คำตอบด่วน
กริยาไม่ปกติในภาษาอังกฤษคือกริยาที่รูป past simple และ past participle ไม่เป็นไปตามรูปเติม '-ed' แบบปกติ เช่น 'go, went, gone' และ 'take, took, taken' วิธีที่เร็วที่สุดคือเริ่มจากคำที่ใช้บ่อยก่อน จัดกลุ่มตามเสียงและรูปสะกด แล้วฝึกใช้ในประโยคจริงที่คุณได้ยินในหนังและซีรีส์
กริยาไม่ปกติในภาษาอังกฤษ คือกริยาที่รูป past simple และ past participle ไม่เป็นไปตามกฎเติม "-ed" แบบปกติ ดังนั้นคุณต้องจำรูปอย่าง "go, went, gone" และ "take, took, taken" เหมือนเป็นคำศัพท์ วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือเริ่มจากกริยาไม่ปกติที่พบบ่อยที่สุดก่อน จากนั้นจัดกลุ่มตามแพตเทิร์น (รูปเหมือนกัน, เปลี่ยนสระ, participle ลงท้ายด้วย -en) แล้วฝึกในประโยคจริงที่คุณพูดซ้ำได้
| ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ระดับความสุภาพ |
|---|---|---|
| be, was/were, been | BEE, WUHZ/WUR, BEEN | neutral |
| go, went, gone | GOH, WENT, GON | neutral |
| have, had, had | HAV, HAD, HAD | neutral |
| do, did, done | DOO, DID, DUN | neutral |
| get, got, gotten/got | GET, GOT, GOT-un/GOT | neutral |
| make, made, made | MAYK, MAYD, MAYD | neutral |
| take, took, taken | TAYK, TOOK, TAY-kun | neutral |
| see, saw, seen | SEE, SAW, SEEN | neutral |
| come, came, come | KUM, KAYM, KUM | neutral |
| give, gave, given | GIV, GAYV, GIV-un | neutral |
ทำไมกริยาไม่ปกติถึงสำคัญ (และพบบ่อยแค่ไหน)
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากล และ Ethnologue ประเมินว่ามีผู้พูดทั่วโลกประมาณ 1.5 billion คน เมื่อรวมทั้งเจ้าของภาษาและผู้ใช้เป็นภาษาที่สอง นั่นทำให้รูปกริยาไม่ปกติเป็นหนึ่งใน "จุดเจ็บ" ด้านไวยากรณ์ที่คนเจอร่วมกันมากที่สุดในโลก
กริยาไม่ปกติยังพบถี่เกินสัดส่วนในภาษาพูดประจำวัน ในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่อิงคอร์ปัส กริยาที่พบบ่อยที่สุด (be, have, do, say, go, get, make) มีหลายคำที่เป็นกริยาไม่ปกติ ดังนั้นถ้าคุณอยากฟังเข้าใจแบบเป็นธรรมชาติ คุณเลี่ยงมันไม่ได้
"กริยาที่พบบ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษมักไม่ปกติอย่างมาก และควรเรียนแพตเทิร์นผ่านการเจอซ้ำในบริบทจริง มากกว่าจำกฎแบบแยกเดี่ยว"
David Crystal, linguist and author, in The Cambridge Encyclopedia of the English Language (Cambridge University Press)
ถ้าคุณเรียนภาษาอังกฤษผ่านความบันเทิง กริยาไม่ปกติจะโผล่ตลอดในบทสนทนา เพราะตัวละครพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทำไปแล้ว และสิ่งที่กำลังทำอยู่ นี่คือเหตุผลที่คลิปหนังและซีรีส์เหมาะมากสำหรับการฝึกรูปกริยาในบริบทจริง โดยเฉพาะ perfect tenses และ passive
ถ้าต้องการเป้าหมายการฟังแบบชีวิตประจำวันมากขึ้น ให้จับคู่กับ สแลงภาษาอังกฤษ เพื่อให้คุณจับกริยาไม่ปกติได้ในภาษาพูดสบายๆ ที่มักพูดรวบและลดเสียง
อะไรนับว่าเป็นกริยาไม่ปกติ?
กริยาไม่ปกติ คือกริยาใดๆ ที่รูป past simple และหรือ past participle ไม่ได้สร้างด้วยการเติม "-ed" แบบมาตรฐาน บางคำ "ไม่ปกติ" เพราะเปลี่ยนสระ (sing, sang, sung) บางคำเพราะใช้รูปเดิมทั้งหมด (put, put, put) และบางคำเพราะรูปเก่าในประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ (go, went, gone)
Past simple vs past participle แบบสรุปในบรรทัดเดียว
Past simple: การกระทำในอดีตที่จบแล้ว
Past participle: ใช้กับ "have" (perfect tenses) หรือ "be" (passives)
ตัวอย่าง:
- "I went home." (past simple)
- "I have gone home." (past participle)
- "The window was broken." (past participle ใน passive)
💡 เช็กตัวเองแบบเร็ว
ถ้าคุณใส่ "have" ไว้หน้ากริยาได้ คุณต้องใช้ past participle: "have gone," "have taken," "have seen." ถ้าคุณเล่าเรื่องอดีตที่จบแล้วพร้อมตัวบอกเวลาอย่าง "yesterday" โดยมากคุณต้องใช้ past simple: "went," "took," "saw."
4 ประเภทแพตเทิร์นที่ทำให้กริยาไม่ปกติเรียนได้ง่ายขึ้น
คุณไม่จำเป็นต้องท่องลิสต์แบบสุ่ม ถ้าคุณจัดระบบให้ดี ความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากการคิดว่าทุกคำไม่เหมือนกัน ทั้งที่หลายคำมีแพตเทิร์นซ้ำได้
1) รูปเหมือนกัน: V1 = V2 = V3
กลุ่มนี้ง่ายที่สุด เพราะคุณเรียนรูปเดียวแล้วใช้ซ้ำได้
ตัวอย่างที่พบบ่อย:
- put, put, put (PUT, PUT, PUT)
- cut, cut, cut (KUT, KUT, KUT)
- hit, hit, hit (HIT, HIT, HIT)
- let, let, let (LET, LET, LET)
หมายเหตุการออกเสียง: การสะกดไม่เปลี่ยน แต่เสียงสระจะสั้นและห้วนในภาษาพูดเร็ว โดยเฉพาะก่อนพยัญชนะ
2) อดีตกับ participle เหมือนกัน: V2 = V3
กลุ่มนี้ให้ความรู้สึก "กึ่งปกติ" เพราะคุณต้องจำ 2 รูป
ตัวอย่างที่พบบ่อย:
- make, made, made (MAYK, MAYD, MAYD)
- find, found, found (FYND, FOWND, FOWND)
- buy, bought, bought (BY, BAWT, BAWT)
- teach, taught, taught (TEECH, TAWT, TAWT)
3) เปลี่ยนสระครบสามรูป: V1, V2, V3 ต่างกันหมด
นี่คือกริยาไม่ปกติแบบคลาสสิก
ตัวอย่างที่พบบ่อย:
- sing, sang, sung (SING, SANG, SUNG)
- begin, began, begun (bih-GIN, bih-GAN, bih-GUN)
- drink, drank, drunk (DRINK, DRANK, DRUNK)
4) participle ลงท้าย "-en" (มักมาพร้อมการเปลี่ยนสระ)
กริยาที่คุ้มค่าและพบบ่อยหลายคำมี participle ลงท้าย "-en" หรือเสียง "-n" ที่ถูกย่อ
ตัวอย่างที่พบบ่อย:
- take, took, taken (TAYK, TOOK, TAY-kun)
- write, wrote, written (RYT, ROHT, RIT-un)
- speak, spoke, spoken (SPEEK, SPOHK, SPOH-kun)
- break, broke, broken (BRAYK, BROHK, BROH-kun)
🌍 ทำไมภาษาอังกฤษยังเก็บรูป 'แปลกๆ' เหล่านี้ไว้
ภาษาอังกฤษสมัยใหม่สืบทอดแพตเทิร์นกริยาไม่ปกติมาจาก Old English strong verbs ซึ่งทำเครื่องหมายกาลด้วยการเปลี่ยนสระ ไม่ใช่เติม "-ed" เหตุผลที่คุณยังพูดว่า "sang" และ "sung" คือมันรอดมาจากประวัติศาสตร์และความถี่ในการใช้งาน คำที่ใช้บ่อยจะต้านการเปลี่ยนแปลง ส่วนคำที่ใช้ไม่บ่อยมีแนวโน้มจะค่อยๆ กลายเป็นรูปปกติเมื่อเวลาผ่านไป
รายการกริยาไม่ปกติที่พบบ่อยมาก (พร้อมการออกเสียง)
ลิสต์นี้เน้นกริยาที่คุณจะได้ยินตลอดในภาษาอังกฤษพูดสมัยใหม่ รวมถึงบทสนทนาในหนังและซีรีส์ การออกเสียงเป็นการถอดเสียงแบบอังกฤษ ไม่ใช่ IPA เพื่อให้คุณพูดตามได้ทันที
| ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| be, was/were, been | BEE, WUHZ/WUR, BEEN | กริยาช่วยหลักสำหรับ passive และ continuous |
| have, had, had | HAV, HAD, HAD | Perfect tenses: have done |
| do, did, done | DOO, DID, DUN | คำถามและการเน้น: did you? |
| go, went, gone | GOH, WENT, GON | Went มีที่มาทางประวัติศาสตร์จาก 'wend' |
| get, got, gotten/got | GET, GOT, GOT-un/GOT | Gotten พบบ่อยใน US; got พบบ่อยใน UK |
| make, made, made | MAYK, MAYD, MAYD | พบบ่อยมากในคำขอและการวางแผน |
| take, took, taken | TAYK, TOOK, TAY-kun | พบใน phrasal verbs ด้วย: take off |
| come, came, come | KUM, KAYM, KUM | Participle เหมือนรูปพื้นฐาน |
| see, saw, seen | SEE, SAW, SEEN | Seen มักถูกลดเสียงในภาษาพูดเร็ว |
| say, said, said | SAY, SED, SED | Said สัมผัสกับ 'bed' |
| know, knew, known | NOH, NYOO, NOHN | ตัว k ใน know ไม่ออกเสียง |
| think, thought, thought | THINGK, THAWT, THAWT | เสียง th สำคัญต่อความชัดเจน |
| give, gave, given | GIV, GAYV, GIV-un | Given มักถูกย่อเป็น 'giv-n' |
| find, found, found | FYND, FOWND, FOWND | พบบ่อยในเรื่องเล่าและคำอธิบาย |
| tell, told, told | TEL, TOHLD, TOHLD | มักตามด้วยกรรม: told me |
| leave, left, left | LEEV, LEFT, LEFT | Left ยังแปลว่า 'ซ้าย' ด้วย |
| feel, felt, felt | FEEL, FELT, FELT | สำคัญสำหรับอารมณ์และความคิดเห็น |
| bring, brought, brought | BRING, BRAWHT, BRAWHT | Brought สัมผัสกับ 'caught' ในหลายสำเนียง |
| buy, bought, bought | BY, BAWT, BAWT | กริยาช้อปปิ้งที่พบบ่อย |
| teach, taught, taught | TEECH, TAWT, TAWT | Taught เป็นกับดักการสะกดที่พบบ่อย |
| catch, caught, caught | KACH, KAWT, KAWT | Caught อาจไปเสียงใกล้ 'cot' ในบางสำเนียง US |
| eat, ate, eaten | EET, AYT, EE-tun | Ate ออกเสียงเหมือน 'eight' |
| drink, drank, drunk | DRINK, DRANK, DRUNK | Drunk ยังเป็นคำคุณศัพท์ได้ |
| sleep, slept, slept | SLEEP, SLEPT, SLEPT | พยัญชนะติดกันหลายตัวอาจยาก |
| meet, met, met | MEET, MET, MET | Met สั้นและคม |
| read, read, read | REED, RED, RED | สะกดเหมือนกัน แต่เสียงต่างกัน |
| write, wrote, written | RYT, ROHT, RIT-un | ตัว w ใน write ไม่ออกเสียง |
| speak, spoke, spoken | SPEEK, SPOHK, SPOH-kun | Spoken มักถูกย่อเป็น 'spoh-k'n' |
| break, broke, broken | BRAYK, BROHK, BROH-kun | พบบ่อยในประโยค passive |
⚠️ รูปแบบ UK vs US ที่คุณจะได้ยินจริง
กริยาบางคำมี past participle ที่พบบ่อย 2 แบบตามภูมิภาค "Gotten" เป็นมาตรฐานใน American English ส่วน "got" พบบ่อยกว่าใน British English คุณยังจะเห็น "learnt" และ "dreamt" ใน UK แต่ "learned" และ "dreamed" พบได้ทั่วไป โดยเฉพาะในสื่อ US
ถ้าคุณอยากแยกความต่างตามภูมิภาคให้แม่นขึ้น ให้เทียบการฟังของคุณกับ ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน vs อังกฤษ
กับดักเรื่องกาล: จุดที่ผู้เรียนพลาดซ้ำๆ
กริยาไม่ปกติไม่ได้เป็นแค่เรื่องท่องจำ แต่มันเป็นเรื่อง "จังหวะไวยากรณ์" ด้วย ความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดใน 3 โครงสร้างนี้
Present perfect: "have" + past participle
ถูกต้อง:
- "I have seen it."
- "She has gone home."
- "They have taken the train."
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:
- "I have saw it." (ใช้ past simple แทน participle)
Passive voice: "be" + past participle
ถูกต้อง:
- "It was made in Italy."
- "He was caught on camera."
- "The window got broken." (ไม่เป็นทางการ แต่พบบ่อย)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:
- "It was maded." (ทำเครื่องหมายซ้ำ)
- "It was make." (ใช้รูปพื้นฐาน)
การเล่าเรื่องด้วย past simple: ตัวบอกเวลา
ถูกต้อง:
- "Yesterday, we went out."
- "Last year, I wrote a lot."
- "In 2020, they built a house."
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:
- "Yesterday, we have gone out." (เอาตัวบอกเวลาแบบ past simple มาปนกับ present perfect)
แบบฝึกที่ใช้ได้จริงคือเล่าเรื่องสั้นๆ โดยใช้ตัวบอกเวลาที่คุณรู้แล้ว เช่น เดือนและปี ถ้าคุณต้องการคำศัพท์ ให้ใช้ เดือนภาษาอังกฤษ และ ตัวเลขภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างประโยคที่ชัดและเหมือนใช้จริง
การออกเสียง: เหตุผลที่ซ่อนอยู่ที่ทำให้กริยาไม่ปกติรู้สึกยาก
รูปไม่ปกติหลายคำยาก เพราะภาษาอังกฤษลดเสียงในภาษาพูดเร็ว คุณอาจรู้รูปบนกระดาษ แต่ไม่รู้จักตอนตัวละครพูดเร็วๆ
3 ประเด็นการออกเสียงที่ควรจับตา
-
พยางค์ถูกลดใน participles
"given" มักฟังเหมือน "GIV-n" (พยัญชนะสองตัวกับสระเล็กมาก) -
พยัญชนะติดกันหลายตัว
"slept" (SLEPT) และ "asked" (ASKT) อาจออกเสียงให้ชัดได้ยาก -
สะกดเหมือนกัน แต่เสียงต่างกัน
"read" เป็น REED ในปัจจุบัน แต่เป็น RED ในอดีต นี่คือกับดักการฟังอันดับต้นๆ
ถ้าต้องการแยกละเอียดแบบเน้นการฟัง ให้จับคู่กับ คู่มือการออกเสียงภาษาอังกฤษ
วิธีเรียนกริยาไม่ปกติให้เร็วขึ้น (วิธีที่ใช้ได้จริงกับคลิป)
การท่องลิสต์อย่างเดียวเปราะบาง คุณต้องการการนึกออกอัตโนมัติ แบบที่สมองเดาคำถัดไปในประโยคได้
ขั้นที่ 1: เรียน 25 คำแรก แล้วค่อยขยายตามความจำเป็น
เป้าหมายที่เป็นจริงคือ 25 คำที่ครอบคลุมชีวิตประจำวัน: be, have, do, go, get, make, take, come, see, know, think, give, find, tell, leave, feel, bring, buy, teach, catch, eat, drink, sleep, meet, write.
แค่นี้ก็ปลดล็อกบทสนทนาทั่วไปได้เยอะมาก โดยเฉพาะฉากความสัมพันธ์ ฉากที่ทำงาน และพล็อตอาชญากรรม
ขั้นที่ 2: ฝึกด้วย "ประโยคจิ๋ว"
ใช้ประโยค 6 ถึง 10 คำที่คุณพูดซ้ำได้เร็ว:
- "I took it."
- "Have you seen this?"
- "It was made yesterday."
- "We have gone too far."
พูดซ้ำประโยคละ 10 รอบ แล้วสลับคำหนึ่งคำ:
- "I took your phone."
- "I took the train."
- "I took a photo."
ขั้นที่ 3: ใช้คู่เปรียบเทียบเพื่อตัดความผิดพลาด
สมองเรียนเร็วขึ้นเมื่อมันต้องเลือกจากตัวเลือกที่คล้ายกัน:
- saw vs seen
- went vs gone
- wrote vs written
- took vs taken
พูดเป็นคู่:
- "I saw it yesterday." / "I have seen it before."
ขั้นที่ 4: ติดตามสิ่งที่คุณพูดจริง
กริยาไม่ปกติจะง่ายเมื่อมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาประจำตัวคุณ: งาน งานอดิเรก ความสัมพันธ์ การเดินทาง สร้างลิสต์ 10 ประโยคที่คุณใช้จริง แล้วค่อยๆ อัปเกรดมันเรื่อยๆ
💡 เป้าหมายรายสัปดาห์แบบง่าย
ตั้งเป้า 10 กริยาไม่ปกติต่อสัปดาห์ แต่ต้องใช้มันในการพูดซ้ำ 20 ถึง 30 ครั้งด้วย เรียน 10 คำแบบลึกๆ ดีกว่า 50 คำที่คุณแค่จำได้ตอนทำแบบฝึกหัด
มุมมองวัฒนธรรม: กริยาไม่ปกติในภาษาอังกฤษชีวิตจริง ไม่ใช่ภาษาอังกฤษในตำรา
ในการคุยจริง เจ้าของภาษามักเลี่ยงวลีที่ซับซ้อน ถ้ามีทางเลือกที่ง่ายกว่า นั่นทำให้รูปกริยาไม่ปกติที่คุณได้ยินบ่อย เปลี่ยนไปจากที่ตำรามักเน้น
ตัวอย่าง:
- คนมักพูด "I got it" แทน "I have gotten it" เว้นแต่ต้องการสื่อว่า "ได้มา/ได้รับมา"
- ในภาษาพูดสบายๆ "have you eaten?" อาจกลายเป็น "you eaten yet?" ในบางสำเนียง โดยตัดกริยาช่วยทิ้ง
- ในบทสนทนาเร็วๆ past participle โผล่บ่อยใน passive: "He got caught," "It got broken," "I got told."
นี่เป็นเหตุผลด้วยว่าคุณจะได้ยินกริยาไม่ปกติในภาษาที่อารมณ์แรง เช่น คำด่าและคำต้องห้าม ถ้าคุณดูซีรีส์ดิบๆ คุณจะได้ยินรูปอย่าง "I was done," "He got hit," "They were caught." ถ้าคุณอยากเข้าใจระดับภาษานั้นอย่างปลอดภัย ให้ดู คำหยาบภาษาอังกฤษ เพื่อบริบทและข้อควรระวัง
กริยาไม่ปกติที่พบบ่อย จัดกลุ่มตามแพตเทิร์น (เพื่อช่วยจำ)
ใช้กลุ่มเหล่านี้เป็นมินิลิสต์ เรียนทีละกลุ่ม แล้วเขียน 5 ประโยคโดยใช้เฉพาะกลุ่มนั้น
กลุ่มรูปเหมือนกัน
- put, put, put (PUT)
- cut, cut, cut (KUT)
- hit, hit, hit (HIT)
- let, let, let (LET)
กลุ่ม "-ought"
- buy, bought, bought (BAWT)
- bring, brought, brought (BRAWHT)
- think, thought, thought (THAWT)
- catch, caught, caught (KAWT)
- teach, taught, taught (TAWT)
กลุ่ม "-ew" ไป "-own"
- know, knew, known (NYOO, NOHN)
- throw, threw, thrown (THROO, THROHN)
- grow, grew, grown (GROO, GROHN)
- fly, flew, flown (FLOO, FLOHN)
กลุ่ม "-ake" ไป "-ook" ไป "-aken"
- take, took, taken (TOOK, TAY-kun)
- shake, shook, shaken (SHOOK, SHAY-kun)
นี่ไม่ใช่กฎที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นตะขอช่วยจำที่ทรงพลัง
ฝึก: สคริปต์สั้นๆ ที่คุณอ่านออกเสียงได้
อ่านเหมือนฉากสั้นๆ มันบังคับให้ใช้ past simple, present perfect และ passive
"เดือนที่แล้ว ฉัน went ไปที่ใหม่ๆ และ met คนที่น่าสนใจ เรา ate ดึก drank กาแฟ และ spoke กันเป็นชั่วโมง ฉันเคย seen เมืองมาหลายที่ แต่ไม่เคย felt ผ่อนคลายขนาดนั้น โทรศัพท์ฉันถูก taken ออกจากกระเป๋า และฉันคิดว่ามัน gone แล้ว แต่สุดท้ายมันถูก found ใต้ที่นั่ง"
ตอนนี้เขียนใหม่ด้วยรายละเอียดของคุณเอง เปลี่ยนแค่คำนามและตัวบอกเวลา แต่คงรูปกริยาไว้
ใช้ Wordy: เปลี่ยนกริยาไม่ปกติให้เป็นรีเฟล็กซ์การฟัง
กริยาไม่ปกติจะง่ายที่สุดเมื่อคุณได้ยินมันซ้ำๆ ในจังหวะธรรมชาติ คลิปสั้นๆ ทำให้คุณเจอรูปกริยาเดิมในอารมณ์ต่างกัน เช่น โกรธ จีบ กลัว โล่งใจ
ถ้าคุณกำลังวางแผนให้กว้างขึ้น ให้เริ่มที่ สารบัญบล็อก แล้วจับคู่นี้กับบทความการออกเสียงและสแลง เพื่อให้การฟังของคุณตรงกับภาษาพูดจริง
ประเด็นสำคัญที่ควรจำ
- กริยาไม่ปกติคือคำศัพท์บวกกับจังหวะ: เรียน past simple และ past participle คู่กัน
- ความถี่สำคัญกว่าความครบ: เก่งคำที่คุณได้ยินทุกวันก่อน
- มีแพตเทิร์นจริง: กริยารูปเดียว, กริยา V2=V3, กลุ่มเปลี่ยนสระสามรูป, และ participle แบบ "-en"
- การฝึกฟังจากของจริงคือทางลัดที่สุดสู่การนึกออกอัตโนมัติ
ขั้นต่อไปที่ทำได้ทันทีคือทบทวนคำศัพท์ที่คุณใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วเพิ่มกริยาไม่ปกติ 10 คำที่ตรงกับเรื่องที่คุณพูดบ่อยที่สุด ถ้าคุณอยากได้บริบทภาษาพูดสมัยใหม่มากขึ้น ให้กลับไปอ่าน สแลงภาษาอังกฤษ ช่วงท้ายของการเรียน เพื่อให้คุณได้ยินกริยาเหล่านี้ในประโยคสบายๆ แบบคนพูดจริง
คำถามที่พบบ่อย
ภาษาอังกฤษมีกริยาไม่ปกติกี่คำ?
past simple กับ past participle ต่างกันยังไง?
กริยาไม่ปกติที่ควรเริ่มเรียนก่อนมีคำไหนบ้าง?
เจ้าของภาษาเคยใช้รูปกริยาไม่ปกติแบบ 'ผิด' ไหม?
จำกริยาไม่ปกติโดยไม่ใช้แฟลชการ์ดได้ยังไง?
แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง
- Ethnologue, Ethnologue: Languages of the World (ฉบับที่ 27), 2024
- Oxford English Dictionary, OED Online (รายการกริยาไม่ปกติและหมายเหตุการใช้งาน), 2025
- Cambridge Dictionary, รูปกริยาภาษาอังกฤษและรายการกริยาไม่ปกติ (แหล่งอ้างอิงออนไลน์), 2025
- British Council, LearnEnglish: กริยาไม่ปกติและ past participles (สื่อการสอน), 2024
- Biber, D., Johansson, S., Leech, G., Conrad, S., Finegan, E., Longman Grammar of Spoken and Written English, 1999
เริ่มเรียนรู้กับ Wordy
ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

