วิธีพูดคำว่า ลาก่อน เป็นภาษาญี่ปุ่น, 16 คำลาใช้ได้ทุกสถานการณ์
คำตอบด่วน
คำบอกลาที่ใช้ในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นที่พบบ่อยที่สุด ไม่ใช่ 'Sayounara' (さようなら) คนญี่ปุ่นมักใช้ 'Jaa ne' (じゃあね, jah neh) กับเพื่อน, 'Otsukaresama deshita' (お疲れ様でした) ในที่ทำงาน และ 'Shitsurei shimasu' (失礼します) ในสถานการณ์ทางการ Sayounara ให้ความรู้สึกเหมือนการจากลาที่อาจไม่ได้เจอกันอีกนานมาก หรืออาจไม่ได้เจอกันอีกเลย
คำว่า “ลาก่อน” ที่คุณเคยเรียนมา จริงๆ แล้วไม่ถูกต้อง
คำลาแบบใช้ทุกวันในภาษาญี่ปุ่นที่พบบ่อยที่สุด ไม่ใช่ Sayounara (さようなら) ถ้าคุณเรียนภาษาญี่ปุ่นจากตำรา sayounara น่าจะเป็นคำลาคำแรกที่คุณท่องจำได้ แต่ถ้าคุณเดินผ่านออฟฟิศ โรงเรียน หรือย่านต่างๆ ในโตเกียว คุณแทบจะไม่ได้ยินคำนี้เลย คนญี่ปุ่นใช้ Jaa ne (じゃあね) กับเพื่อน ใช้ Otsukaresama deshita (お疲れ様でした) ที่ทำงาน และใช้ Shitsurei shimasu (失礼します) ในสถานการณ์ทางการ
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น เพราะ Sayounara ให้ความรู้สึกเหมือน “จบจริง” คำนี้มีรากมาจาก sayou naraba (“ถ้าต้องเป็นเช่นนั้น”) สื่อถึงการยอมรับการจากลาที่อาจถาวร ถ้าคุณพูดกับเพื่อนร่วมงานตอนเลิกงานวันอังคาร มันจะฟังเหมือนคุณกำลังลาออก หรือแย่กว่านั้น ตามแบบสำรวจภาษาประจำชาติปี 2023 ของสำนักงานกิจการวัฒนธรรม คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้คำลาที่เลือกตามบริบท มากกว่าจะใช้คำเดียวครอบจักรวาล
"คำลาในภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่แค่รูปแบบต่างๆ ของแนวคิดเดียว แต่เป็นการกระทำทางสังคมที่ต่างกันชัดเจน แต่ละคำสื่อข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ สถานการณ์ และช่วงเวลาที่คาดว่าจะได้พบกันอีก"
(Seiichi Makino, A Dictionary of Basic Japanese Grammar, The Japan Times, 1986)
ตามข้อมูลปี 2024 ของ Ethnologue ภาษาญี่ปุ่นมีผู้พูดประมาณ 125 million คน และระบบคำลาของภาษานี้สะท้อนวัฒนธรรมที่ใส่ใจลำดับชั้นทางสังคมและการอ่านสถานการณ์อย่างมาก คู่มือนี้รวมคำลาในภาษาญี่ปุ่นที่จำเป็น 16 คำ แบ่งตามหมวด: ใช้ทั่วไปแบบกันเอง ใช้ที่ทำงาน ใช้ทางการ และการจากลาระยะยาว แต่ละคำมีตัวอักษรญี่ปุ่น การออกเสียงโรมาจิ และบริบททางวัฒนธรรมที่คุณต้องรู้เพื่อใช้ให้ถูกต้อง
สรุปด่วน: คำลาในภาษาญี่ปุ่นแบบเห็นภาพรวม
คำลาแบบกันเองที่ใช้ทุกวัน
นี่คือคำลาที่คนญี่ปุ่นใช้จริงในชีวิตประจำวันกับเพื่อน ครอบครัว และคนระดับเดียวกัน ถ้าคุณอยากฟังเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งแบบตำรา ให้เริ่มจากกลุ่มนี้ก่อน
じゃあね (Jaa ne)
/jah neh/
ความหมายตามตัวอักษร: ถ้าอย่างนั้น...
“じゃあね!また連絡するね。”
เจอกันนะ เดี๋ยวทักไปอีกที
คำลาสบายๆ ที่ใช้บ่อยที่สุดในหมู่เพื่อนและคนระดับเดียวกัน สั้น อบอุ่น และเป็นธรรมชาติ มักโบกมือเล็กน้อย นึกถึงคำว่า “เจอกันนะ” ในภาษาไทย
Jaa ne น่าจะเป็นคำลาที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาญี่ปุ่นแบบไม่เป็นทางการ มันย่อมาจาก jaa (ถ้าอย่างนั้น) และคำลงท้ายประโยค ne (เนอะ/นะ) คุณจะได้ยินบ่อยมากในหมู่เพื่อนที่แยกย้ายกันหลังเลิกเรียน กินข้าวกลางวัน หรือเที่ยวกลางคืน
รูปแบบอื่นมี jaa เฉยๆ (สั้นกว่าอีก) และ jaa mata (ถ้าอย่างนั้น ไว้เจอกันอีก) ซึ่งสื่อว่าคุณจะได้เจอกันอีกเร็วๆ นี้
またね (Mata ne)
/mah-tah neh/
ความหมายตามตัวอักษร: อีกครั้งนะ
“楽しかった!またね!”
สนุกมาก เจอกันนะ
อบอุ่นกว่า Jaa ne เล็กน้อย เพราะพูดชัดว่า “อีกครั้ง” หมายถึงคาดว่าจะได้เจอกันเร็วๆ นี้ ใช้บ่อยในหมู่เพื่อนและเพื่อนร่วมชั้น
Mata แปลว่า “อีกครั้ง” ดังนั้น mata ne จึงเหมือนพูดว่า “ไว้เจอกันอีกนะ” เป็นคำสัญญาแบบกันเองว่าจะได้เจอกันเร็วๆ นี้ โทนจะอบอุ่นกว่า jaa ne เล็กน้อย เพราะมองไปถึงการพบกันครั้งต่อไปอย่างชัดเจน
คุณสามารถใช้คู่กันได้ เช่น jaa mata ne เป็นคำลาที่ธรรมชาติและพบบ่อยมาก
また明日 (Mata ashita)
/mah-tah ah-shee-tah/
ความหมายตามตัวอักษร: พรุ่งนี้เจอกันอีก
“また明日!テスト勉強忘れないでね。”
เจอกันพรุ่งนี้นะ อย่าลืมอ่านหนังสือสอบล่ะ
ใช้เมื่อรู้ว่าจะเจอกันวันถัดไป เช่น เพื่อนร่วมชั้น เพื่อนร่วมงาน คนที่เจอกันทุกวัน สั้น ตรง และได้ยินบ่อยในโรงเรียนกับออฟฟิศ
เมื่อคุณรู้ว่าจะเจออีกฝ่ายวันถัดไป mata ashita เป็นคำลาที่เป็นธรรมชาติที่สุด มันตรงไปตรงมา และตั้งความคาดหวังชัดเจน นักเรียนตอนกลับจากโรงเรียน เพื่อนร่วมงานตอนกลับบ้าน หรือเพื่อนที่จบค่ำคืน มักใช้คำนี้
คุณสลับ ashita (พรุ่งนี้) เป็นคำบอกเวลาอื่นได้ เช่น mata raishuu (เจอกันสัปดาห์หน้า), mata kondo (ไว้เจอกันคราวหน้า)
バイバイ (Baibai)
/bah-ee bah-ee/
ความหมายตามตัวอักษร: บายบาย (คำยืมจากภาษาอังกฤษ)
“バイバイ!気をつけてね!”
บายบาย ระวังตัวนะ
ยืมมาจากภาษาอังกฤษและเขียนด้วยคาตาคานะ มักใช้ในคนรุ่นใหม่ เด็กๆ และสถานการณ์สบายๆ ฟังดูน่ารักและขี้เล่น ไม่ควรใช้กับหัวหน้าหรือในสถานการณ์ทางการ
Baibai เข้ามาในภาษาญี่ปุ่นจากคำว่า “bye-bye” และเขียนด้วยคาตาคานะ (バイバイ) เพื่อบอกว่าเป็นคำยืมจากต่างประเทศ ตามข้อมูลสำรวจของ The Japan Foundation คำยืมจากภาษาอังกฤษในภาษาญี่ปุ่นแบบกันเองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และ baibai ก็กลายเป็นคำที่ใช้เป็นธรรมชาติในหมู่คนรุ่นใหม่แล้ว
โทนของคำนี้สดใส ร่าเริง พบได้บ่อยในแชต ในหมู่เพื่อน และโดยเฉพาะในผู้หญิงวัยรุ่นกับเด็กๆ
🌍 คำลาในแชต
ในข้อความภาษาญี่ปุ่นและ LINE (แอปแชตหลักของญี่ปุ่น) คำลาแบบกันเองมักสั้นลงอีก คุณอาจเห็น じゃ (ja), またー (mataa, ยืดเสียงสระเพื่อให้ดูเป็นกันเอง), หรือ バイバイ พร้อมอีโมจิน่ารัก วัฒนธรรมการเขียนคำลาในแชตภาษาญี่ปุ่นมักขี้เล่นและแสดงอารมณ์มากกว่าคำลาพูด
คำลาในที่ทำงาน
วัฒนธรรมที่ทำงานของญี่ปุ่นมีระบบคำลาเฉพาะของตัวเอง วลีเหล่านี้ไม่ใช่ตัวเลือก แต่เป็นพิธีกรรมทางสังคมที่คาดหวังให้ทุกคนทำทุกวัน ตามแบบสำรวจปี 2023 ของสำนักงานกิจการวัฒนธรรม เรื่องการทักทายและการลาที่เหมาะสมในที่ทำงานติดอันดับความกังวลหลักของพนักงานญี่ปุ่นเกี่ยวกับการสื่อสารเชิงอาชีพ
お疲れ様でした (Otsukaresama deshita)
/oh-tsoo-kah-reh-sah-mah desh-tah/
ความหมายตามตัวอักษร: คุณเหนื่อยอย่างน่ายกย่อง
“お疲れ様でした!今日もお世話になりました。”
วันนี้ทำงานดีมาก ขอบคุณสำหรับทุกอย่างวันนี้นะ
คำลาที่สำคัญที่สุดในที่ทำงานญี่ปุ่น ใช้กับเพื่อนร่วมงานที่กำลังกลับ หรือใช้ตอนคุณกำลังกลับเอง เป็นการยอมรับความพยายามร่วมกัน และแทบเป็นสิ่งที่ต้องพูดในออฟฟิศญี่ปุ่น ถ้าไม่พูดจะดูเสียมารยาทชัดเจน
ถ้าคุณจะจำคำลาในที่ทำงานแค่คำเดียว ให้จำคำนี้ Otsukaresama deshita เป็นคำตอบมาตรฐานเมื่อมีคนออกจากออฟฟิศ ความหมายตรงตัวคือ “คุณเหนื่อยอย่างน่ายกย่อง” เป็นการยอมรับความพยายามที่อีกฝ่ายทุ่มเท
รูปปัจจุบัน otsukaresama desu ใช้เป็นคำทักระหว่างวันทำงาน ส่วนรูปอดีต deshita สื่อว่างานจบแล้ว และคนกำลังกลับ
คำนี้ไม่ได้ใช้แค่ในออฟฟิศเท่านั้น มันใช้หลังทำกิจกรรมร่วมกันทุกแบบ เช่น จบประชุม ทำโปรเจกต์กลุ่มเสร็จ ซ้อมกีฬาเสร็จ หรือจบงานอาสา เป็นวิธีพูดว่า “เราทำงานหนักด้วยกัน และฉันขอบคุณนะ”
お先に失礼します (Osaki ni shitsurei shimasu)
/oh-sah-kee nee shee-tsoo-reh shee-mahs/
ความหมายตามตัวอักษร: ฉันกำลังเสียมารยาทที่กลับก่อน
“お先に失礼します。明日もよろしくお願いします。”
ขอโทษที่กลับก่อนนะ พรุ่งนี้ฝากด้วยนะ
ใช้เฉพาะตอนคุณกลับก่อน ทั้งที่คนอื่นยังทำงานอยู่ เป็นการถ่อมตัวและขอโทษเล็กน้อยที่ออกก่อน คนที่ยังอยู่จะตอบว่า 'Otsukaresama deshita' การโต้ตอบนี้เป็นพิธีกรรมที่ฝังแน่นในที่ทำงานญี่ปุ่น
คำลานี้สะท้อนค่านิยมแบบญี่ปุ่นอย่างชัดเจน คือการตระหนักว่าการกลับก่อนเพื่อนร่วมงานอาจทำให้คนอื่นลำบาก Osaki ni แปลว่า “ก่อนคุณ” และ shitsurei shimasu แปลว่า “ฉันจะเสียมารยาท” ดังนั้นคุณกำลังขอโทษตรงๆ ที่กลับก่อน
คนที่ยังนั่งทำงานจะตอบด้วย otsukaresama deshita เพื่อปิดพิธีกรรมให้ครบ
⚠️ อย่าข้ามวลีนี้
ในที่ทำงานญี่ปุ่น การกลับโดยไม่พูด Osaki ni shitsurei shimasu ถือว่าเสียมารยาทรุนแรง แม้คุณรีบ ก็ใช้เวลาแค่สองวินาทีเพื่อพูด เพื่อนร่วมงานจะสังเกตได้ถ้าคุณไม่พูด และอาจกระทบภาพลักษณ์การทำงานของคุณ
失礼します (Shitsurei shimasu)
/shee-tsoo-reh shee-mahs/
ความหมายตามตัวอักษร: ฉันจะเสียมารยาท / ขอโทษนะ
“それでは、失礼します。本日はありがとうございました。”
ถ้าอย่างนั้น ขอตัวก่อนนะ ขอบคุณมากสำหรับวันนี้
คำลาทางการที่ใช้ได้หลากหลาย ใช้ตอนออกจากห้อง จบประชุม หรือออกจากสถานการณ์ที่เป็นทางการ ใช้ตอนเข้าห้องทำงานของคนอื่นได้ด้วย รูปอดีต 'Shitsurei shimashita' ใช้เมื่อการ “เสียมารยาท” (เข้า/ออก) เสร็จสิ้นแล้ว
Shitsurei shimasu ใช้ได้ทั้งเป็นคำลาทางการ และเป็นคำว่า “ขอโทษนะ” ตอนเข้าหรือออกจากห้อง เวลาคุณออกจากประชุมธุรกิจ จบสายกับลูกค้า หรือออกจากงานรวมตัวที่เป็นทางการ นี่คือวลีปิดท้ายมาตรฐาน
มันนุ่มนวลและสุภาพกว่าการพูดคำลาแบบตรงๆ
คำลาทางการและการจากลาระยะยาว
คำลาเหล่านี้ใช้กับการแยกจากที่มีความหมายมากขึ้น เช่น มีคนย้ายไปไกล อาจไม่ได้เจอกันหลายเดือน หรือมีน้ำหนักทางอารมณ์จริงๆ
さようなら (Sayounara)
/sah-yoh-nah-rah/
ความหมายตามตัวอักษร: ถ้าต้องเป็นเช่นนั้น / ในเมื่อเป็นเช่นนั้น
“さようなら、みなさん。お世話になりました。”
ลาก่อนทุกคน ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
แม้จะเป็นคำลาภาษาญี่ปุ่นที่ดังที่สุดทั่วโลก แต่แทบไม่ใช้ในชีวิตประจำวัน มันสื่อถึงการจากลานานหรือถาวร คุณอาจได้ยินตอนเลิกเรียนแบบเป็นพิธี ในสุนทรพจน์อำลา หรือฉากดราม่า ถ้าใช้แบบกันเองจะฟังดูดราม่าเกินไปหรือเย็นชา
นี่คือคำที่ชาวต่างชาติแทบทุกคนรู้ แต่คนญี่ปุ่นแทบไม่ใช้ในบทสนทนาประจำวัน Sayounara มาจาก sayou naraba (ถ้าต้องเป็นเช่นนั้น) เป็นวลีที่โยงกับแนวคิดแบบพุทธเรื่องความไม่เที่ยง รากคำทำให้โทนของมันมีความยอมรับแบบจำใจและความรู้สึก “จบจริง” จึงฟังหนักเมื่อใช้แบบกันเอง
คุณจะได้ยินคำนี้ในที่ที่ “เหมาะ” เช่น นักเรียนประถมพูดกับครูตอนจบวัน (คำลาแบบเป็นพิธีของทั้งห้อง) สุนทรพจน์อำลา และฉากดราม่าในหนังกับวรรณกรรม คุณจะไม่ค่อยได้ยินในสถานการณ์อย่างเพื่อนแยกย้ายหลังมื้อเย็น เพื่อนร่วมงานกลับจากออฟฟิศ หรือคนในบ้านออกไปข้างนอก
สำหรับสถานการณ์เหล่านั้น คำลาแบบกันเองและคำลาในที่ทำงานด้านบนคือสิ่งที่ “ภาษาญี่ปุ่นจริง” ฟังเป็นแบบนั้น ลองดู คู่มือหนังที่เหมาะสำหรับเรียนภาษาญี่ปุ่น แล้วสังเกตว่าตัวละครใช้ sayounara ต่างจาก jaa ne ตอนไหน ความต่างทางอารมณ์จะชัดทันที
お元気で (Ogenki de)
/oh-gehn-kee deh/
ความหมายตามตัวอักษร: ขอให้สบายดี / ขอให้สุขภาพแข็งแรง
“お元気で。またいつか会えるといいですね。”
ดูแลตัวเองนะ หวังว่าสักวันจะได้เจอกันอีก
ใช้ตอนจากลากันนาน เช่น ย้ายเมือง เพื่อนกลับประเทศ หรือบอกลาหลังการพบกันที่มีความหมาย อบอุ่นและห่วงใยกว่า Sayounara
Ogenki de เป็นคำลาที่มีความอบอุ่นจริงๆ ในขณะที่ sayounara ยอมรับการจากลาแบบนิ่งและเป็นทางการ ogenki de จะอวยพรให้อีกฝ่ายสบายดี o- เป็นคำนำหน้าให้สุภาพ genki แปลว่าสุขภาพหรือความกระปรี้กระเปร่า และ de ให้ความหมายประมาณ “ขอให้เป็น” ดังนั้นคุณกำลังพูดว่า “ขอให้สุขภาพดีนะ”
คุณใช้คำนี้ตอนนักเรียนแลกเปลี่ยนกลับบ้าน เพื่อนร่วมงานย้ายสาขา หรือคุณบอกลากับคนที่มาเยี่ยมแบบมีความหมาย มันแสดงว่าคุณห่วงเขามากกว่าช่วงเวลานี้
気をつけて (Ki wo tsukete)
/kee oh tsoo-keh-teh/
ความหมายตามตัวอักษร: ผูกจิตใจไว้ / ตั้งสติ
“もう遅いから、気をつけてね。”
ดึกแล้ว ระวังตัวนะ
ใช้บอกให้อีกฝ่ายระวังตัวตอนกลับบ้านหรือเดินทาง มักใช้ตอนกลางคืน อากาศแย่ หรืออีกฝ่ายต้องเดินทางไกล เป็นการแสดงความห่วงความปลอดภัย
Ki wo tsukete แปลตรงตัวได้ประมาณ “ผูกจิตใจไว้” หรือ “มีสติ” เป็นวิธีพูดว่า “ระวังตัวนะ” หรือ “ดูแลตัวเองนะ” มักใช้เมื่ออีกฝ่ายกลับบ้านตอนดึก เดินทางไกล หรืออยู่ในสถานการณ์ที่คุณอยากแสดงความห่วงความปลอดภัย
พ่อแม่พูดกับลูกตอนออกไปโรงเรียน เพื่อนพูดหลังเที่ยวดึก และเจ้าบ้านพูดกับแขกตอนกำลังกลับ
それでは (Sore dewa)
/soh-reh deh-wah/
ความหมายตามตัวอักษร: ถ้าอย่างนั้น / ในกรณีนั้น
“それでは、また来週お会いしましょう。”
ถ้าอย่างนั้น ไว้เจอกันสัปดาห์หน้านะ
วลีสุภาพที่บอกว่าคุณกำลังจะไป มักตามด้วยคำลาอีกคำหนึ่ง เทียบได้กับ “ถ้าอย่างนั้น” ในภาษาไทย เป็นวิธีเริ่มลาที่ดูนุ่มนวล ไม่ห้วน
Sore dewa ไม่ใช่คำลาที่จบในตัวเอง แต่มันเป็นวลีเชื่อมที่ส่งสัญญาณว่ากำลังจะจากไป มันทำให้การเปลี่ยนจากคุยไปสู่การลาไหลลื่นขึ้น ในบริบททางการ มักตามด้วย shitsurei shimasu
ในภาษาพูดแบบกันเอง มันย่อเป็น sore ja หรือแค่ ja ซึ่งเป็นรากของ jaa ne
また会いましょう (Mata aimashou)
/mah-tah ah-ee-mah-shoh/
ความหมายตามตัวอักษร: มาเจอกันอีกนะ
“楽しかったです。また会いましょう!”
สนุกมาก ไว้เจอกันอีกนะ
คำลาที่อบอุ่นและมองไปข้างหน้า คือชวนให้เจอกันอีกจริงๆ สุภาพกว่า Mata ne และใช้ได้ทั้งในสังคมทั่วไปและบริบทธุรกิจแบบไม่เคร่งมาก
ถ้า mata ne คือ “เจอกันนะ” แบบกันเอง mata aimashou คือเวอร์ชันสุภาพ คำกริยา aimasu (เจอ) ในรูปชักชวน aimashou (มาเจอกันเถอะ) ทำให้มันเป็นการชวนแบบตั้งใจ ไม่ใช่แค่หวังลอยๆ
มันเหมาะกับคนรู้จัก คอนแทกต์ทางงานที่คุณอยากเจออีกจริงๆ และสถานการณ์ที่คุณอยากอบอุ่นแต่ไม่อยากกันเองเกินไป
คำลาตอนออกจากบ้าน
เหมือนที่ภาษาญี่ปุ่นมีคู่ tadaima/okaeri สำหรับการกลับบ้าน มันก็มีคู่สำหรับการออกจากบ้านด้วย นี่คือพิธีกรรมประจำวันในแทบทุกครอบครัวญี่ปุ่น
行ってきます (Ittekimasu)
/ee-teh-kee-mahs/
ความหมายตามตัวอักษร: ไปแล้วจะกลับมา
“行ってきます!今日は遅くなるかも。”
ไปก่อนนะ วันนี้อาจกลับดึก
พูดตอนออกจากบ้านไปทำธุระหรือไปทั้งวัน ส่วน 'kimasu' (กลับมา) สำคัญมาก เพราะเป็นการสัญญาว่าจะกลับ ทำให้ต่างจากคำลาธรรมดา และจะกระตุ้นให้อีกคนตอบว่า 'Itterasshai' โดยอัตโนมัติ
Ittekimasu รวม itte (ไป) กับ kimasu (จะกลับมา) กลายเป็นวลีเดียวที่หมายถึง “ฉันไปแล้วจะกลับมา” คนพูดทุกเช้า เช่น นักเรียนไปโรงเรียน พ่อแม่ไปทำงาน หรือใครก็ตามที่ออกจากบ้าน
คำสัญญาว่าจะกลับที่ฝังอยู่ในวลีนี้ ทำให้มันเป็นคำลาที่ให้ความรู้สึกอุ่นใจเป็นพิเศษ
行ってらっしゃい (Itterasshai)
/ee-teh-rahs-shah-ee/
ความหมายตามตัวอักษร: เชิญไปและกลับมา
“行ってらっしゃい!傘持った?”
ไปดีมาดีนะ เอาร่มไปหรือยัง
คำตอบของ 'Ittekimasu' ใช้รูปยกย่องของคำว่า “ไป” (irassharu) เพื่ออวยพรให้อีกฝ่ายเดินทางปลอดภัย เหมือนคู่ Tadaima/Okaeri การโต้ตอบ Ittekimasu/Itterasshai เป็นพิธีกรรมประจำวันในบ้านญี่ปุ่น
Itterasshai เป็นคำตอบในบ้านสำหรับ ittekimasu เพื่อให้พิธีกรรมการออกจากบ้านครบถ้วน มันใช้กริยายกย่อง irassharu (ไป/มา/อยู่) และโดยใจความคือ “เชิญไป และขอให้กลับมาอย่างปลอดภัย”
เมื่อใช้คู่กับ ittekimasu มันเป็นหนึ่งในการโต้ตอบประจำวันของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่โดดเด่นที่สุด คุณจะได้ยินแทบทุกเรื่องในอนิเมะ ละคร และภาพยนตร์ที่มีฉากเช้าของบ้านญี่ปุ่น ถ้าอยากฟังในบริบทจริง ลองดูคอนเทนต์ภาษาญี่ปุ่นแท้ผ่าน Wordy
🌍 Ittekimasu นอกบ้าน
แม้ ittekimasu จะเป็นคำลาหลักในบ้าน แต่บางที่ทำงานก็ใช้เมื่อออกไปชั่วคราว (ไปพบลูกค้า ไปซื้อข้าวกลางวัน หรือไปทำธุระ) มันสื่อว่า “ออกไปก่อน แต่เดี๋ยวกลับมา” และแยกการออกไปชั่วคราวออกจากการกลับบ้านทั้งวัน
คำลาตอนกลางคืน
おやすみなさい (Oyasuminasai)
/oh-yah-soo-mee-nah-sah-ee/
ความหมายตามตัวอักษร: กรุณาพักผ่อน
“おやすみなさい。明日は早いから、ゆっくり休んでね。”
ราตรีสวัสดิ์ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า พักผ่อนให้เต็มที่นะ
คำว่า “ราตรีสวัสดิ์” แบบสุภาพ ใช้ตอนแยกย้ายช่วงดึกหรือกำลังจะนอน ใช้ได้กับครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน และคนแปลกหน้า เวอร์ชันกันเองคือ 'Oyasumi' ที่ตัดส่วนสุภาพออก
Oyasuminasai มาจาก yasumu (พักผ่อน) และคำสั่งแบบสุภาพ nasai (กรุณาทำ) มันใช้ได้สองแบบ คือเป็นคำลาตอนแยกย้ายดึกๆ และเป็น “ราตรีสวัสดิ์” ตอนเข้านอน ในหมู่เพื่อนและครอบครัว แบบสั้น oyasumi เป็นมาตรฐาน
สื่อการสอนภาษาของ NHK World-Japan ระบุว่า oyasuminasai เป็นหนึ่งในวลีแรกๆ ที่สอนในห้องเรียนภาษาญี่ปุ่นทั่วโลก เพราะใช้ได้ทุกวัน
วิธีตอบคำลาในภาษาญี่ปุ่น
คำลาในภาษาญี่ปุ่นมีรูปแบบโต้ตอบที่ชัดเจน การรู้คำตอบที่ถูกต้องสำคัญพอๆ กับการเป็นฝ่ายเริ่มลา
การตอบคำลาแบบกันเอง
| เขาพูด | คุณพูด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| じゃあね (Jaa ne) | じゃあね (Jaa ne) / またね (Mata ne) | พูดตาม หรือใช้คำลาแบบกันเองที่ใกล้เคียง |
| またね (Mata ne) | うん、またね (Un, mata ne) | “อืม เจอกันนะ” |
| また明日 (Mata ashita) | また明日 (Mata ashita) | พูดตามกลับ |
| バイバイ (Baibai) | バイバイ (Baibai) | พูดตามพร้อมโบกมือ |
การตอบคำลาในที่ทำงาน
| เขาพูด | คุณพูด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| お先に失礼します (Osaki ni shitsurei shimasu) | お疲れ様でした (Otsukaresama deshita) | คำตอบที่ถูกต้องมีแค่นี้เสมอ |
| お疲れ様でした (Otsukaresama deshita) | お疲れ様でした (Otsukaresama deshita) | พูดตามกลับ |
| 失礼します (Shitsurei shimasu) | 失礼します (Shitsurei shimasu) / お疲れ様でした | พูดตาม หรือรับรู้ว่าเขากำลังไป |
การตอบตอนออกจากบ้าน
| เขาพูด | คุณพูด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 行ってきます (Ittekimasu) | 行ってらっしゃい (Itterasshai) | ต้องตอบแบบนี้เสมอ เป็นคู่ตายตัว |
| おやすみなさい (Oyasuminasai) | おやすみなさい (Oyasuminasai) | พูดตามกลับ |
💡 ถ้าไม่แน่ใจ ให้พูดตาม
เหมือนคำทักทายในภาษาญี่ปุ่น คำลามักพึ่งการ “พูดตาม” (พูดวลีเดิมกลับ) ถ้ามีคนพูดคำลาที่คุณไม่เข้าใจทั้งหมด การพูดตามกลับมักยอมรับได้ทางสังคมเกือบเสมอ ข้อยกเว้นคือคู่ในที่ทำงาน ถ้ามีคนพูด Osaki ni shitsurei shimasu คำตอบที่ถูกต้องต้องเป็น Otsukaresama deshita เสมอ ไม่ใช่พูดตาม
ฝึกกับคอนเทนต์ภาษาญี่ปุ่นจริง
การอ่านเรื่องคำลาทำให้คุณรู้ แต่การได้ยินในบทสนทนาธรรมชาติพร้อมน้ำเสียงที่ถูกต้องจะทำให้จำได้จริง หนังและละครญี่ปุ่นมีฉากลามากมาย และเพราะวัฒนธรรมญี่ปุ่นไวต่อบริบท คุณจะได้ยินตัวละครสลับใช้ jaa ne, otsukaresama deshita, และ shitsurei shimasu ตามคนที่คุยด้วยอย่างเป็นธรรมชาติ
Wordy ให้คุณดูหนังและรายการภาษาญี่ปุ่นพร้อมซับแบบโต้ตอบได้ แตะคำลาใดๆ เพื่อดูการออกเสียงโรมาจิ ระดับความสุภาพ และบริบททางวัฒนธรรมแบบเรียลไทม์ คุณจะซึมซับความต่างระหว่างคำลาแบบกันเองกับแบบทางการจากบทสนทนาจริง แทนการท่องจำเป็นรายการ
ถ้าต้องการแหล่งเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม ลองดู บล็อก ของเรา มีคู่มืออย่าง หนังที่เหมาะสำหรับเรียนภาษาญี่ปุ่น เริ่มฝึกกับคอนเทนต์แท้ได้ที่ หน้าการเรียนภาษาญี่ปุ่น วันนี้
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมคนญี่ปุ่นไม่ค่อยพูด Sayounara เป็นคำลาทุกวัน
คำว่า ลาก่อน ภาษาญี่ปุ่น ที่ใช้บ่อยที่สุดคืออะไร
Otsukaresama deshita แปลว่าอะไร และใช้ตอนไหน
Osaki ni shitsurei shimasu ต่างจาก Otsukaresama deshita ยังไง
คนญี่ปุ่นใช้คำว่า Baibai ไหม
ถ้าจะบอกลาคนที่อาจไม่ได้เจอกันอีก ควรพูดว่าอะไรในภาษาญี่ปุ่น
แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง
- Makino, S. & Tsutsui, M. (1986). 'พจนานุกรมไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นพื้นฐาน' The Japan Times.
- NHK World-Japan, บทเรียนภาษาญี่ปุ่น: คำทักทายและสำนวนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
- Agency for Cultural Affairs, Japan, แบบสำรวจภาษาประจำชาติ (2023)
- The Japan Foundation, รายงานผลสำรวจการศึกษาภาษาญี่ปุ่นในต่างประเทศ (2021)
- Ethnologue: Languages of the World, รายการข้อมูลภาษา Japanese (2024)
เริ่มเรียนรู้กับ Wordy
ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

