← กลับไปที่บล็อก
🇬🇧อังกฤษ

ขอเป็นภาษาอังกฤษ: 20+ คำขอสุภาพและสำนวน “please”

โดย Sandor25 กุมภาพันธ์ 2569อ่าน 9 นาที

คำตอบด่วน

ในภาษาอังกฤษ “please” (/pliːz/) วางได้ทั้งท้ายหรือหน้าประโยค แต่การวางท้ายฟังเป็นธรรมชาติกว่า: “Could you help me, please?” คำขอสุภาพมักสร้างด้วยกริยาช่วย: “Could you...?” (สุภาพ), “Would you mind...?” (สุภาพมาก), “Can you...?” (ไม่เป็นทางการ) การพูด “please” เดี่ยวๆ (เหมือนคำสั่ง) อาจฟังแข็งและคล้ายสั่งเล็กน้อย

คำตอบสั้นๆ

ในภาษาอังกฤษ คำที่ตรงกับ „kérem” ที่ตรงที่สุดคือ please (/pliːz/) และมักวางไว้ท้ายประโยค: “Could you open the door, please?” ไม่ใช่ต้นประโยคแบบที่เป็นธรรมชาติในภาษาไทย นี่เป็นความต่างแรกๆ ที่ควรฝึกให้ชิน

แต่ “please” เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง เครื่องมือความสุภาพที่แท้จริงของภาษาอังกฤษคือกริยาช่วย (modal verbs) ในจุดที่ภาษาไทยจะพูดว่า “ช่วยเปิดหน้าต่างให้หน่อยได้ไหม” เจ้าของภาษาอังกฤษมักพูดว่า “Could you open the window?” และแค่นี้ก็สุภาพมากแล้ว แม้ไม่ใส่ please ก็ตาม ความสุภาพอยู่ที่การเลือกกริยา

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่หรือภาษาที่สองของคนราว 1,5 พันล้านคนตามข้อมูล Ethnologue ปี 2024 และระดับความสุภาพก็มีความต่างระหว่างอังกฤษแบบอังกฤษ อังกฤษแบบอเมริกัน และอังกฤษแบบออสเตรเลีย ชาวอังกฤษมักขอแบบอ้อมกว่า ชาวอเมริกันตรงกว่า และชาวออสเตรเลียสบายๆ กว่า คู่มือนี้รวม 20 รูปแบบการขอร้องที่สำคัญ เรียงตามระดับความเป็นทางการ พร้อมการออกเสียง ตัวอย่าง และบริบททางวัฒนธรรม

"ในภาษาอังกฤษ ความสุภาพไม่ได้ผูกกับคำคำเดียว, การเติม 'please' มีความหมายน้อยกว่าการใช้รูปกริยาและการพูดอ้อมให้เหมาะสม"

(Peter Trudgill และ Jean Hannah, International English, Routledge, 2008)


ภาพรวมแบบเร็ว


ตำแหน่งของคำว่า „please” ในประโยค

ความผิดพลาดที่พบบ่อยมากของคนไทยคือวาง “please” ไว้ต้นประโยค เพราะภาษาไทยมักเริ่มด้วย “กรุณา” หรือ “ช่วยหน่อย” ภาษาอังกฤษก็ทำได้ แต่ให้ความรู้สึกต่างกัน

ท้ายประโยค คือธรรมชาติ สุภาพ และเป็นกลาง:

  • “A coffee, please.” (ขอกาแฟหนึ่งแก้วค่ะ/ครับ)
  • “Could you close the door, please?” (ช่วยปิดประตูให้หน่อยได้ไหมคะ/ครับ)
  • “Pass the salt, please.” (ช่วยส่งเกลือให้หน่อยค่ะ/ครับ)

ต้นประโยค ยอมรับได้ แต่จะหนักแน่นกว่า และบางครั้งเหมือนเร่ง:

  • “Please be quiet.” (กรุณาเงียบ) รู้สึกเหมือนสั่ง
  • “Please don't do that.” (กรุณาอย่าทำแบบนั้น)
  • “Please, I really need your help.” (ขอร้อง ฉันต้องการความช่วยเหลือจริงๆ) โทนเหมือนวิงวอน

