← กลับไปที่บล็อก
🇫🇷ฝรั่งเศส

วิธีพูดสวัสดีเป็นภาษาฝรั่งเศส: 17 คำทักทายสำหรับทุกสถานการณ์

โดย Sandorอัปเดต: 5 เมษายน 2569อ่าน 9 นาที

คำตอบด่วน

วิธีพูดสวัสดีเป็นภาษาฝรั่งเศสที่พบบ่อยที่สุดคือ 'Bonjour' (bohn-ZHOOR) ใช้ได้ในทุกประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสและทุกสถานการณ์ นอกจาก Bonjour แล้ว เจ้าของภาษายังใช้คำทักทายตามช่วงเวลาอย่าง 'Bonsoir' แบบกันเองอย่าง 'Salut' และ 'Coucou' และสำนวนท้องถิ่นอย่าง 'Allô' ในควิเบก หรือ 'On dit quoi ?' ในแอฟริกาตะวันตก

คำตอบสั้นๆ

วิธีทักทายที่พบบ่อยที่สุดในภาษาฝรั่งเศสคือ Bonjour (bohn-ZHOOR) ใช้ได้ในทั้ง 29 ประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสได้ทุกช่วงเวลาของวัน และใช้ได้ทั้งสถานการณ์ทางการและกันเอง แต่เจ้าของภาษามีคำทักทายที่หลากหลายกว่านั้นมาก โดยเลือกตามบริบท ช่วงเวลา และความสัมพันธ์

ภาษาฝรั่งเศสมีผู้พูดประมาณ 321 ล้านคนทั่วโลก ตามข้อมูลของ Organisation internationale de la Francophonie (OIF) และมีสถานะเป็นภาษาราชการใน 29 ประเทศบน 5 ทวีป จึงเป็นหนึ่งในภาษาที่กระจายตัวทางภูมิศาสตร์มากที่สุดในโลก เมื่อมีการกระจายกว้างแบบนี้ ก็ย่อมมีความแตกต่างตามภูมิภาคในการทักทาย ตั้งแต่ Bonjour, madame ในร้านเบเกอรี่ที่ปารีส ไปจนถึง Coucou ! ในข้อความถึงเพื่อน

"Bonjour is not simply a greeting in French. It is a social contract. To omit it is to signal that you do not recognize the other person's presence, which is a serious breach of courtesy."

(Académie française, Dire, ne pas dire, 2019)

คู่มือนี้รวมคำทักทายภาษาฝรั่งเศสที่จำเป็น 17 แบบ แบ่งตามหมวด: ใช้ได้ทั่วไป, กันเอง, ทางการ, ตามภูมิภาค (ฝรั่งเศส, ควิเบก และแอฟริกาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส), และสแลง แต่ละคำมีการออกเสียง ประโยคตัวอย่าง และบริบททางวัฒนธรรม เพื่อให้คุณรู้ชัดเจนว่าควรใช้เมื่อไรและที่ไหน


สรุปด่วน: คำทักทายภาษาฝรั่งเศสแบบดูแวบเดียว


คำทักทายที่ใช้ได้ทั่วไป

คำทักทายกลุ่มนี้ใช้ได้ในทุกประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ตามข้อมูลของ Académie française ซึ่งเป็นสถาบันที่กำกับดูแลภาษาฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1635 คำว่า Bonjour เป็นคำทักทายมาตรฐานมาหลายศตวรรษ และยังเป็นคำที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้เรียนภาษาฝรั่งเศส

Bonjour

สุภาพ

/bohn-ZHOOR/

ความหมายตามตัวอักษร: สวัสดีตอนกลางวัน

Bonjour, madame. Je voudrais un café, s'il vous plaît.

สวัสดีครับ/ค่ะ คุณผู้หญิง ผม/ฉันขอกาแฟหนึ่งแก้วครับ/ค่ะ

🌍

คำทักทายภาษาฝรั่งเศสที่สำคัญที่สุด ต้องพูดเมื่อเข้าร้าน เริ่มคุย หรือเรียกใครก็ตาม การไม่พูดถือว่าหยาบคายในฝรั่งเศสจริงๆ

Bonjour ไม่ได้เป็นแค่คำทักทายในวัฒนธรรมฝรั่งเศส แต่มันเป็นมารยาทที่ต้องทำ ในฝรั่งเศส คุณพูด Bonjour เมื่อเข้าร้านเบเกอรี่ ห้องรอพบแพทย์ ลิฟต์ที่มีคนอยู่ หรือร้านเล็กๆ ทั่วไป การไม่พูดถือเป็นความผิดพลาดที่นักท่องเที่ยวทำบ่อยมาก

คำนี้มาจาก bon (ดี) และ jour (วัน) เคล็ดลับการออกเสียง: เสียง "j" จะคล้ายเสียง "zh" ใน "pleasure" และเสียงนาสิก "on" ไม่มีเสียงตรงตัวในภาษาไทย (ลองพูด "ohn" โดยไม่ปิดเสียง "n" ให้สนิท) การเน้นเสียงอยู่ที่พยางค์ที่สอง: bohn-ZHOOR

🌍 กฎ Bonjour

ในฝรั่งเศส ให้พูด Bonjour ก่อนขออะไรเสมอ เช่น ขอทาง ขอที่นั่ง ขอเช็กบิล การเริ่มคุยโดยไม่พูด Bonjour สื่อว่าหยาบคาย และคุณอาจได้รับการบริการที่เย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัด กฎนี้ใช้แม้กับการคุยสั้นๆ เช่น ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดิน

Bonsoir

สุภาพ

/bohn-SWAHR/

ความหมายตามตัวอักษร: สวัสดีตอนเย็น

Bonsoir, monsieur. Avez-vous une réservation ?

สวัสดีตอนเย็นครับ คุณผู้ชาย มีการจองไว้ไหมครับ

🌍

ใช้ตั้งแต่ประมาณ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป คล้าย 'Buenas noches' ในภาษาสเปน คือใช้ได้ทั้งเป็นคำทักทาย (สวัสดี) และคำลา (ราตรีสวัสดิ์) แล้วแต่บริบท

การเปลี่ยนจาก Bonjour เป็น Bonsoir มักเกิดราวๆ 6 โมงเย็น แต่เวลาจริงอาจต่างกันไป หน้าหนาวที่มืดเร็ว อาจเริ่มใช้ได้ตั้งแต่ 5 โมงเย็น หน้าร้อน โดยเฉพาะทางใต้ของฝรั่งเศส Bonjour อาจใช้ยาวไปถึงหลัง 1 ทุ่ม

เหมือน Bonjour ตรงที่ Bonsoir ใช้ได้ทั้งทักทายและลา เวลาไปถึงงานเลี้ยงอาหารเย็น คุณพูด Bonsoir เวลาออกจากงาน คุณก็พูด Bonsoir ได้เช่นกัน (หรือพูด Bonne soirée ในความหมายว่า "ขอให้เป็นค่ำคืนที่ดี")


คำทักทายแบบกันเอง

คำทักทายกลุ่มนี้คุณจะได้ยินในหมู่เพื่อน ครอบครัว และคนวัยเดียวกัน สื่อถึงความสนิทและความอบอุ่น แต่ถ้าใช้กับคนแปลกหน้า หรือในสถานการณ์ทางการ จะไม่เหมาะ

Salut

ไม่เป็นทางการ

/sah-LEW/

ความหมายตามตัวอักษร: สุขภาพ / ความปลอดภัย (ความหมายเดิมแบบโบราณ)

Salut, Pierre ! Tu viens au cinéma ce soir ?

เฮ้ ปิแอร์ คืนนี้ไปดูหนังกันไหม

🌍

คำทักทายกันเองที่พบบ่อยที่สุดในหมู่เพื่อน ใช้เป็นคำลาสบายๆ ได้ด้วย ห้ามใช้กับคนแปลกหน้า ผู้ใหญ่ หรือในที่ทำงาน เพราะจะดูเสียมารยาท

Salut ใกล้เคียงกับคำว่า "เฮ้" หรือ "หวัดดี" ในภาษาไทย มาจากภาษาละติน salus (สุขภาพ ความปลอดภัย) ซึ่งเป็นรากเดียวกับคำว่า "salute" ตัว "t" ท้ายคำไม่ออกเสียง ดังนั้นพูด "sah-LEW" ไม่ใช่ "sah-LOOT."

จุดสำคัญคือ Salut ใช้ได้ทั้งสวัสดีและลากับเพื่อน คุณอาจได้ยิน Salut ! ตอนคนมาถึง และได้ยินอีกครั้งตอนเขากลับ บริบทจะทำให้เข้าใจความหมายเอง

Coucou

ไม่เป็นทางการ

/koo-KOO/

ความหมายตามตัวอักษร: จ๊ะเอ๋ / นกคัคคู

Coucou ! Ça fait longtemps ! Comment tu vas ?

เฮ้! ไม่เจอกันนานเลย เป็นไงบ้าง

🌍

ขี้เล่นและน่ารัก ใช้บ่อยมากในข้อความและในหมู่เพื่อนสนิท ผู้หญิงใช้บ่อยกว่า แต่ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้หญิง นึกภาพเป็น 'เฮ้!' แบบอบอุ่นและร่าเริง

Coucou เป็นคำทักทายแบบขี้เล่นและเอ็นดู ที่ตำราเรียนมักไม่เน้น แต่คนฝรั่งเศสใช้ตลอด โดยเฉพาะในแชตและโซเชียล มีที่มาจากการเล่นจ๊ะเอ๋ (faire coucou) และให้ความรู้สึกเหมือนเซอร์ไพรส์แบบน่ารัก

คุณจะเจอ Coucou เยอะมากในงานเขียนแบบกันเอง คนฝรั่งเศสที่ส่งข้อความหาเพื่อน มีโอกาสพิมพ์ Coucou ! มากกว่า Bonjour

Ça va ?

ไม่เป็นทางการ

/sah VAH/

ความหมายตามตัวอักษร: ไปได้ไหม? / เป็นไงบ้าง?

Salut, Marie. Ça va ? Tu as passé un bon week-end ?

หวัดดี มารี เป็นไงบ้าง สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาโอเคไหม

🌍

คำถามเช็กอินแบบกันเองที่ใช้ได้ทั่วไป มักพูดคู่กับ Salut: 'Salut, ça va ?' ใช้เป็นคำถาม คำตอบ หรือทั้งสองอย่างได้ 'Ça va ?' 'Ça va.' ถือเป็นบทสนทนาที่จบในตัว

Ça va ? เด่นตรงที่สั้นแต่ครบ มันเป็นได้ทั้งคำถาม ("เป็นไงบ้าง?") คำตอบ ("สบายดี") หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน บทสนทนาคลาสสิก (Ça va ? / Ça va.) น่าจะเป็นบทสนทนา 2 บรรทัดที่พบบ่อยที่สุดในภาษาฝรั่งเศส

รูปแบบอื่นๆ เช่น Ça va bien ? (โอเคไหม?), Ça va pas (ไม่ค่อยโอเค), และแบบเน้น Ça va pas du tout ! (ไม่โอเคเลย!) ตัว ç (c-cedilla) บอกว่า "c" ออกเสียงเป็น "s" ไม่ใช่ "k"

Quoi de neuf ?

ไม่เป็นทางการ

/kwah duh NUHF/

ความหมายตามตัวอักษร: มีอะไรใหม่?

Hé, quoi de neuf ? On ne s'est pas vus depuis des semaines !

เฮ้ มีอะไรใหม่บ้าง ไม่เจอกันเป็นอาทิตย์ๆ เลย

🌍

คำว่า 'มีอะไรใหม่?' แบบฝรั่งเศส ใช้กับเพื่อนและคนคุ้นเคย คำตอบมาตรฐานคือ 'Pas grand-chose' (ไม่เท่าไร) หรือ 'Rien de spécial' (ไม่มีอะไรพิเศษ)

นี่คือเวอร์ชันฝรั่งเศสของ "มีอะไรใหม่?" หรือ "เป็นไงบ้าง?" คำตอบมาตรฐานคือ Pas grand-chose (ไม่เท่าไร) หรือ Rien de spécial (ไม่มีอะไรพิเศษ) แม้ว่าคุณจะมีเรื่องเล่าเยอะก็ตาม

Comment tu vas ?

ไม่เป็นทางการ

/koh-MAHN tew VAH/

ความหมายตามตัวอักษร: คุณเป็นไงบ้าง?

Comment tu vas ? J'ai entendu que tu étais malade la semaine dernière.

เป็นไงบ้าง ได้ยินว่าสัปดาห์ที่แล้วป่วย

🌍

คำว่า 'สบายดีไหม' แบบกันเองที่ใช้ 'tu' ให้ความรู้สึกจริงจังกว่า 'Ça va ?' เหมือนสนใจคำตอบจริงๆ ไม่ใช่แค่ทักตามมารยาท

ถ้า Ça va ? เป็นการเช็กอินเร็วๆ Comment tu vas ? จะมีน้ำหนักมากขึ้นเล็กน้อย เพราะใช้ tu แบบกันเอง และสื่อว่าคุณอยากรู้จริงๆ ว่าเขาเป็นอย่างไร คำตอบมาตรฐานคือ Je vais bien, merci (สบายดี ขอบคุณ)


คำทักทายแบบทางการ

จำเป็นสำหรับที่ทำงาน การพบกันครั้งแรก และทุกสถานการณ์ที่คุณใช้ vous (คำว่า "คุณ" แบบสุภาพ) ถ้าต้องการฝึกการใช้ระดับภาษาฝรั่งเศสแบบทางการเพิ่มเติม ศูนย์การเรียนภาษาฝรั่งเศสของเรา มีแบบฝึกหัดแบบโต้ตอบให้ลอง

Comment allez-vous ?

เป็นทางการ

/koh-MAHN tah-lay VOO/

ความหมายตามตัวอักษร: คุณเป็นอย่างไรบ้าง?

Bonjour, Monsieur le Directeur. Comment allez-vous ?

สวัสดีครับ ท่านผู้อำนวยการ สบายดีไหมครับ

🌍

คำว่า 'สบายดีไหม' แบบทางการที่ใช้ 'vous' มาตรฐานในธุรกิจ ใช้กับผู้ใหญ่ คนแปลกหน้า และคนที่คุณเรียกด้วย 'vous' ควรพูดคู่กับ 'Bonjour' ก่อนเสมอ

รูป vous สื่อถึงความเคารพและระยะห่างแบบมืออาชีพ ใช้กับหัวหน้า ลูกค้า ผู้สูงอายุ และคนที่เพิ่งรู้จัก คำตอบมาตรฐานคือ Très bien, merci. Et vous ? (สบายดีมาก ขอบคุณ แล้วคุณล่ะครับ/คะ)

ในฝรั่งเศส ความต่างระหว่าง tu/vous ถือว่าสำคัญ การใช้ tu เร็วเกินไปอาจถูกมองว่าไม่รู้กาลเทศะ ถ้าไม่แน่ใจ ให้เริ่มที่ vous ไว้ก่อน อีกฝ่ายจะเป็นคนเสนอให้เปลี่ยนเป็น tu เองถ้าเหมาะ (On peut se tutoyer ?)

💡 การตัดสินใจเลือก Tu หรือ Vous

เวลาเจอใครครั้งแรก ให้เริ่มด้วย vous เสมอ อีกฝ่ายมักจะพูด On peut se tutoyer (เราใช้ tu กันได้ไหม) ถ้าอยากให้กันเองขึ้น การเปลี่ยนไปใช้ tu เองโดยไม่ขอ อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกรุกล้ำ โดยเฉพาะในที่ทำงาน

Enchanté(e)

เป็นทางการ

/ahn-shahn-TAY/

ความหมายตามตัวอักษร: ยินดีที่ได้รู้จัก

Enchanté, madame Dupont. J'ai beaucoup entendu parler de vous.

ยินดีที่ได้รู้จักครับ/ค่ะ คุณดูปงต์ ได้ยินเรื่องของคุณมามาก

🌍

มีเพศในงานเขียน: ผู้ชายเขียน 'Enchanté,' ผู้หญิงเขียน 'Enchantée' แต่การออกเสียงเหมือนกัน เพศต้องตรงกับผู้พูด ไม่ใช่ผู้ฟัง

เป็นคำทักทายมาตรฐานตอนพบกันครั้งแรก คล้าย Encantado/a ในภาษาสเปน โดยให้ตรงกับเพศของ ผู้พูด: ผู้ชายพูด Enchanté ผู้หญิงพูด Enchantée (ออกเสียงเหมือนกัน) มักพูดหลัง Bonjour และจับมือ

Ravi(e) de vous connaître

เป็นทางการมาก

/rah-VEE duh voo koh-NETR/

ความหมายตามตัวอักษร: ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รู้จัก

Ravi de vous connaître, Professeur Martin. Votre travail est remarquable.

ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รู้จักครับ ศาสตราจารย์มาร์แต็ง งานของคุณยอดเยี่ยมมาก

🌍

ทางการและให้เกียรติมากกว่า 'Enchanté' ใช้ในบริบทมืออาชีพที่เนี้ยบมาก หรือเชิงการทูต แสดงความเคารพและชื่นชมเป็นพิเศษ

เป็นระดับที่ทางการกว่า Enchanté(e) อีกขั้น เก็บไว้ใช้ตอนแนะนำตัวในงานอาชีพ บริบทการทูต หรือเมื่อคุณอยากสื่อความชื่นชมเป็นพิเศษ เช่นเดิม เพศของผู้พูดเป็นตัวกำหนดว่าจะใช้ Ravi (ชาย) หรือ Ravie (หญิง)


คำทักทายตามภูมิภาค

ด้วยผู้พูด 321 ล้านคนใน 29 ประเทศ ภาษาฝรั่งเศสจึงพัฒนาธรรมเนียมการทักทายที่ต่างกันตามภูมิภาค ตามรายงานของ Organisation internationale de la Francophonie แต่ละภูมิภาคที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสมีคำศัพท์และบรรทัดฐานทางสังคมเฉพาะตัวในชีวิตประจำวัน

Bienvenue

สุภาพ

/byeh̃-vuh-NEW/

ความหมายตามตัวอักษร: ยินดีต้อนรับ

Bienvenue à Montréal ! C'est votre première visite ?

ยินดีต้อนรับสู่มอนทรีออล นี่เป็นครั้งแรกที่มาหรือเปล่า

🌍

ในฝรั่งเศส แปลว่า 'ยินดีต้อนรับ' ในควิเบก ยังแปลว่า 'ไม่เป็นไร/ด้วยความยินดี' ได้ด้วย (แทน 'de rien') ทำให้คนฝรั่งเศสจากฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่หลายคนงง

Bienvenue แปลว่า "ยินดีต้อนรับ" ในทุกภูมิภาคที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่ในควิเบกมีความหมายเพิ่มที่ทำให้คนฝรั่งเศสในยุโรปแปลกใจ ชาวควิเบกพูด Bienvenue ! ในจุดที่คนฝรั่งเศสจากฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่จะพูด De rien (ไม่เป็นไร/ด้วยความยินดี) การยืมโครงจากภาษาอังกฤษ "you're welcome" แบบนี้ เป็นหนึ่งในลักษณะที่เด่นมากของภาษาฝรั่งเศสแบบควิเบก

Hé, allô !

ไม่เป็นทางการ

/ay ah-LOH/

ความหมายตามตัวอักษร: เฮ้ ฮัลโหล!

Hé, allô ! Comment ça va, toi ?

เฮ้ ฮัลโหล เป็นไงบ้าง

🌍

ในฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่ 'Allô' ใช้ทักทายทางโทรศัพท์เท่านั้น ในควิเบก ใช้ทักทายต่อหน้าแบบกันเองได้ด้วย มักเติม 'Hé' เพื่อเน้น

ในฝรั่งเศส Allô ใช้สำหรับรับโทรศัพท์เท่านั้น แต่ในควิเบก คำนี้ถูกใช้ในชีวิตประจำวันแบบเจอตัวได้ด้วยในฐานะคำทักทายกันเอง Hé, allô ! ให้ความรู้สึกอบอุ่น ไม่เป็นทางการ และเป็นสไตล์ควิเบกชัดเจน

On dit quoi ?

ไม่เป็นทางการ

/ohn dee KWAH/

ความหมายตามตัวอักษร: ว่าไง? / มีข่าวอะไร?

On dit quoi, mon frère ? Ça fait un bail !

ว่าไงพี่น้อง ไม่เจอกันนานเลย

🌍

คำทักทายยอดนิยมในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง (โกตดิวัวร์ แคเมอรูน เซเนกัล) สะท้อนการผสมผสานภาษาฝรั่งเศสกับขนบภาษาท้องถิ่น แบบกันเองและอบอุ่น

แอฟริกาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบ้านของผู้พูดภาษาฝรั่งเศสส่วนใหญ่ของโลก ได้เติมสีสันให้ภาษาอย่างมาก On dit quoi ? ใช้แพร่หลายในโกตดิวัวร์ แคเมอรูน และเซเนกัล ในความหมายแบบกันเองว่า "เป็นไงบ้าง?" ตามข้อมูลของ Ethnologue ตอนนี้แอฟริกามีผู้พูดภาษาฝรั่งเศสมากกว่าทวีปอื่นๆ ทั้งหมด ซึ่งกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของภาษา

🌍 ภาษาฝรั่งเศสในแอฟริกา

ณ ปี 2024 ผู้พูดภาษาฝรั่งเศสที่ใช้ในชีวิตประจำวันประมาณ 62% ของโลกอยู่ในแอฟริกา ตามข้อมูลของ OIF ประเทศอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โกตดิวัวร์ และแคเมอรูน มีประชากรที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสจำนวนมาก ภาษาฝรั่งเศสแบบแอฟริกาไม่ใช่ความเพี้ยนจากภาษาฝรั่งเศส 'มาตรฐาน' แต่มันเป็นส่วนสำคัญ และกำลังกลายเป็นส่วนที่มีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ ของโลกที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส


คำทักทายแบบสแลง

คำทักทายกลุ่มนี้มักได้ยินในหมู่คนหนุ่มสาวในเมืองของฝรั่งเศส ไม่เหมาะกับสถานการณ์ทางการ แต่สำคัญมากถ้าคุณอยากเข้าใจภาษาฝรั่งเศสแบบชีวิตจริงตามท้องถนน

Wesh

สแลง

/wesh/

ความหมายตามตัวอักษร: (มาจากภาษาอาหรับ) เฮ้ / โย

Wesh, frère ! Tu fais quoi ce soir ?

โย เพื่อน คืนนี้ทำอะไร

🌍

มาจากคำอาหรับ 'wesh' (อะไร/เฮ้) ถูกนำมาใช้ในสแลงเมืองของฝรั่งเศส โดยเฉพาะใน *banlieues* (ชานเมือง) ไม่เป็นทางการมาก แพร่หลายจากแร็ปฝรั่งเศสและภาพยนตร์

Wesh เข้ามาในภาษาฝรั่งเศสจากภาษาอาหรับ และกลายเป็นคำหลักของสแลงวัยรุ่น โดยเฉพาะใน banlieues (ชานเมือง) ของปารีส ลียง และมาร์กเซย แร็ปเปอร์ฝรั่งเศสและภาพยนตร์อย่าง La Haine และ Les Misérables ทำให้คำนี้ดังไปทั่ว

ถ้าใช้ Wesh ในที่ทางการจะดูขัดมาก แต่ในหมู่เพื่อนวัยรุ่นถือว่าเป็นธรรมชาติสุดๆ มันใช้ได้เป็น "เฮ้" "โย" หรือแม้แต่ "หือ?" แล้วแต่โทนเสียง

Allô

ไม่เป็นทางการ

/ah-LOH/

ความหมายตามตัวอักษร: ฮัลโหล? (โทรศัพท์)

Allô ? Oui, c'est Marie à l'appareil.

ฮัลโหล ค่ะ/ครับ มารีพูดสายอยู่

🌍

คำทักทายทางโทรศัพท์มาตรฐานในทุกประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ในฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่ ใช้ทางโทรศัพท์เท่านั้น ในควิเบก ใช้ต่อหน้าได้ด้วย (ดูหัวข้อภูมิภาคด้านบน)

เป็นคำทักทายทางโทรศัพท์ที่ใช้ได้ทั่วไปในภาษาฝรั่งเศส ต่างจาก Bonjour ที่ใช้เปิดบทสนทนาแบบเจอตัว Allô ในฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่จะสงวนไว้สำหรับโทรศัพท์เท่านั้น คำนี้มีที่มาจากคำอังกฤษ "hello" ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ตอนโทรศัพท์เริ่มแพร่หลาย


คำลาที่ถูกใช้เหมือนคำทักทาย

บางสำนวนภาษาฝรั่งเศสอยู่กึ่งกลางระหว่างคำทักทายและคำลา การเข้าใจส่วนนี้ช่วยลดความสับสน

Bonne journée

สุภาพ

/bun zhoor-NAY/

ความหมายตามตัวอักษร: ขอให้เป็นวันที่ดี

Merci, monsieur. Bonne journée !

ขอบคุณครับ ขอให้เป็นวันที่ดีครับ

🌍

ตามหลักแล้วเป็นคำลา ('ขอให้เป็นวันที่ดี') ไม่ใช่คำทักทาย แต่คุณจะได้ยินบ่อยมากในชีวิตประจำวัน (ตามร้าน คาเฟ่ และออฟฟิศ) จนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของระบบคำทักทาย คำตอบคือ 'Merci, vous aussi !' (ขอบคุณ คุณก็เช่นกัน!)

Bonne journée เป็นคำลาแบบชัดเจน คือพูดตอนแยกย้าย ไม่ใช่ตอนมาถึง แต่เพราะมันโผล่บ่อยมากในชีวิตประจำวันของฝรั่งเศส คุณจึงควรรู้จัก รูปแบบที่เกี่ยวข้องมี Bonne soirée (ขอให้เป็นค่ำคืนที่ดี), Bonne après-midi (ขอให้เป็นบ่ายที่ดี), และ Bonne nuit (ราตรีสวัสดิ์ ใช้ตอนเข้านอน)

Bonne après-midi

สุภาพ

/bun ah-preh mee-DEE/

ความหมายตามตัวอักษร: ขอให้เป็นบ่ายที่ดี

Au revoir et bonne après-midi !

ลาก่อน และขอให้เป็นบ่ายที่ดี

🌍

คำอวยพรตอนลาในช่วงบ่าย หมายเหตุ: 'après-midi' ในภาษาฝรั่งเศสใช้ได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง คือทั้ง 'un après-midi' และ 'une après-midi' ถือว่าถูกต้องตาม Académie française

เป็นคำลาสุภาพสำหรับช่วงบ่าย Académie française ระบุว่า après-midi เป็นคำนามฝรั่งเศสที่พบไม่บ่อย ซึ่งใช้ได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง ดังนั้นทั้ง un bon après-midi และ une bonne après-midi ถูกต้อง


วิธีตอบคำทักทายภาษาฝรั่งเศส

การทักทายเป็นแค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งคือการตอบ นี่คือวิธีตอบคำทักทายที่พบบ่อยที่สุด

คำตอบสำหรับคำทักทายที่ใช้ได้ทั่วไป

เขาพูดคุณตอบหมายเหตุ
Bonjour !Bonjour !ตอบทวนกลับเสมอ
Bonsoir !Bonsoir !ตอบด้วยคำเดียวกัน
Bonjour, comment allez-vous ?Très bien, merci. Et vous ?คำตอบแบบทางการ

คำตอบสำหรับคำทักทายแบบกันเอง

เขาพูดคุณตอบ
Salut !Salut ! / Salut, ça va ?
Coucou !Coucou ! / Hé, salut !
Ça va ?Ça va, et toi ? / Oui, ça va bien
Quoi de neuf ?Pas grand-chose / Rien de spécial

คำตอบสำหรับคำทักทายแบบทางการ

เขาพูดคุณตอบ
Comment allez-vous ?Très bien, merci. Et vous ?
Enchanté(e)Enchanté(e) / Moi de même
Ravi(e) de vous connaîtreÉgalement / Le plaisir est pour moi

💡 กลยุทธ์ 'ทวนแล้วต่อ'

ถ้าไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไร ให้ใช้วิธี 'ทวนแล้วต่อ': ทวนคำทักทายของเขากลับไป (ทวน) แล้วเติมคำถามต่อ (ต่อ) เช่น Bonjour กลายเป็น Bonjour, comment allez-vous ? วิธีนี้ใช้ได้แทบทุกสถานการณ์

🌍 La Bise: การจุ๊บแก้มแบบฝรั่งเศส

ในฝรั่งเศส การทักทายกันมักมี la bise คือการแตะแก้มแล้วจุ๊บเบาๆ จำนวนครั้งต่างกันตามภูมิภาค: ปารีส 2 ครั้ง, โปรวองซ์ 3 ครั้ง, บางส่วนของหุบเขาลัวร์ 4 ครั้ง ในที่ทำงาน การจับมือเป็นมาตรฐาน ในควิเบก la bise พบได้น้อยกว่าฝรั่งเศส และการโบกมือหรือจับมือพบได้บ่อยกว่าในชีวิตประจำวัน


ฝึกกับคอนเทนต์ภาษาฝรั่งเศสจริง

การอ่านเรื่องคำทักทายเป็นจุดเริ่มที่ดี แต่สิ่งที่ทำให้จำได้จริงคือการได้ยินเจ้าของภาษาพูดตามธรรมชาติ ภาพยนตร์และซีรีส์ภาษาฝรั่งเศสเป็นแหล่งฝึกที่ดีมาก เช่น Intouchables สำหรับภาษาปารีสแบบกันเอง, Lupin สำหรับการผสมทั้งทางการและกันเอง, และ Les Misérables (2019) สำหรับสแลงเมือง

Wordy ไปได้ไกลกว่านั้น คุณสามารถดูหนังและซีรีส์ภาษาฝรั่งเศสพร้อมซับแบบโต้ตอบ แตะที่คำทักทายใดก็ได้เพื่อดูความหมาย การออกเสียง และบริบททางวัฒนธรรมแบบเรียลไทม์ แทนที่จะท่องวลีแบบแยกส่วน คุณจะซึมซับจากบทสนทนาจริง พร้อมน้ำเสียงและภาษากายที่เป็นธรรมชาติ

ถ้าอยากได้คอนเทนต์ภาษาฝรั่งเศสเพิ่ม ลองดู บล็อก ของเรา มีไกด์รวมถึง หนังที่ดีที่สุดสำหรับเรียนภาษาฝรั่งเศส คุณยังไปที่ หน้าเรียนภาษาฝรั่งเศส เพื่อเริ่มฝึกได้ตั้งแต่วันนี้

คำถามที่พบบ่อย

คำทักทายที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาฝรั่งเศสคืออะไร
คำทักทายที่ใช้บ่อยที่สุดคือ 'Bonjour' (bohn-ZHOOR) แปลตรงตัวว่า 'สวัสดีตอนกลางวัน' ใช้ได้แทบทุกสถานการณ์ ทั้งทางการและไม่ทางการ ช่วงเช้าหรือบ่าย ในฝรั่งเศส ควิเบก หรือที่ไหนก็ตามที่พูดฝรั่งเศส ถ้าไม่แน่ใจให้ใช้ Bonjour
Bonjour กับ Salut ต่างกันอย่างไร
'Bonjour' สุภาพและใช้ได้ทุกที่ เช่น ที่ทำงาน ร้านค้า หรือเจอกันครั้งแรก ส่วน 'Salut' (sah-LEW) เป็นกันเอง ใช้กับเพื่อนหรือคนที่สนิทเท่านั้น ถ้าใช้ 'Salut' กับคนแปลกหน้าหรือในบริบททางการจะดูไม่สุภาพ
ควรเปลี่ยนจาก Bonjour เป็น Bonsoir ตอนไหน
โดยทั่วไปจะเปลี่ยนจาก 'Bonjour' (สวัสดีตอนกลางวัน) เป็น 'Bonsoir' (สวัสดีตอนเย็น) ราว 18:00 น. แต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่และฤดูกาล หน้าหนาวอาจเริ่มใช้ตั้งแต่ 17:00 น. หน้าร้อนอาจยังใช้ 'Bonjour' ได้ถึงหลัง 19:00 น. ถ้าไม่แน่ใจ 'Bonjour' ปลอดภัยเสมอ
ที่ฝรั่งเศส ถ้าไม่พูด Bonjour ถือว่าหยาบคายไหม
ใช่ ในฝรั่งเศส การไม่ทักด้วย 'Bonjour' ก่อนเริ่มคุยถือว่าหยาบคายจริงๆ ควรพูด 'Bonjour' เสมอเมื่อเข้าร้าน เริ่มทำธุรกรรม หรือเรียกใครก็ตาม แม้แค่ถามทาง การไม่ทักเป็นความผิดพลาดด้านมารยาทที่นักท่องเที่ยวพบบ่อย
คำทักทายในควิเบกต่างจากฝรั่งเศสอย่างไร
ภาษาฝรั่งเศสแบบควิเบกยังใช้คำหลักเหมือนกัน เช่น Bonjour, Bonsoir, Salut แต่มีสำเนียงและสำนวนเฉพาะ 'Allô' ใช้กว้างกว่าเป็นคำทักทายแบบกันเอง 'Bienvenue' มักหมายถึง 'ไม่เป็นไร' มากกว่า 'ยินดีต้อนรับ' และสำเนียงเน้นเสียงนาสัลน้อยกว่าฝรั่งเศสในฝรั่งเศส
ตอบ 'Comment allez-vous ?' ว่าอะไรดี
คำตอบมาตรฐานคือ 'Bien, merci. Et vous ?' (สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ) ถ้าเป็นแบบกันเอง 'Ça va ?' ตอบได้ว่า 'Ça va bien, merci' หรือสั้นๆ 'Ça va' กับเพื่อนสนิท การตอบกลับด้วย 'Ça va' เหมือนกันก็เป็นธรรมชาติมาก

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Académie française, พจนานุกรม Dictionnaire de l'Académie française, ฉบับที่ 9
  2. Organisation internationale de la Francophonie (OIF), รายงาน La langue française dans le monde, ปี 2022
  3. Ethnologue: Languages of the World, รายการข้อมูลภาษา French (2024)
  4. Institut français, แหล่งข้อมูลเพื่อส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมฝรั่งเศส
  5. Valdman, A. (2005). 'French and Creole in Louisiana.' Mouton de Gruyter.

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม