ขอโทษและขออภัยเป็นภาษาอังกฤษ: 20+ คำขอโทษและข้อแก้ตัว
คำตอบด่วน
ในภาษาอังกฤษ “Sorry” (/ˈsɒri/) คือคำขอโทษทั่วไป ส่วน “Excuse me” (/ɪkˈskjuːz miː/) ใช้เพื่อเรียกความสนใจหรือรบกวนเล็กน้อย (เช่น เรียกคนในที่แออัด) “Pardon?” (/ˈpɑːrdn/) ใช้ขอให้พูดซ้ำเมื่อฟังไม่ชัด คำขอโทษแบบเป็นทางการคือ “I apologize” (/aɪ əˈpɒlədʒaɪz/) จุดเด่นแบบอังกฤษคือคนอังกฤษพูด “Sorry” บ่อยกว่าคนอเมริกันมาก
คำตอบสั้นๆ
ในภาษาอังกฤษ การขอโทษไม่ได้มีแค่คำเดียวเท่านั้น, คุณควรแยกอย่างน้อย 4 วลีหลักให้ได้ Sorry (/ˈsɒri/) คือคำขอโทษทั่วไปที่จริงใจ. Excuse me (/ɪkˈskjuːz miː/) ใช้เมื่อรบกวนเล็กน้อยหรือเรียกความสนใจ. Pardon? (/ˈpɑːrdn/) ใช้ขอให้พูดซ้ำ. I apologize (/aɪ əˈpɒlədʒaɪz/) เป็นแบบทางการและมักใช้ในงานเขียน
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่หรือภาษาที่สองของคนราว 1,5 พันล้านคนตามข้อมูล Ethnologue ปี 2024 และธรรมเนียมการขอโทษต่างกันมากระหว่างแบบอังกฤษ, อเมริกัน และออสเตรเลีย. ความต่างที่สำคัญที่สุดคือ, ในอังกฤษแบบบริติช Sorry เป็นท่าทีทางสังคมแบบอัตโนมัติที่พูดกันวันละหลายสิบครั้ง, แต่ชาวอเมริกันมักเลือก Excuse me ในสถานการณ์เดียวกันมากกว่า
„การขอโทษในภาษาอังกฤษไม่ได้มีไว้แค่ชดเชยความผิด, โดยเฉพาะในวัฒนธรรมอังกฤษแบบบริติช มันเป็นเครื่องมือเชิงพิธีกรรมเพื่อรักษาความกลมเกลียวทางสังคม และมักใช้แม้ผู้พูดไม่ได้ทำผิดอะไรเลย"
(David Crystal, The Cambridge Encyclopedia of the English Language, Cambridge University Press, 2019)
คู่มือนี้รวม 20 วลีภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการขอโทษและการขออภัย แบ่งตามหมวด: การขอโทษทั่วไป, วลีเรียกความสนใจ, วลีขอให้พูดซ้ำ, แบบทางการและแบบลายลักษณ์อักษร, และวิธีตอบรับคำขอโทษ. ทุกวลีมี IPA, บริบท และพื้นหลังทางวัฒนธรรม
ภาพรวมแบบเร็ว
การขอโทษ
การขอโทษแบบทั่วไปจะเด่นขึ้นเมื่อคุณทำผิด, ทำให้คนอื่นเดือดร้อน, หรือทำให้เกิดความรู้สึกแย่. งานวิจัยของ British Council ระบุว่า Sorry เป็นหนึ่งในคำที่ถูกพูดบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันของภาษาอังกฤษ
Sorry
//ˈsɒri//
ความหมายตามตัวอักษร: รู้สึกเสียใจ / รู้สึกผิด
“Sorry, I didn't mean to bump into you.”
ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจชนคุณ
เป็นรูปแบบการขอโทษที่ใช้ได้กว้างที่สุดในภาษาอังกฤษ. ในอังกฤษแบบบริติชแทบเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ: ใช้ขอโทษ, ขอให้พูดซ้ำ, และแสดงความเห็นใจได้ด้วย. ในอเมริกาจะไม่อัตโนมัติเท่า แต่ทุกคนเข้าใจและยอมรับ.
Sorry เป็นคำขอโทษที่ยืดหยุ่นที่สุดในภาษาอังกฤษ. แค่คำเดียวก็สื่อได้ว่าคุณยอมรับความผิด, แสดงความเห็นใจ, หรือแค่ขออะไรบางอย่าง. สำหรับคนไทยควรรู้ว่า, ในภาษาอังกฤษโดยเฉพาะแบบบริติช, Sorry ถูกพูดบ่อยกว่าคำว่า “ขอโทษ” ในภาษาไทยมาก. นี่ไม่ใช่การเสแสร้ง, แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม
I'm sorry
//aɪm ˈsɒri//
ความหมายตามตัวอักษร: ฉันรู้สึกเสียใจ
“I'm sorry I forgot your birthday. That was thoughtless of me.”
ฉันขอโทษที่ลืมวันเกิดคุณ ฉันไม่รอบคอบเอง
ตั้งใจและเป็นส่วนตัวมากกว่า 'Sorry' เฉยๆ. การมีประธาน ('I') ทำให้ดูรับผิดชอบและจริงใจขึ้น. เหมาะกว่าเมื่อคุณต้องขอโทษแบบจริงจัง.
I'm sorry แรงกว่า Sorry เดี่ยวๆ เพราะมีสรรพนาม “I” ทำให้รู้สึกเป็นเรื่องส่วนตัว. เมื่อคุณทำให้ใครเสียใจจริงๆ, ตำหนิเขา, หรือทำผิดร้ายแรง, รูปแบบนี้เป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติ. น้ำเสียงก็สำคัญ: ถ้าลงหนักที่ I'm จะเน้นความรับผิดชอบ, ถ้าลงหนักที่ sorry จะเน้นความรู้สึกเสียใจ
I apologize
//aɪ əˈpɒlədʒaɪz//
ความหมายตามตัวอักษร: ขออภัย
“I apologize for the confusion in my previous email.”
ขออภัยสำหรับความสับสนในอีเมลก่อนหน้าของฉัน
ใช้บ่อยในงานเขียนและการสื่อสารแบบมืออาชีพ. ในอังกฤษแบบบริติชรูปเขียนคือ 'I apologise' (สะกดด้วย s). ใช้พูดต่อหน้าก็ได้ แต่ในสถานการณ์ทั่วไปอาจฟังดูหนักเกินไป.
I apologize เป็นระดับทางการของการขอโทษ. ในจดหมายธุรกิจ, อีเมลทางการ, คำขอโทษต่อสาธารณะ และการประชุมงาน, รูปแบบนี้เป็นธรรมชาติ. การสะกดแบบบริติชคือ I apologise (s), แบบอเมริกันคือ I apologize (z), ทั้งสองถูกต้องเมื่อใช้ให้เหมาะกับบริบท
💡 เมื่อไหร่ใช้ Sorry, เมื่อไหร่ใช้ I apologize?
กฎง่ายๆ คือ, ในสถานการณ์พูดคุยทั่วไป Sorry หรือ I'm sorry จะเป็นธรรมชาติกว่า. ในงานเขียนหรือบริบททางการในที่ทำงาน (อีเมล, จดหมาย, การเจรจา) I apologize จะให้ภาพลักษณ์มืออาชีพกว่า
I'm so sorry
//aɪm soʊ ˈsɒri//
ความหมายตามตัวอักษร: ฉันเสียใจมาก
“I'm so sorry to hear about your father. Please let me know if there's anything I can do.”
ฉันเสียใจมากที่ได้ยินเรื่องคุณพ่อ บอกฉันได้นะถ้าฉันช่วยอะไรได้
ใช้แสดงความเห็นใจและความเสียใจอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเรื่องการสูญเสีย, เจ็บป่วย, หรือข่าวร้าย. คำขยาย 'so' เพิ่มความใกล้ชิดทางอารมณ์. ไม่ได้เว่อร์, แต่เป็นการปลอบใจที่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษ.
I'm so sorry มักใช้เป็นธรรมชาติในสองสถานการณ์: เมื่อทำผิดร้ายแรง, และเมื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์หนักๆ. เมื่อได้ยินเรื่องการสูญเสีย, อุบัติเหตุ, หรือสถานการณ์ยากลำบาก, คนมักตอบแบบอัตโนมัติด้วยรูปแบบนี้, ไม่ใช่ Sorry เฉยๆ. so ไม่ได้เกินจริง, แต่มันเป็นตัวบอกอารมณ์ที่พบได้ทั่วไปในภาษาอังกฤษ
My apologies
//maɪ əˈpɒlədʒiz//
ความหมายตามตัวอักษร: คำขอโทษของฉัน
“My apologies for the late reply — I was traveling.”
ขออภัยที่ตอบช้า ฉันเดินทางอยู่
ค่อนข้างทางการแต่ยังเป็นส่วนตัว. ใช้ได้เป็นธรรมชาติในต้นอีเมล, ตอนเริ่มโทรศัพท์, และสถานการณ์ธุรกิจ. ในอังกฤษแบบบริติชนิยมมาก โดยมักเลือกใช้แทน 'Sorry' เพื่อให้ดูสุภาพขึ้น.
My apologies พบได้บ่อยในสื่อสารแบบบริติชและกึ่งทางการ. เป็นประโยคเปิดอีเมลที่พบบ่อยเมื่อคุณตอบช้า, ยกเลิกกะทันหัน, หรือขออภัยที่รบกวน. ข้อดีคือมันเป็นส่วนตัวกว่า I apologize แต่ยังดูเป็นมืออาชีพ
การเรียกความสนใจและการรบกวนเล็กน้อย
วลีเหล่านี้ไม่ใช่การขอโทษแบบตรงตัว, แต่มักใช้ขออภัยสำหรับการรบกวนเล็กน้อย, การเดินผ่านฝูงชน, หรือการเข้าหาคนแปลกหน้า. งานวิจัยของ Trudgill & Hannah ใน International English ระบุว่า Excuse me เป็นหนึ่งในวลีมารยาทที่ขึ้นกับวัฒนธรรมมากที่สุดในภาษาอังกฤษ, การใช้และความถี่ต่างกันตามภูมิภาค
Excuse me
//ɪkˈskjuːz miː//
ความหมายตามตัวอักษร: ขอให้ยกโทษให้ฉัน
“Excuse me, do you know where the nearest pharmacy is?”
ขอโทษนะ คุณพอรู้ไหมว่าร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดอยู่ไหน
ใช้เรียกความสนใจ, ขอทางในที่คนเยอะ, และเข้าหาคนแปลกหน้า. ถ้าพูดเป็นคำถาม ('Excuse me?') จะเท่ากับ 'หือ? / ว่าไงนะ?' คือคุณฟังไม่ทัน. ในอเมริกา มันทำหน้าที่คล้ายกับที่บริติชใช้ 'Sorry'.
Excuse me เป็นวลีขออภัยที่ใช้ได้กว้างที่สุดในภาษาอังกฤษ. จะเรียกคนแปลกหน้า? Excuse me. จะเบียดผ่านคน? Excuse me. จะขัดจังหวะใคร? Excuse me. ไม่ได้ยินคำถาม? Excuse me? ด้วยเสียงสูงท้ายประโยค. สำหรับคนไทยมันเข้าใจง่าย, เพราะตรรกะคล้ายคำว่า “ขอโทษนะ” เวลาเข้าไปถามหรือขอทาง
Pardon me
//ˈpɑːrdən miː//
ความหมายตามตัวอักษร: ขอให้ยกโทษให้ฉัน
“Pardon me, I seem to have taken your seat by mistake.”
ขออภัยนะ ดูเหมือนฉันจะนั่งที่คุณผิดไป
เป็นคำขออภัยที่ค่อนข้างทางการในอเมริกา โดยเฉพาะในที่สาธารณะ (ร้านอาหาร, โรงหนัง, ขนส่งสาธารณะ). ในอังกฤษแบบบริติชมักใช้ 'Pardon?' (เดี่ยวๆ แบบคำถาม) มากกว่า แต่ 'Pardon me' ก็เข้าใจและยอมรับได้.
Pardon me ทางการและสุภาพกว่า Excuse me เล็กน้อย, เหมาะกับร้านอาหาร, โรงละคร, หรือการพบปะที่เป็นทางการกว่า. ในอเมริกามันเป็นตัวเลือกที่ดูเนี้ยบเมื่อ Excuse me ฟังดูธรรมดาเกินไป. ในบริบทบริติชจะไม่ค่อยใช้, แต่ก็ไม่ใช่คำแปลก
Coming through!
//ˈkʌmɪŋ θruː//
ความหมายตามตัวอักษร: ฉันกำลังผ่าน!
“Coming through! Hot coffee!”
ขอทางหน่อย! กาแฟร้อน!
คำสั้นๆ ที่มั่นใจ ใช้ในที่แออัด (งานเทศกาล, ตลาด, ทางเดิน). ไม่ใช่การขอโทษ แต่เป็นการเตือนล่วงหน้า. มักพูดโดยพนักงานเสิร์ฟ, คนส่งของ, หรือคนที่กำลังฝ่าฝูงชน.
Coming through! ไม่ใช่คำขอโทษ, แต่มันคือการประกาศสั้นๆ แบบมั่นใจว่า “ฉันจะผ่าน ขอทางหน่อย.” มีประโยชน์มากในห้างที่คนแน่น, คอนเสิร์ต, หรือทางเดินแคบ. เครื่องหมายอัศเจรีย์มีเหตุผล, เพราะคนมักพูดด้วยเสียงดังขึ้น
วลีขอให้พูดซ้ำ
วลีเหล่านี้ไม่ใช่การขอโทษ, แต่ใช้บอกอย่างสุภาพว่าคุณไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด. ในภาษาอังกฤษมีวิธีขอให้พูดซ้ำที่นุ่มนวลกว่า “What?” แบบตรงๆ
Pardon?
//ˈpɑːrdən//
ความหมายตามตัวอักษร: ขออภัย?
“Pardon? I didn't quite catch that.”
ว่าไงนะ? ฉันฟังไม่ค่อยทัน
ในอังกฤษแบบบริติชเป็นวิธีที่สุภาพที่สุดในการขอให้พูดซ้ำ. ออกเสียงเป็นคำถามด้วยเสียงสูงท้ายคำ. ในอเมริกาพบน้อยกว่า โดยมักใช้ 'Sorry?' หรือ 'I'm sorry?' ในสถานการณ์เดียวกัน.
Pardon? คือความสุภาพขั้นสุดเวลาอยากให้พูดซ้ำ. ในอังกฤษแบบบริติชเป็นรูปแบบพื้นฐานที่สอนเด็กแทน “What?”. สำหรับคนไทยให้จำง่ายๆ ว่ามันให้ความรู้สึกคล้าย “ว่าไงนะ?” ที่สุภาพ, สั้น, และสื่อว่าคุณตั้งใจฟังแต่ได้ยินไม่ชัด
Sorry?
//ˈsɒri//
ความหมายตามตัวอักษร: เสียใจ?
“Sorry? Could you say that again, please?”
หือ? ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม
ในอังกฤษแบบบริติชใช้มากในฐานะคำขอให้พูดซ้ำแบบกันเองและแทบอัตโนมัติ. เสียงสูงท้ายคำทำให้ต่างจาก 'Sorry' ที่เป็นการขอโทษ. ในอเมริกามักใช้ 'I'm sorry?' หรือ 'Come again?' ในบทบาทคล้ายกัน.
Sorry? (พูดเป็นคำถาม) เป็นรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของบริติช และมักหลุดปากเมื่อฟังไม่ทัน. สำหรับคนไทยอาจแปลกที่คำเดียวกันใช้ได้ทั้ง “ขอโทษ” และ “ขอให้พูดซ้ำ”. แต่บริบทและน้ำเสียงทำให้แยกได้ชัดเสมอ
Could you repeat that?
//kʊd juː rɪˈpiːt ðæt//
ความหมายตามตัวอักษร: คุณช่วยพูดซ้ำได้ไหม?
“I'm sorry, could you repeat that? The connection isn't great.”
ขอโทษนะ ช่วยพูดซ้ำได้ไหม สัญญาณไม่ค่อยดี
ใช้บ่อยที่สุดในโทรศัพท์, ประชุมออนไลน์, และที่เสียงดัง. ไม่หยาบและไม่เสียมารยาท, แต่สื่อชัดว่ามีปัญหาด้านเสียงหรือการได้ยิน.
Could you repeat that? เป็นรูปแบบที่ชัดที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับการขอให้พูดซ้ำ. แทบไม่มีโอกาสเข้าใจผิดและไม่มีหลุมพรางทางวัฒนธรรม. ในการโทรและวิดีโอคอลมันแทบเป็นประโยคจำเป็น, เพราะคุณภาพสัญญาณและเสียงรบกวนทำให้ฟังยาก
I didn't catch that
//aɪ ˈdɪdnt kætʃ ðæt//
ความหมายตามตัวอักษร: ฉันจับมันไม่ทัน
“Sorry, I didn't catch that — could you say it louder?”
ขอโทษนะ เมื่อกี้ฉันฟังไม่ทัน ช่วยพูดดังขึ้นได้ไหม
เป็นรูปแบบกันเองและเป็นธรรมชาติ โดยชี้ไปที่ปัญหาการได้ยินมากกว่าความไม่เข้าใจ. การใช้คำกริยา 'catch' แบบเปรียบเทียบนี้พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษ.
I didn't catch that เป็นธรรมชาติและไม่เป็นทางการกว่า Could you repeat that? คำกริยา catch ตรงนี้หมายถึง “จับใจความ, ฟังทัน”. เป็นสำนวนที่ควรใช้ให้คล่อง เพราะทำให้การพูดฟังดูเป็นธรรมชาติทันที
⚠️ อย่าพูดแค่ “What?” คำเดียว
คำถามตรงๆ อย่าง “What?” ไม่ได้หยาบเสมอไป แต่เจ้าของภาษามักรู้สึกว่าห้วน. อย่างน้อยให้เติม “Sorry” เข้าไป: “Sorry, what?” จะฟังเป็นธรรมชาติและยอมรับได้มาก
การขอโทษแบบทางการในงานเขียน
ในอีเมลธุรกิจและจดหมายทางการ การขอโทษมีหลักต่างจากการพูด. British Council ระบุว่า การเขียนอีเมลขอโทษเป็นหนึ่งในจุดที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษสายอาชีพต้องพัฒนาบ่อยที่สุด
กรณีตอบช้า:
Dear Ms. Thompson,
I apologize for the delayed response — I was traveling for the past week and only now had the opportunity to review your message in full.
Best regards, [Név]
กรณีทำให้ไม่สะดวกโดยทั่วไป:
Please accept my sincere apologies for any inconvenience this may have caused. We are taking immediate steps to resolve the issue.
กรณีสินค้า/บริการผิดพลาด:
I apologize for any inconvenience caused by the error in your order. We will ship the correct item immediately at no additional cost.
💡 เกี่ยวกับวลี 'any inconvenience'
ประโยค “I apologize for any inconvenience caused” ในภาษาอังกฤษธุรกิจแทบเป็นวลีสำเร็จรูป และนั่นไม่จำเป็นต้องแย่. ผู้อ่านเข้าใจทันที และคาดหวังในบริบททางการ. ถ้าคุณอยากให้เป็นส่วนตัวขึ้น ให้เขียนให้เฉพาะเจาะจง: “I apologize for the confusion regarding your invoice” (ขออภัยสำหรับความสับสนเกี่ยวกับใบแจ้งหนี้ของคุณ)
โครงสร้างจดหมายขอโทษแบบทางการมักเป็น: (1) กล่าวคำขอโทษ, (2) ยอมรับความผิด, (3) อธิบายผลกระทบหรือวิธีแก้, (4) ยืนยันอีกครั้งว่าจะจัดการ. โครงแบบ 4 ขั้นนี้เป็นมาตรฐานในภาษาอังกฤษ และตามคำแนะนำของบรรณาธิการ Cambridge Dictionary มันเป็นรูปแบบพื้นฐานของจดหมายธุรกิจ
จะตอบรับคำขอโทษอย่างไร?
การรู้วิธีตอบเมื่อมีคนขอโทษสำคัญพอๆ กับการรู้วิธีขอโทษเอง. ในภาษาอังกฤษมีคำตอบมาตรฐานหลายแบบ และระดับความเป็นทางการต้องให้เข้ากับสถานการณ์
| เขาพูดว่า | คำตอบแบบทางการ | คำตอบแบบกันเอง |
|---|---|---|
| Sorry | That's quite alright | No worries |
| I'm sorry | Please, don't worry about it | It's fine |
| I apologize | I appreciate that | No big deal |
| My apologies | Thank you for letting me know | Forget about it |
| I'm so sorry | It's not your fault | Hey, these things happen |
| Excuse me | Not at all | Sure, go ahead |
That's okay (/ðæts oʊˈkeɪ/) เป็นคำตอบรับที่พบบ่อยมาก, เป็นกลาง เป็นมิตร และใช้ได้แทบทุกสถานการณ์
No worries (/noʊ ˈwʌriz/) เป็นแบบกันเอง, พบมากในอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย, สื่อว่า “ไม่เป็นไร ไม่ได้เดือดร้อน.” ในอเมริกาก็เข้าใจและยอมรับ แต่ที่นั่นมักใช้ No problem คู่กัน
It happens (/ɪt ˈhæpənz/) สื่อว่า “มันเกิดขึ้นได้ เป็นเรื่องปกติ.” ทั้งช่วยเปิดใจและให้อภัย, ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเบาลง
⚠️ อย่าตอบแค่ “Yes” เมื่อมีคนขอโทษ
ถ้ามีคนพูดว่า “I'm sorry” แล้วคุณตอบว่า “Yes” มันแปลว่า “ใช่ คุณผิดจริงๆ.” มันอาจทำร้ายความรู้สึก. ให้ตอบด้วยวลีรับคำขอโทษสักแบบ, อย่าตอบแค่ “ใช่”
ความต่างระหว่างบริติชกับอเมริกัน
🌍 วัฒนธรรม Sorry แบบบริติช: ทำไมเขาถึงพูดขอโทษบ่อย?
ในอังกฤษแบบบริติช หน้าที่ของ “Sorry” ไปไกลกว่าการขอโทษมาก. คนบริติชพูดมันเมื่อมีคนชนเขา (ทั้งที่อีกฝ่ายผิด), ตอนแทรกเข้าคิว, ตอนเรียกคนแปลกหน้า, ตอนฟังคำถามไม่ทัน, และแม้แต่ตอนแค่บอกว่าเขารับรู้การมีอยู่ของอีกฝ่าย. David Crystal มองว่านี่คือพิธีกรรมความสุภาพของสังคมบริติช: “Sorry” ในกรณีนี้ไม่ได้ยอมรับความผิด แต่เป็นตัวช่วยทำให้สถานการณ์นุ่มนวลขึ้น, เป็นเหมือนน้ำมันหล่อลื่นของกลไกทางวัฒนธรรมที่หลีกเลี่ยงการปะทะตรงๆ
โดยทั่วไปชาวอเมริกันพูด “Sorry” น้อยกว่าในสถานการณ์แบบเดียวกัน, และมักใช้ “Excuse me” เพื่อเรียกความสนใจและขออภัยเรื่องเล็กน้อย. นี่ไม่ได้แปลว่าเขาสุภาพน้อยกว่า, แค่เลือกเครื่องมือคนละแบบเพื่อรักษาความกลมเกลียว
สำหรับคนไทยควรรู้ไว้: ถ้าคุณอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบบริติช แล้วมีคนพูดกับคุณว่า “Sorry!” ทั้งที่คุณเป็นฝ่ายชนเขา, อย่าแปลกใจ. นี่คือปฏิกิริยาอัตโนมัติแบบบริติช ไม่ใช่การโทษตัวเอง
ตารางบริบท: เปรียบเทียบการขอโทษแบบบริติชและอเมริกัน
| สถานการณ์ | แบบบริติช | แบบอเมริกัน |
|---|---|---|
| มีคนชนเรา | Sorry! | Excuse me! |
| เราเข้าหาคนแปลกหน้า | Sorry, excuse me... | Excuse me... |
| เราฟังไม่ทัน | Sorry? / Pardon? | I'm sorry? / Come again? |
| เราผ่านฝูงชน | Sorry, excuse me | Excuse me, pardon me |
| เรามาสายประชุม | I'm so sorry I'm late | Sorry I'm late / My apologies |
| เราทำผิดร้ายแรง | I'm terribly sorry | I'm really sorry / I apologize |
| ในจดหมายทางการ | Please accept my sincere apologies | I sincerely apologize for... |
| การสูญเสีย, สถานการณ์หนัก | I'm so sorry to hear that | I'm so sorry for your loss |
ฝึกกับคอนเทนต์ภาษาอังกฤษจริง
คุณจะจำวลีขอโทษได้ดีที่สุดจากบทสนทนาจริง, เพราะคุณเห็นบริบท, ได้ยินน้ำเสียง, และรับรู้ความต่างทางวัฒนธรรม. ในซีรีส์บริติช (เช่น Fleabag หรือ Downton Abbey) คุณจะได้ยิน Sorry หลายแบบ; ในหนังและซีรีส์อเมริกัน (เช่น The Office US) มักเจอ Excuse me และ I apologize มากกว่า
ด้วยแอป Wordy คุณดูหนังและซีรีส์ภาษาอังกฤษพร้อมซับแบบโต้ตอบได้: คุณกดที่วลีไหนก็ได้ แล้วเห็นการออกเสียง, ระดับความเป็นทางการ และบริบททางวัฒนธรรมทันที. แบบนี้คุณไม่ได้รู้แค่ทฤษฎี, แต่ซึมซับจากบทพูดจริงเหมือนที่เจ้าของภาษาเรียนรู้
คู่มือ หนังที่ดีที่สุดสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ ของเราช่วยคุณหาเรื่องที่มีวลีขอโทษและขออภัยแบบเป็นธรรมชาติในทั้งสองสำเนียง. เริ่มเรียนได้ที่ หน้าเรียนภาษาอังกฤษของ Wordy.
คำถามที่พบบ่อย
ต่างกันยังไงระหว่าง sorry กับ excuse me?
ขอโทษแบบเป็นทางการเป็นภาษาอังกฤษพูดยังไง?
Pardon แปลว่าอะไรในภาษาอังกฤษ?
ตอบรับคำขอโทษเป็นภาษาอังกฤษพูดยังไง?
ทำไมคนอังกฤษพูด sorry บ่อยกว่าคนอเมริกัน?
แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง
- Crystal, David (2019). สารานุกรมภาษาอังกฤษของ Cambridge. Cambridge University Press.
- Trudgill, Peter และ Hannah, Jean (2008). ภาษาอังกฤษนานาชาติ. Routledge.
- British Council (2023). รายงานวิจัยระดับโลกด้านการสอนภาษาอังกฤษ: English Language Teaching. British Council.
- Merriam-Webster Dictionary (2026). merriam-webster.com.
เริ่มเรียนรู้กับ Wordy
ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