⚠️ พูดแค่ „Please!” อาจฟังดูห้วน

ถ้าคุณพูดกับใครแค่ว่า “Please!” ในภาษาอังกฤษ มักสื่อความไม่อดทนหรือหงุดหงิด ไม่ใช่ความสุภาพ ควรใช้ในประโยคเต็ม เช่น “Could you hurry up, please?” ถ้าคุณพูด “Please” แบบอุทาน คุณกำลังสื่อว่า “พอได้แล้วนะ”

ทำไมท้ายประโยคถึงธรรมชาติกว่า? งานวิจัยเรื่องความสุภาพของอังกฤษ โดยเฉพาะ Penelope Brown และ Stephen Levinson ใน Politeness: Some Universals in Language Usage (1978) อธิบายว่า ตัวบ่งชี้การขอร้องที่อยู่ต้นประโยคมักให้ความรู้สึกเป็นคำสั่งมากกว่า ส่วน “please” ที่อยู่ท้ายประโยคช่วยทำให้คำขอนุ่มลง และกระทบความเป็นอิสระของผู้ฟังน้อยกว่า สรุปคือ ท้ายประโยคเหมือน “เติมความสุภาพ” ต้นประโยคเหมือน “ออกคำสั่ง”


ระดับการขอร้องตามลำดับ

คำขอในภาษาอังกฤษแบ่งได้เป็น 4 ระดับหลักตามความเป็นทางการ

Can you...?

ไม่เป็นทางการ

//kæn juː//

ความหมายตามตัวอักษร: คุณทำได้ไหม?

Can you help me with this?

ช่วยฉันเรื่องนี้ได้ไหม?

🌍

เป็นธรรมชาติในหมู่เพื่อน คนรู้จัก และเพื่อนร่วมงาน ในเชิงไวยากรณ์เหมือนถามความสามารถ ('ทำได้ไหม') แต่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นคำขอ ถ้าพูดกับคนแปลกหน้าหรือหัวหน้าอาจฟังดูตรงไปนิดหน่อย

นี่คือรูปแบบที่ตรงที่สุด เหมาะกับเพื่อน พี่น้อง และเพื่อนร่วมงานที่สนิท ถ้าคุณขออะไรจากคนที่ไม่ค่อยรู้จัก “Can you?” อาจฟังดูรุกไปหน่อย ในกรณีนั้น “Could you?” ปลอดภัยกว่า

ต้องรู้ไว้ว่าในภาษาอังกฤษ “Can you?” ไม่ได้ตั้งใจถามว่าเขาทำได้ทางกายภาพไหม แต่มันเป็นสูตรการขอร้อง ทุกคนรู้ว่าเป็นคำขอ ไม่ใช่คำถามเรื่องความสามารถ

Could you...?

สุภาพ

//kʊd juː//

ความหมายตามตัวอักษร: คุณพอจะ...ได้ไหม?

Could you send me the report by Friday?

ช่วยส่งรายงานให้ฉันภายในวันศุกร์ได้ไหม?

🌍

เหมาะกับคนแปลกหน้า ลูกค้า หัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่สนิท รูปอดีต ('could' แทน 'can') สร้างระยะห่างและความสุภาพ ใช้ได้ปลอดภัยแทบทุกสถานการณ์

“Could you?” คือรูปแบบพื้นฐานที่สุดของคำขอแบบสุภาพ ในไวยากรณ์อังกฤษ รูปอดีตหรือเชิงเงื่อนไขช่วยสร้างระยะห่างระหว่างคำขอกับผู้ฟัง ระยะห่างนี้สื่อความสุภาพ David Crystal ใน The Cambridge Encyclopedia of the English Language (Cambridge University Press, 2019) ระบุว่า การใช้กริยาช่วยแบบนี้ในเชิงปฏิบัติภาษาเป็นลักษณะเด่นของภาษาอังกฤษ

ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะใช้รูปแบบไหน “Could you...?” มักถูกต้องเกือบเสมอ

Would you mind...?

