับแบบโต้ตอบได้ แตะที่คำทักทายใดๆ เพื่อดูความหมาย การออกเสียงแบบโรมาจิ ระดับความสุภาพ และบริบททางวัฒนธรรมแบบเรียลไทม์ แทนที่จะท่องจำจากลิสต์ คุณจะซึมซับจากบทสนทนาจริงของเจ้าของภาษา

ถ้าต้องการคอนเทนต์ภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม ลองดู บล็อก ของเรา มีคู่มือภาษา รวมถึง ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดสำหรับเรียนภาษาญี่ปุ่น คุณยังสามารถไปที่ หน้าการเรียนภาษาญี่ปุ่น เพื่อเริ่มฝึกกับคอนเทนต์จริงได้วันนี้

คำถามที่พบบ่อย

คำทักทายภาษาญี่ปุ่นที่ใช้บ่อยที่สุดคืออะไร
คำที่ใช้บ่อยที่สุดคือ 'Konnichiwa' (こんにちは, kohn-nee-chee-wah) ใช้ได้ตั้งแต่สายจนถึงช่วงเย็น และคนญี่ปุ่นทุกคนเข้าใจ ตอนเช้าใช้ 'Ohayou gozaimasu' (おはようございます) ส่วนตอนเย็นใช้ 'Konbanwa' (こんばんは)
ต่างกันยังไงระหว่าง 'Ohayou' กับ 'Ohayou gozaimasu'
'Ohayou' (おはよう) เป็นแบบกันเอง ใช้กับเพื่อนหรือครอบครัว ส่วน 'Ohayou gozaimasu' (おはようございます) เติมคำสุภาพ 'gozaimasu' จึงเหมาะกับเพื่อนร่วมงาน คนแปลกหน้า หรือคนที่อยากให้เกียรติ ที่ทำงานญี่ปุ่นมักใช้แบบสุภาพเป็นมาตรฐาน
ควรใช้ 'keigo' ในคำทักทายภาษาญี่ปุ่นเมื่อไหร่
ใช้เคโงะเมื่อคุยกับคนแปลกหน้า ผู้ใหญ่ ลูกค้า หัวหน้างาน หรือคนที่ยังไม่สนิท สังคมญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความสุภาพตามลำดับชั้น หากไม่แน่ใจให้เลือกแบบเป็นทางการไว้ก่อน เพราะสุภาพเกินไปปลอดภัยกว่ากันเองเกินไป
ทำไมคนญี่ปุ่นถึงพูด 'Moshi moshi' ตอนรับโทรศัพท์
'Moshi moshi' (もしもし) เป็นคำทักทายที่ใช้เฉพาะทางโทรศัพท์ มาจากกริยา 'mousu' (แปลว่า 'พูด') และเริ่มใช้ตั้งแต่ยุคแรกของโทรศัพท์ในญี่ปุ่น ตาม NHK การพูดซ้ำช่วยแยกผู้โทรที่เป็นมนุษย์ออกจากวิญญาณในความเชื่อพื้นบ้านที่เชื่อว่าพูดซ้ำไม่ได้
'Irasshaimase' แปลว่าอะไร และต้องตอบไหม
'Irasshaimase' (いらっしゃいませ) แปลว่า 'ยินดีต้อนรับ' พนักงานมักตะโกนเมื่อคุณเข้าร้านหรือร้านอาหารในญี่ปุ่น คุณไม่จำเป็นต้องตอบ แค่พยักหน้าหรือยิ้มเล็กน้อยก็พอ นี่ไม่ใช่คำทักทายเพื่อคุย แต่เป็นวลีบริการตามธรรมเนียม
พูดแค่ 'Konnichiwa' ในญี่ปุ่นจะเสียมารยาทไหม
ไม่เสียมารยาทเลย 'Konnichiwa' ใช้ได้ในช่วงกลางวันส่วนใหญ่ แต่ในบริบททางการหรือธุรกิจ การโค้งพร้อมใช้คำทักทายให้ตรงช่วงเวลาจะดูเข้าใจวัฒนธรรมมากกว่า ในกลุ่มเพื่อนสนิท 'Konnichiwa' อาจฟังดูแข็งไป คำอย่าง 'Yaa' หรือ 'Ossu' จะเป็นธรรมชาติกว่า

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. The Japan Foundation, รายงานผลสำรวจการศึกษาภาษาญี่ปุ่นในต่างประเทศ (2021)
  2. NHK World-Japan, บทเรียนภาษาญี่ปุ่น: คำทักทายและสำนวนในชีวิตประจำวัน
  3. Ethnologue: Languages of the World, รายการข้อมูลภาษา Japanese (2024)
  4. Makino, S. & Tsutsui, M. (1986). 'A Dictionary of Basic Japanese Grammar.' The Japan Times.
  5. Agency for Cultural Affairs, Japan, แบบสำรวจภาษาประจำชาติ (2023)

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม