← กลับไปที่บล็อก
🇯🇵ญี่ปุ่น

คำศัพท์อาหารญี่ปุ่น: 30 คำสำคัญสำหรับวะโชกุ ซูชิ ราเมง และวลีใช้ในร้านอาหาร

โดย Sandor20 กุมภาพันธ์ 2569อ่าน 10 นาที

คำตอบด่วน

คำศัพท์อาหารญี่ปุ่นที่ควรเริ่มจำก่อน ได้แก่ 'ご飯 / ごはん' (gohan, ข้าว, มื้ออาหาร), '寿司 / すし' (sushi), 'ラーメン' (raamen, ราเมง) และวลีเกี่ยวกับมื้ออาหารที่แปลตรงตัวเป็นอังกฤษได้ยากอย่าง 'いただきます' (itadakimasu, พูดก่อนกิน) และ 'ごちそうさまでした' (gochisousama deshita, พูดหลังกิน) วัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นที่เรียกว่า 和食 (washoku) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ในปี 2013

คำศัพท์อาหารภาษาญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในชุดคำที่ใช้งานได้จริงที่สุดที่คุณเรียนได้ ไม่ว่าคุณจะกำลังสั่งราเม็งในร้านที่โตเกียว อ่านเมนูซูชิ หรือดูฉากทำอาหารในอนิเมะ คำเกี่ยวกับอาหารจะโผล่มาเสมอในชีวิตประจำวันของญี่ปุ่น

จากข้อมูลปี 2024 ของ Ethnologue ภาษาญี่ปุ่นมีเจ้าของภาษาประมาณ 123 ล้านคน และเป็นภาษาของหนึ่งในวัฒนธรรมอาหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ในปี 2013 UNESCO ขึ้นทะเบียน 和食 (washoku, อาหารญี่ปุ่น) เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ไม่ใช่ในฐานะเมนูเดียว แต่เป็น “แนวปฏิบัติทางสังคม” ที่ยึดความเคารพต่อธรรมชาติ วัตถุดิบตามฤดูกาล และความงามของการจัดเสิร์ฟ การเรียนคำศัพท์อาหารจึงเท่ากับเรียนวัฒนธรรมญี่ปุ่นในระดับพื้นฐานที่สุด

"Washoku is not merely a set of recipes or ingredients. It is a comprehensive social practice rooted in the Japanese spirit of respect for nature, closely connected to the sustainable use of natural resources."

(UNESCO, เอกสารเสนอชื่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้สำหรับ Washoku, 2013)

คู่มือนี้รวมคำศัพท์อาหารจำเป็นมากกว่า 30 คำ จัดตามหมวด พร้อมคันจิ ฮิรางานะ การออกเสียง และบริบททางวัฒนธรรมที่ทำให้คำศัพท์อาหารญี่ปุ่นมีเอกลักษณ์ หากต้องการฝึกแบบโต้ตอบกับคอนเทนต์ญี่ปุ่นจริง ไปที่หน้า เรียนภาษาญี่ปุ่น ของเรา


อ้างอิงด่วน: 30 คำศัพท์อาหารจำเป็น


ข้าวและอาหารหลัก: รากฐานของทุกมื้อ

ข้าวไม่ใช่แค่อาหารในญี่ปุ่น แต่เป็นฐานของโครงสร้างทั้งมื้อ คำว่า ご飯 (gohan) หมายถึงทั้ง “ข้าวสวย” และ “มื้ออาหาร” ซึ่งสะท้อนว่าข้าวฝังอยู่ในวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นลึกแค่ไหน จากแบบสำรวจมารยาทการกินของ NHK ปี 2023 ครัวเรือนญี่ปุ่นมากกว่า 80% ยังทานมื้อที่มีข้าวเป็นหลักทุกวัน

ご飯 (ごはん)

คำศัพท์อาหารที่สำคัญที่สุดคำหนึ่งในภาษาญี่ปุ่น ご飯 (gohan) มีความหมายสองชั้น คือหมายถึงข้าวสวยโดยเฉพาะ และหมายถึง “มื้ออาหาร” โดยรวมด้วย 朝ご飯 (asagohan) คือ “อาหารเช้า” (ข้าวตอนเช้า) 昼ご飯 (hirugohan) คือ “อาหารกลางวัน” (ข้าวตอนกลางวัน) และ 晩ご飯 (bangohan) คือ “อาหารเย็น” (ข้าวตอนเย็น) คำนำหน้า ご เป็นคำยกย่อง สะท้อนความเคารพที่วัฒนธรรมญี่ปุ่นมีต่อข้าว

米 (こめ)

Kome หมายถึงเมล็ดข้าวดิบที่ยังไม่หุง ความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นกับข้าวลึกมากจนคันจิ 米 ปรากฏในคำว่า “อเมริกา” (米国, beikoku) เพราะในอดีตอเมริกาเชื่อมโยงกับการค้าข้าว สำนักงานกิจการวัฒนธรรมระบุว่า คำศัพท์เกี่ยวกับข้าวในภาษาญี่ปุ่นมีมากกว่า 30 คำ ตั้งแต่ 新米 (shinmai, ข้าวใหม่, ยังหมายถึง “มือใหม่”) ไปจนถึง 古米 (komai, ข้าวเก่า)

麺 (めん)

คำทั่วไปสำหรับเส้น อาหารญี่ปุ่นมีเส้นหลัก 3 แบบคือ ラーメン (raamen), うどん (udon) และ そば (soba) แต่ละแบบมีลักษณะเฉพาะ ความต่างตามภูมิภาค และมารยาทการกิน การซดเส้นเสียงดังในญี่ปุ่นไม่ถือว่าหยาบคาย แต่ถือว่าอร่อยและช่วยให้เส้นเย็นลง

🌍 ご飯 = ข้าว = มื้ออาหาร

การที่ gohan หมายถึงทั้ง “ข้าว” และ “มื้ออาหาร” บอกสถานะทางวัฒนธรรมของข้าวในญี่ปุ่นได้ชัดมาก การถาม 「ご飯食べた?」(gohan tabeta?, "Have you eaten rice?") เทียบได้กับการถามว่า “กินข้าวหรือยัง” ในภาษาไทย ซึ่งเป็นคำทักทายพื้นฐานที่แสดงความห่วงใย ในความคิดแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น มื้อที่ไม่มีข้าวมักไม่ถือว่าเป็นมื้อที่สมบูรณ์


คำศัพท์ซูชิและซาชิมิ

ซูชิอาจเป็นอาหารญี่ปุ่นที่คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุด แต่ผู้เรียนหลายคนสับสนคำสำคัญ 寿司 (sushi) หมายถึงข้าวปรุงน้ำส้มที่มีหน้าหรือมีไส้ ส่วน 刺身 (sashimi) คือปลาดิบหั่นเสิร์ฟโดยไม่มีข้าว

寿司 (すし)

คำว่า sushi จริงๆ หมายถึง “ข้าวที่ปรุงรส” ไม่ใช่ปลา คันจิ 寿司 เป็น ateji (คันจิแทนเสียง) ที่เลือกตัวอักษรจากความหมายมงคล คือ 寿 (อายุยืน) และ 司 (จัดการ) ประเภทที่พบบ่อยมี 握り寿司 (nigirizushi, ปั้นมือ), 巻き寿司 (makizushi, ม้วน) และ ちらし寿司 (chirashizushi, โปรยหน้า)

刺身 (さしみ)

Sashimi แปลว่า “ร่างที่ถูกแทง” คือ 刺 (sashi, แทง) และ 身 (mi, เนื้อ/ร่างกาย) เป็นปลาดิบหั่นเสิร์ฟโดยไม่มีข้าว มักกินกับโชยุและวาซาบิ แยกซูชิกับซาชิมิในเมนูได้ จะทำให้คุณดูเป็นคนกินที่รู้เรื่องขึ้นทันที

まぐろ

ทูน่าเป็นหน้าซูชิที่นิยมที่สุดในญี่ปุ่น Maguro มีระดับต่างๆ เช่น 赤身 (akami, เนื้อแดงไม่มัน), 中トロ (chuutoro, มันปานกลาง) และ 大トロ (ootoro, ส่วนท้องมันมาก ราคาแพงสุด) ในร้านซูชิสายพาน จาน まぐろ มักขายหมดเร็วเป็นกลุ่มแรกๆ

💡 คำศัพท์ในร้าน 回転寿司 (Kaiten-zushi)

ในร้านซูชิสายพาน (回転寿司, kaiten-zushi) คำที่มีประโยชน์ เช่น 皿 (sara, จาน), 一皿 (hitosara, หนึ่งจาน), タッチパネル (tacchi paneru, หน้าจอสัมผัสสำหรับสั่ง), ガリ (gari, ขิงดอง) และ わさび抜き (wasabi-nuki, ไม่ใส่วาซาบิ) คุณสั่งกับเชฟได้โดยพูดชื่อเมนู แล้วตามด้วย お願いします (onegai shimasu)


อาหารปรุงสุก: ราเม็ง อุด้ง และอื่นๆ

อาหารสบายๆ ของญี่ปุ่นมีเมนูปรุงสุกหลากหลายมาก หลายเมนูยอดนิยมมีที่มาทางภาษา ซึ่งสะท้อนประวัติการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของญี่ปุ่น

ラーメン

เขียนด้วยคาตาคานะเพราะยืมมาจากภาษาจีน (拉麺, เส้นดึง) แม้มีที่มาต่างชาติ แต่ราเม็งกลายเป็นอาหารสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นไปแล้ว แต่ละภูมิภาคมีสไตล์เด่น เช่น 豚骨 (tonkotsu, น้ำซุปกระดูกหมู) ที่ฟุกุโอกะ, 味噌 (miso) ที่ซัปโปโร และ 醤油 (shouyu, โชยุ) ที่โตเกียว คำว่า ラーメン จะเห็นเป็นคาตาคานะแทบทุกถนนในเมืองญี่ปุ่น

うどん

เส้นสาลีหนา กินได้ทั้งร้อนและเย็น うどん เขียนด้วยฮิรางานะเพราะเป็นคำญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ที่มาคันจิไม่แน่ชัด แบบท้องถิ่นที่ดังคือ 讃岐うどん (Sanuki udon) จากจังหวัดคางาวะ ขึ้นชื่อเรื่องเส้นหนึบเด้ง คางาวะบางครั้งถูกเรียกว่า “จังหวัดอุด้ง” เพราะคนที่นั่นกินอุด้งต่อหัวมากที่สุดในญี่ปุ่น

そば

เส้นบัควีตที่มีกลิ่นรสถั่วเฉพาะตัว โซบะมีความสำคัญทางวัฒนธรรม เช่น 年越しそば (toshikoshi soba, โซบะข้ามปี) ที่กินในคืนวันสิ้นปีทั่วญี่ปุ่น เส้นยาวสื่อถึงอายุยืน และธรรมเนียมนี้มีมาตั้งแต่ยุคเอโดะ そば ยังใช้ในคำว่า 側 (soba, “ใกล้/ข้างๆ”) ด้วย แต่คันจิต่างกัน

天ぷら (てんぷら)

อาหารทะเลหรือผักชุบแป้งทอด คำนี้น่าจะมาจากภาษาโปรตุเกส tempero (เครื่องปรุง) หรือ tempora (ช่วงถือศีลอด) สะท้อนการติดต่อกับพ่อค้าโปรตุเกสในศตวรรษที่ 16 天ぷら เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าอาหารญี่ปุ่นรับเทคนิคต่างชาติแล้วทำให้กลายเป็นแบบของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์

カレー

แกงกะหรี่ญี่ปุ่น เขียนด้วยคาตาคานะเพราะเข้ามาผ่านภาษาอังกฤษ (ซึ่งยืมมาจากภาษาทมิฬ) ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (カレーライス, karee raisu) จะข้นและหวานกว่าแกงกะหรี่แบบอินเดียหรือไทย จากแบบสำรวจของ NHK เมนูนี้ติดอันดับ 3 อาหารทำกินที่บ้านยอดนิยมในญี่ปุ่นอย่างสม่ำเสมอ คู่กับราเม็งและเกี๊ยวซ่า

"Japanese curry, originally introduced through the British Navy in the Meiji era, has been so thoroughly domesticated that it now represents one of the most consumed home meals in Japan, a dish that is simultaneously foreign in origin and quintessentially Japanese in practice."

(Katarzyna Cwiertka, Modern Japanese Cuisine, Reaktion Books, 2006)


ผัก ผลไม้ และวัตถุดิบ

การทำอาหารญี่ปุ่นเน้น 旬 (shun, ความเป็นฤดูกาล) คือใช้วัตถุดิบตอนที่อร่อยที่สุด หลักการนี้สำคัญมากจนเมนูร้านอาหารมักเปลี่ยนทุกไตรมาส เพื่อสะท้อนของที่สดที่สุด

🌍 旬 (Shun): ศิลปะแห่งความเป็นฤดูกาล

แนวคิด 旬 (shun) เป็นแกนกลางของปรัชญาอาหารญี่ปุ่น หมายถึง “ตามฤดูกาล” หรือ “ช่วงที่อร่อยที่สุด” และเป็นตัวกำหนดว่าเมนูจะมีอะไรตลอดปี ฤดูใบไม้ผลิมี 竹の子 (takenoko, หน่อไม้) ฤดูร้อนมี 枝豆 (edamame) และ 西瓜 (suika, แตงโม) ฤดูใบไม้ร่วงมี 松茸 (matsutake) และ 柿 (kaki, ลูกพลับ) ฤดูหนาวเด่นด้วย 鍋 (nabe, หม้อไฟ) และ みかん (mikan, ส้มแมนดาริน) การกินตามฤดูกาลไม่ใช่กระแสในญี่ปุ่น แต่เป็นวิถีที่ทำกันมาหลายศตวรรษ


อาหารคาตาคานะ: คำยืมที่เจอในทุกเมนู

จุดเด่นของคำศัพท์อาหารญี่ปุ่นคือการแยกระหว่างคำพื้นถิ่น (คันจิ/ฮิรางานะ) กับคำยืม (คาตาคานะ) ถ้าคุณสังเกตแพตเทิร์นนี้ได้ คุณมักเดาที่มาของอาหารได้ทันที

คำที่มาจากโปรตุเกส เข้ามาในภาษาญี่ปุ่นช่วงการค้าศตวรรษที่ 16:

  • パン (pan, ขนมปัง): จากโปรตุเกส pão
  • 天ぷら (tempura): น่าจะมาจากโปรตุเกส tempero

คำที่มาจากจีน รวมถึงเมนูโปรดของญี่ปุ่นหลายอย่าง:

  • ラーメン (raamen): จากจีน 拉麺
  • 餃子 (gyouza): จากจีน 餃子 (jiǎozi)

คำที่มาจากอังกฤษ สะท้อนอิทธิพลตะวันตกยุคใหม่:

  • カレー (karee, แกงกะหรี่)
  • ビール (biiru, เบียร์)
  • ケーキ (keeki, เค้ก)
  • コーヒー (koohii, กาแฟ)

เมื่อคุณเห็นคาตาคานะในเมนู คุณมักเดาคำได้จากการอ่านออกเสียงช้าๆ ハンバーガー คือ "hanbaagaa" (แฮมเบอร์เกอร์) アイスクリーム คือ "aisu kuriimu" (ไอศกรีม) และ サラダ คือ "sarada" (สลัด) ทักษะถอดรหัสคาตาคานะเป็นวิธีที่เร็วมากในการเพิ่มคำศัพท์เวลาสั่งอาหาร


วลีในร้านอาหาร: ตั้งแต่เข้าร้านจนจ่ายเงิน

การรู้ว่าควรพูดอะไรในร้านอาหารญี่ปุ่นสำคัญพอๆ กับการรู้ชื่ออาหาร วัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่นมีวลีเฉพาะสำหรับทุกช่วงของมื้อ

いただきます

วลีที่พูดก่อนเริ่มกินทุกมื้อในญี่ปุ่น แปลตรงตัวได้ว่า “ขอน้อมรับ” (มาจากกริยาถ่อมตน いただく, itadaku) เป็นการแสดงความขอบคุณต่อคนทำอาหาร ต่อเกษตรกร ต่อสัตว์และพืชที่สละชีวิต และต่อธรรมชาติ ไม่มีคำแปลไทยคำเดียวที่แทนได้ทั้งหมด งานวิจัยของ NHK พบว่าคนญี่ปุ่นมากกว่า 90% พูด いただきます ก่อนกิน ทำให้เป็นวลีทางวัฒนธรรมที่ใช้กันแทบทั่วทั้งภาษา

ごちそうさまでした

พูดหลังทานเสร็จ ご馳走 (gochisou) แปลตรงตัวว่า “วิ่งวุ่น” หมายถึงความพยายามของเจ้าภาพที่ต้องวิ่งเตรียมอาหาร さまでした เติมความสุภาพและความขอบคุณ รวมกันแล้วเป็นการยอมรับความตั้งใจทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังมื้ออาหาร เวลาออกจากร้าน การพูด ごちそうさまでした กับพนักงานเป็นเรื่องปกติและคาดหวัง

お会計 (おかいけい)

คำว่า “บิล” หรือ “เช็ค” ถ้าจะขอบิลให้พูด お会計をお願いします (okaikei wo onegai shimasu) ร้านอาหารญี่ปุ่นหลายแห่งให้คุณถือสลิปจากโต๊ะไปจ่ายที่แคชเชียร์ใกล้ทางออก แทนการจ่ายที่โต๊ะ บางร้านใช้คำว่า お勘定 (okanjou) ซึ่งความหมายเหมือนกัน

💡 การนับอาหาร: ลักษณนามภาษาญี่ปุ่น

ภาษาญี่ปุ่นใช้คำช่วยนับต่างกันตามรูปทรงของอาหาร ของกลมๆ อย่างไข่และส้มใช้ 個 (ko): 卵三個 (tamago sanko, ไข่สามฟอง) ของยาวอย่างแครอทและกล้วยใช้ 本 (hon): バナナ二本 (banana nihon, กล้วยสองผล) ของแบนอย่างชิ้นซาชิมิใช้ 枚 (mai): 刺身三枚 (sashimi sanmai, สามชิ้น) ชามข้าวหรือเส้นใช้ 杯 (hai): ラーメン一杯 (raamen ippai, หนึ่งชาม) ถ้าไม่แน่ใจ ใช้ตัวนับทั่วไป つ (tsu) ได้เสมอ: ひとつ, ふたつ, みっつ (หนึ่ง สอง สาม)


หลัก 5 ประการของ 和食

สิ่งที่ทำให้ 和食 (washoku) เป็นมรดกวัฒนธรรมที่ UNESCO รับรอง ไม่ใช่เมนูใดเมนูหนึ่ง แต่เป็นปรัชญาทั้งระบบที่ยืนบนหลัก 5 ประการ การเข้าใจแนวคิดเหล่านี้จะทำให้คุณได้คำศัพท์ที่ไปไกลกว่าเรื่องอาหาร

五色 (ごしき, goshiki), ห้าสี: ทุกมื้อควรมีสีขาว ดำ แดง เหลือง และเขียว เพื่อความสวยงามและสมดุลโภชนาการ ชุดอาหารญี่ปุ่นแบบเซ็ต (定食, teishoku) มักทำได้ด้วยข้าวขาว สาหร่ายสีเข้ม ขิงดองสีแดง ไข่สีเหลือง และผักสีเขียว

五味 (ごみ, gomi), ห้ารส: หวาน (甘い, amai), เค็ม (塩辛い, shiokarai), เปรี้ยว (酸っぱい, suppai), ขม (苦い, nigai) และอูมามิ (うま味) ญี่ปุ่นเป็นที่ที่รสที่ห้า “อูมามิ” ถูกอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์โดยนักเคมี Kikunae Ikeda ในปี 1908 คำว่า うま味 มาจาก うまい (umai, อร่อย)

五法 (ごほう, gohou), ห้าวิธีปรุง: ดิบ (生, nama), ตุ๋น/เคี่ยว (煮る, niru), ย่าง (焼く, yaku), นึ่ง (蒸す, musu) และทอด (揚げる, ageru) มื้อไคเซกิแบบเต็มจะรวมทั้งห้าวิธีไว้ในคอร์สต่างๆ

旬 (しゅん, shun), ความเป็นฤดูกาล: ใช้วัตถุดิบตอนที่ดีที่สุดตามธรรมชาติ ตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

盛り付け (もりつけ, moritsuke), การจัดเสิร์ฟ: ศิลปะการจัดอาหารให้สวย การจัดเสิร์ฟญี่ปุ่นคำนึงถึง 色 (iro, สี), 形 (katachi, รูปทรง) และ 器 (utsuwa, ภาชนะ/จาน) จานถือเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร

🌍 Umami: ของขวัญจากญี่ปุ่นสู่วิทยาศาสตร์อาหารโลก

คำว่า うま味 (umami) เป็นหนึ่งในคำอาหารญี่ปุ่นไม่กี่คำที่เข้าไปอยู่แทบทุกภาษาทั่วโลก Kikunae Ikeda แยกกรดกลูตามิกจากน้ำซุปสาหร่ายคอมบุ (昆布だし, kombu dashi) ในปี 1908 และตั้งชื่อรสที่ห้าว่า “umami” ซึ่งรวมคำว่า うまい (อร่อย) กับ 味 (mi, รสชาติ) ปัจจุบัน umami เป็นแนวคิดพื้นฐานของศาสตร์การทำอาหารทั่วโลก และที่มาจากญี่ปุ่นสะท้อนความลึกของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น


ฝึกคำศัพท์อาหารกับคอนเทนต์ญี่ปุ่นจริง

ฉากอาหารมีอยู่แทบทุกเรื่องในภาพยนตร์ ซีรีส์ และอนิเมะญี่ปุ่น ตั้งแต่ฉากทำครัวละเอียดๆ ในหนังของ Studio Ghibli ไปจนถึงบทสนทนาในร้านราเม็งของซีรีส์ชีวิตประจำวัน ฉากเหล่านี้เต็มไปด้วยคำศัพท์ในคู่มือนี้ เช่น วลีสั่งอาหาร ชื่อวัตถุดิบ และวลีพิธีกรรมที่อยู่รอบทุกมื้อ

ดูคำแนะนำของเราเรื่อง หนังที่เหมาะที่สุดสำหรับเรียนภาษาญี่ปุ่น เพื่อรับลิสต์แนะนำ หนังอย่าง Tampopo และ Spirited Away มีคำศัพท์อาหารและวัฒนธรรมการกินหนาแน่นเป็นพิเศษ

Wordy ให้คุณฝึกคำศัพท์อาหารในบริบทจริง ด้วยการดูคอนเทนต์ญี่ปุ่นพร้อมซับโต้ตอบได้ เมื่อ ご飯, ラーメン หรือ いただきます ปรากฏในบทพูด คุณแตะเพื่อดูคันจิ คำอ่าน และความหมายได้ทันที ไปที่ บล็อก ของเราเพื่อดูคู่มือภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม หรือไปที่หน้า เรียนภาษาญี่ปุ่น เพื่อเริ่มสะสมคำศัพท์ตั้งแต่วันนี้

คำถามที่พบบ่อย

itadakimasu แปลว่าอะไร ทำไมต้องพูดก่อนกินข้าว
いただきます (itadakimasu) แปลตรงตัวว่า “ขอน้อมรับ” คนญี่ปุ่นพูดก่อนทุกมื้อเพื่อขอบคุณคนทำอาหาร วัตถุดิบ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่มีคำอังกฤษคำเดียวที่แทนได้ เพราะรวมความขอบคุณ ความนอบน้อม และความตั้งใจรู้ตัวไว้ในประโยคเดียว การไม่พูดอาจถูกมองว่าเสียมารยาท
วะโชกุคืออะไร และทำไมถึงพิเศษ
和食 (washoku) หมายถึง “อาหารญี่ปุ่น” และถูกขึ้นทะเบียนในรายชื่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ในปี 2013 จุดเด่นคือหลัก 5 อย่าง ได้แก่ 5 สี (五色), 5 รส (五味), 5 วิธีปรุง (五法), วัตถุดิบตามฤดูกาล (旬) และการจัดจานที่สวยงาม วะโชกุจึงเป็นทั้งอาหารและแนวคิดเรื่องการกิน
ทำไมคำอาหารญี่ปุ่นบางคำถึงเขียนเป็นคาตาคานะ
คาตาคานะใช้กับคำที่ยืมมาจากภาษาอื่น เช่น カレー (karee, แกงกะหรี่) มาจากอังกฤษ, パン (pan, ขนมปัง) มาจากโปรตุเกส และ ラーメン (raamen, ราเมง) มาจากจีน แม้ราเมงจะดูเป็นญี่ปุ่นมาก แต่คำนี้ถูกยืมมาเลยเขียนคาตาคานะ ส่วนคำอาหารญี่ปุ่นแท้มักเขียนคันจิหรือฮิรางานะ
สั่งอาหารที่ร้านอาหารญี่ปุ่นพูดยังไง
ใช้รูปแบบ “[รายการ] を お願いします” (wo onegai shimasu, “ขออันนี้ครับ, ค่ะ”) เช่น “ラーメンをお願いします” (raamen wo onegai shimasu) ถ้าขอเช็กบิลให้พูด “お会計をお願いします” (okaikei wo onegai shimasu) ที่ซูชิสายพาน (回転寿司) สามารถหยิบจานจากสายพานได้เลย
ภาษาญี่ปุ่นใช้คำลักษณนามนับอาหารอะไรบ้าง
ภาษาญี่ปุ่นมีลักษณนามตามรูปทรงของอาหาร เช่น 個 (ko) สำหรับของกลมอย่างไข่และแอปเปิล, 本 (hon) สำหรับของยาวอย่างกล้วยและแครอต, 枚 (mai) สำหรับของแบนอย่างปลาหั่นบาง, 杯 (hai) สำหรับชามหรือแก้วของเหลว และ 切れ (kire) สำหรับชิ้นที่หั่นเป็นแผ่น ถ้าไม่แน่ใจ ใช้ “ふたつ” (futatsu, สอง) กับตัวนับทั่วไปได้

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. UNESCO, รายชื่อผู้แทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้: Washoku (2013)
  2. Agency for Cultural Affairs, Japan (文化庁), แบบสำรวจภาษาประจำชาติ (2024)
  3. NHK Broadcasting Culture Research Institute, แบบสำรวจธรรมเนียมการกินและภาษา (2023)
  4. Ethnologue: Languages of the World, รายการข้อมูลภาษา Japanese (2024)
  5. Cwiertka, K.J. (2006). Modern Japanese Cuisine: Food, Power, and National Identity. Reaktion Books.

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม

คำศัพท์อาหารญี่ปุ่น (คู่มือ 2026)