เป็นทางการ

//wʊd juː maɪnd//

ความหมายตามตัวอักษร: คุณจะรำคาญไหมถ้า...?

Would you mind closing the window?

จะรบกวนช่วยปิดหน้าต่างให้หน่อยได้ไหม?

🌍

สุภาพมาก และนิยมมากในอังกฤษ ต้องตามด้วยกริยา -ing ('closing' ไม่ใช่ 'close') ตรรกะการตอบกลับด้าน: 'No' = ทำให้, 'Yes' = รบกวน

นี่เป็นหนึ่งในรูปแบบที่คนไทยสับสนที่สุด ไม่ใช่เพราะออกเสียง แต่เพราะตรรกะการตอบ ดูรายละเอียดในหัวข้อ “กับดัก Would you mind” ด้านล่าง

ด้านไวยากรณ์: “Would you mind + กริยา-ing” คือโครงสร้างที่ถูกต้องเท่านั้น “Would you mind to close” ผิด “Would you mind if I opened the window?” ก็ถูกต้องเช่นกัน ตรงนี้ประธานคือฉัน ไม่ใช่คนที่ถูกขอ

I was wondering if you could...

เป็นทางการมาก

//aɪ wɒz ˈwʌndərɪŋ ɪf juː kʊd//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันกำลังคิดอยู่ว่าคุณพอจะ...ได้ไหม

I was wondering if you could review my proposal before the meeting.

ขอรบกวนช่วยดูข้อเสนอของฉันก่อนประชุมได้ไหม?

🌍

เป็นรูปแบบที่เป็นทางการและอ้อมที่สุด พบมากในอังกฤษ เหมาะกับหัวหน้า ลูกค้า หรือผู้มีอำนาจที่ไม่คุ้นเคย ใช้พูดได้ ไม่ได้จำกัดแค่อีเมล

รูปแบบนี้แทบทำเหมือนว่า “ยังไม่ได้ขอจริงๆ” แค่ “กำลังคิดอยู่” นี่คือความอ้อมแบบอังกฤษขั้นสุด นักศึกษาที่อ็อกซ์ฟอร์ดและเคมบริดจ์มักใช้เมื่อเขียนอีเมลถึงอาจารย์ ถ้าคุณได้รับคำขอแบบนี้ แปลว่าอีกฝ่ายให้เกียรติคุณมาก


ในร้านอาหารและร้านค้า

คำขอในร้านอาหารและร้านค้ามีสูตรเฉพาะ ควรแยกฝึก เพราะเจอบ่อยที่สุดในชีวิตจริง

I'd like..., please

สุภาพ

//aɪd laɪk pliːz//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันอยากได้..., กรุณา

I'd like a cappuccino, please.

ฉันอยากได้คาปูชิโน่หนึ่งแก้วค่ะ/ครับ

🌍

เป็นรูปแบบสั่งที่ยอมรับที่สุดในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ 'I'd like' (ย่อจาก I would like) สุภาพกว่า 'I want' ซึ่งฟังดูห้วนและเหมือนเด็ก

“I'd like” คือสูตรพื้นฐานของภาษาอังกฤษในร้านอาหาร ควรใช้แทนประโยคสั้นๆ แบบ “I want” เสมอ “I want” ไม่ได้หยาบเสมอไป เด็กและคนพูดตรงก็ใช้ แต่กับคนแปลกหน้าและพนักงาน “I'd like” ให้ความรู้สึกดีกว่ามาก

อีกแบบคือ “I'll have...” ซึ่งพบมากในสหรัฐอเมริกา: “I'll have the chicken, please.” ฟังเป็นมิตรและธรรมชาติ แต่ในอังกฤษพบได้น้อยกว่า

Could I have...?

สุภาพ

//kʊd aɪ hæv//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันพอจะขอ...ได้ไหม

Could I have the menu, please?

ขอเมนูหน่อยได้ไหมคะ/ครับ

🌍

ใช้ได้ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า และเคาน์เตอร์ต้อนรับ 'Could' ทำให้สุภาพขึ้น ใช้ได้ทั้งอังกฤษและอเมริกา

นี่ตรงกว่า “I'd like” นิดหน่อย แต่ยังสุภาพเต็มที่ ถ้าคุณเปิดเมนูแล้วชี้อาหาร “Could I have this one, please?” เป็นธรรมชาติและถูกต้อง

Can I get...?

ไม่เป็นทางการ

//kæn aɪ ɡet//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันขอ...ได้ไหม

Can I get a large coffee to go?

ขอกาแฟแก้วใหญ่กลับบ้านได้ไหมคะ/ครับ

🌍

รูปแบบสั่งแบบกันเองที่พบมากในสหรัฐอเมริกา ใช้ทุกวันในคาเฟ่และฟาสต์ฟู้ด ในอังกฤษจะฟังแปลกกว่า โดยที่ 'I'd like' และ 'Could I have' ธรรมชาติกว่า

ถ้าคุณอยู่ลอนดอน ควรจำ “I'd like” และ “Could I have” มากกว่า เพราะ “Can I get?” อาจฟังไม่คุ้นในอังกฤษ แต่ถ้าคุณอยู่สหรัฐอเมริกา “Can I get?” เป็นธรรมชาติในคาเฟ่และร้านอาหารแทบทุกที่


การขออนุญาต

เมื่อคุณไม่ได้ขอ “สิ่งของ” แต่ขออนุญาต “ทำบางอย่าง” ควรใช้รูปแบบอีกชุดหนึ่ง

May I...?

เป็นทางการ

//meɪ aɪ//

ความหมายตามตัวอักษร: ขออนุญาต...?

May I come in?

ขออนุญาตเข้าไปได้ไหมคะ/ครับ

🌍

การขออนุญาตแบบเป็นทางการ พบในห้องเรียนและสถานการณ์ทางการ เป็นเวอร์ชันที่เป็นทางการกว่าของ 'Can I?' ในอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของการสอนในโรงเรียนแบบดั้งเดิม: รูปที่ถูกคือ 'May I?' ไม่ใช่ 'Can I?'

“May I?” คือคลาสสิกของการขออนุญาตแบบเป็นทางการ ในโรงเรียนอังกฤษ ครูยังแก้ให้เห็นอยู่: “Can I go to the toilet?” → “May I go to the toilet?” ในการใช้จริงของผู้ใหญ่ ความต่างนี้ไม่ชัดมากแล้ว แต่ “May I” ยังฟังเป็นทางการกว่าเสมอ

Could I...?

สุภาพ

//kʊd aɪ//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันพอจะทำได้ไหม

Could I leave a bit early today?

วันนี้ฉันขอกลับก่อนนิดหน่อยได้ไหม?

🌍

เป็นรูปแบบขออนุญาตที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ยังสุภาพ เหมาะทั้งที่ทำงาน เวลาถามหัวหน้า และในสถานบริการ เป็นกลางกว่า 'May I'

“Could I?” เป็นรูปแบบขออนุญาตที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน คุณจะได้ยินในที่ทำงาน โรงเรียน และโรงแรม “May I?” ดูยกขึ้นกว่า ส่วน “Could I?” สมดุลระหว่างความเป็นทางการและความเป็นธรรมชาติ

Is it okay if I...?

ไม่เป็นทางการ

//ɪz ɪt ˈoʊkeɪ ɪf aɪ//

ความหมายตามตัวอักษร: โอเคไหมถ้าฉัน...?

Is it okay if I bring a friend?

โอเคไหมถ้าฉันพาเพื่อนไปด้วย?

🌍

เป็นมิตรและสบายๆ เหมาะกับเพื่อนและคนรู้จัก ไม่เหมาะกับสถานการณ์ทางการ (หัวหน้า หน่วยงาน) บางครั้งจะได้ยิน 'Is that okay if...'

Would it be alright if...?

เป็นทางการ

//wʊd ɪt biː ɔːlˈraɪt ɪf//

ความหมายตามตัวอักษร: จะเป็นไรไหมถ้า...?

Would it be alright if I called you back tomorrow?

จะโอเคไหมถ้าฉันโทรกลับพรุ่งนี้?

🌍

สุภาพและอ้อม เหมาะกับหัวหน้าและลูกค้า 'Would it be okay if...' เป็นเวอร์ชันที่สบายกว่านิดหน่อย ใช้ในที่ทำงานและสถานการณ์ทางการ


การขอความสนใจ

ถ้าคุณจะพูดกับคนแปลกหน้า คุณควรเรียกความสนใจก่อน

Excuse me, could you...?

สุภาพ

//ɪkˈskjuːz miː kʊd juː//

ความหมายตามตัวอักษร: ขออภัย คุณพอจะ...ได้ไหม

Excuse me, could you tell me the way to the station?

ขอโทษนะ ช่วยบอกทางไปสถานีได้ไหมคะ/ครับ

🌍

เป็นสูตรมาตรฐานของคำขอในที่สาธารณะ เป็นการรวม 'Excuse me' (เรียกความสนใจ) + 'could you' (คำขอ) ใช้ได้ทั่วไปในทุกประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ

“Excuse me” ใช้เปิดบทสนทนา มันบอกว่าคุณไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะอย่างหยาบคาย แล้ว “could you” ที่ตามมาจะทำให้คำขอนุ่มขึ้น ชุดนี้เหมาะมากสำหรับเรียกคนแปลกหน้าบนถนน ในขนส่งสาธารณะ และในออฟฟิศ

I hate to bother you, but...

สุภาพ

//aɪ heɪt tə ˈbɒðər juː bʌt//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันไม่อยากรบกวนคุณ แต่...

I hate to bother you, but could you turn down the music?

ขอโทษที่รบกวน แต่ช่วยเบาเพลงลงหน่อยได้ไหม?

🌍

มีการขอโทษล่วงหน้า ทำให้ภาระของคำขอลดลง เป็นที่นิยมในอังกฤษ เพราะการขอโทษก่อนแสดงว่าคุณรู้ว่าคำขออาจทำให้อีกฝ่ายไม่สะดวก

รูปแบบนี้สื่อว่าคุณรู้ตัวว่ากำลังรบกวนอีกฝ่าย ความสุภาพแบบอังกฤษมักยอมรับภาระของคำขอล่วงหน้า ซึ่งทำให้สุภาพขึ้นแบบย้อนแย้ง “I'm sorry to disturb you, but...” ทำหน้าที่เดียวกัน


กับดักของ „Would you mind”

🌍 โครงสร้างความสุภาพแบบแองโกลที่ทำให้สับสนที่สุด

กับดักหลักของ “Would you mind + -ing?” คือ ตรรกะการตอบ มันทำให้คนที่ไม่ได้โตมากับภาษาอังกฤษสับสนแทบทุกคน

คำถาม “Would you mind opening the window?” แปลตรงตัวว่า “คุณจะรำคาญไหมถ้าคุณเปิดหน้าต่าง?”

  • คำตอบ “ใช่” ที่ถูก (ฉันจะทำให้): “No, not at all.” / “Of course not.” / “Sure!” / “No problem.”
  • คำตอบ “ไม่” ที่ถูก (ฉันจะไม่ทำ): “Yes, actually I would.” / “Actually, I'd rather not.”

ดังนั้น: No = ใช่, ฉันทำให้. Yes = ไม่, ฉันไม่ทำ. มันกลับกันกับที่คนไทยมักคาดหวัง

เพราะแบบนี้ การตอบ “Yes” ต่อ “Would you mind?” อาจทำให้บรรยากาศอึดอัดนิดหน่อย เจ้าของภาษารู้ว่าหมายถึงอะไร แต่ไม่ค่อยอยากได้ยิน ถ้าคุณจะทำให้ (ซึ่งเป็นกรณี 99% ของสถานการณ์) ให้ตอบด้วยรูปปฏิเสธเสมอ เช่น “No, not at all”, “Of course not”, “No problem at all.”


ตารางสรุประดับการขอร้อง

ระดับความเป็นทางการรูปแบบอังกฤษคำเทียบในภาษาไทยใช้เมื่อไหร่
สบายๆ (กันเอง)Can you...?ช่วย...ได้ไหม?เพื่อน คนรู้จัก เพื่อนร่วมงาน
เป็นกลาง (สุภาพ)Could you...?ช่วย...ได้ไหม? (สุภาพกว่า)ปลอดภัยแทบทุกสถานการณ์
สุภาพWould you mind...?จะรบกวนไหมถ้า...?คนแปลกหน้า หัวหน้า สถานการณ์ทางการ
สุภาพมากI was wondering if you could...ขอรบกวนถามว่า...ได้ไหมอีเมล สไตล์ทางการแบบอังกฤษ
สั่งอาหารI'd like..., pleaseฉันอยากได้..., ค่ะ/ครับร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า
ขออนุญาต (ทางการ)May I...?ขออนุญาต...ได้ไหม?หน่วยงาน สถานการณ์ในโรงเรียน
ขออนุญาต (เป็นกลาง)Could I...?ฉันพอจะ...ได้ไหม?ที่ทำงาน กึ่งทางการ
ขออนุญาต (กันเอง)Is it okay if I...?โอเคไหมถ้าฉันจะ...?เพื่อน สถานการณ์คุ้นเคย
เรียกความสนใจExcuse me, could you...?ขอโทษนะ ช่วย...ได้ไหม?ถนน สถานที่สาธารณะ

รายงาน English Language Teaching: Global Research Report ของ British Council ปี 2023 ระบุว่า การใช้กริยาช่วยเป็นทักษะสำคัญมากในการสื่อสารให้เป็นธรรมชาติในบทสนทนาสบายๆ ของเจ้าของภาษา “please” อย่างเดียวไม่พอ การเลือกกริยาต่างหากที่ตัดสิน


ความสุภาพแบบอังกฤษ vs. อเมริกัน

แม้ในหมู่เจ้าของภาษาอังกฤษเอง ก็มีความต่างชัดเจนว่า “คำขอทั่วไป” อ้อมแค่ไหน

ชาวอังกฤษมักใช้คำพูดอ้อมมากกว่า “I don't suppose you could...” (ฉันไม่คิดว่าคุณจะ...ได้หรอก) แต่จริงๆ คือคำขอ ไม่ใช่ประโยคมองโลกในแง่ร้าย “It would be lovely if you could...” ก็เป็นคำขอ ไม่ใช่การประเมิน Peter Trudgill และ Jean Hannah ใน International English (Routledge, 2008) ระบุว่า บรรทัดฐานความสุภาพแบบอังกฤษพึ่งพาความอ้อมและการถ่อมตัวอย่างมาก

ชาวอเมริกันมักตรงกว่า “Could you pass the salt?” คือขอตรงๆ ไม่มีการขอโทษนำหน้า นี่ไม่ใช่ความหยาบ วัฒนธรรมต่างกัน ความตรงอาจถูกมองในแง่ดีว่าเปิดเผยและมีประสิทธิภาพ

🌍 เมื่อ „no problem” ทำให้คนอึดอัด

ในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย “No problem” เป็นคำตอบธรรมชาติสำหรับ “thank you” และใช้ตอบคำขอได้ด้วย แต่คนอังกฤษรุ่นเก่าบางคนอาจรู้สึกว่ามันมีนัยลบ เหมือนคุณบอกว่า “ใช่, มันอาจเป็นปัญหาได้ แต่ไม่เป็น” คำตอบที่ปลอดภัยในสถานการณ์ทางการแบบอังกฤษคือ “Of course” หรือ “Certainly” เพราะไม่เปิดช่องให้ตีความผิด


ฝึกกับคอนเทนต์ภาษาอังกฤษจริง

การอ่านรูปแบบคำขอแบบสุภาพสำคัญ แต่คุณจะใช้ได้อัตโนมัติเมื่อได้ยินและเห็นในบทสนทนาจริง

ด้วยแอป Wordy คุณดูหนังและซีรีส์ภาษาอังกฤษพร้อมซับแบบโต้ตอบได้ แตะที่รูปแบบคำขอใดๆ แล้วคุณจะเห็นการออกเสียง ระดับความเป็นทางการ และคำอธิบายทางวัฒนธรรมทันที การเทียบงานจากอังกฤษและอเมริกามีประโยชน์มาก เช่น ซีรีส์ BBC กับซิตคอมอเมริกันในสถานการณ์เดียวกัน จะใช้สไตล์การขอที่ต่างกันชัดเจน

คู่มือ หนังที่ดีที่สุดสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ ของเราช่วยคุณหาเรื่องที่เหมาะกับคุณ การเรียนจากบทสนทนาจริงมีประสิทธิภาพกว่าท่องรายการประโยค คุณจะได้ยินน้ำเสียง จังหวะพูด และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้รูปแบบไหน

คำถามที่พบบ่อย

คำว่า “ขอด้วย” หรือ “กรุณา” ภาษาอังกฤษพูดยังไง?
คำว่า “please” (/pliːz/) ใช้แทน “กรุณา” หรือ “ขอด้วย” ในภาษาอังกฤษ โดยมักวางท้ายประโยค เช่น “A coffee, please.” หรือ “Could you help me, please?” วางหน้าประโยคได้ แต่จะฟังเหมือนเร่งหรือเน้นมากขึ้น รูปแบบที่สุภาพกว่า ได้แก่ “Could you...?” และ “Would you mind...?”
Can you กับ Could you ต่างกันยังไง?
“Can you?” (/kæn juː/) เป็นคำขอที่ตรงและไม่เป็นทางการ เหมาะกับเพื่อนหรือคนคุ้นเคย ส่วน “Could you?” (/kʊd juː/) สุภาพและนุ่มนวลกว่า เหมาะกับคนแปลกหน้า ลูกค้า หรือหัวหน้า ถ้าต้องการสุภาพมาก ใช้ “Would you mind + -ing?” เช่น “Would you mind opening the window?”
Would you mind แปลว่าอะไร และตอบยังไงให้ถูก?
“Would you mind + -ing?” (/wʊd juː maɪnd/) แปลประมาณว่า “จะรบกวนไหมถ้า...” หรือ “ช่วย...ได้ไหม” คำตอบที่ถูกคือ “No, not at all” หมายถึงไม่รบกวนและจะทำให้ แต่ถ้าตอบ “Yes” จะหมายถึงรบกวนและอาจไม่ทำ หลายคนสับสนจุดนี้
สั่งอาหารเป็นภาษาอังกฤษแบบสุภาพพูดยังไง?
ในร้านอาหาร รูปแบบที่สุภาพมากคือ “I’d like [something], please.” (/aɪd laɪk/) แปลว่า “ขอ...ครับ/ค่ะ” อีกแบบที่สุภาพคือ “Could I have...?” (/kʊd aɪ hæv/) ส่วน “Give me a...” ฟังแข็งไปหน่อย แม้ในสหรัฐจะพบได้มากกว่า และ “Can I get...?” เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่นิยมในสหรัฐ
ขอความสนใจหรือเรียกคนแปลกหน้าอย่างสุภาพเป็นภาษาอังกฤษพูดยังไง?
ใช้ “Excuse me” (/ɪkˈskjuːz miː/) เพื่อเรียกความสนใจหรือเริ่มพูดกับคนแปลกหน้า ถ้าจะขัดจังหวะอย่างสุภาพใช้ “Could I interrupt for a second?” และถ้าต้องการสุภาพมากแบบอ้อมๆ ใช้ “I was wondering if you could...”

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Crystal, David (2019). สารานุกรมภาษาอังกฤษ Cambridge Encyclopedia of the English Language. Cambridge University Press.
  2. Trudgill, Peter และ Hannah, Jean (2008). ภาษาอังกฤษนานาชาติ International English. Routledge.
  3. British Council (2023). รายงานวิจัยระดับโลกด้านการสอนภาษาอังกฤษ English Language Teaching: Global Research Report.
  4. Merriam-Webster Dictionary (2026). merriam-webster.com.

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม