← กลับไปที่บล็อก
🇬🇧อังกฤษ

วลีภาษาอังกฤษสำหรับการเดินทาง: 50+ ประโยคใช้ที่สนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร

โดย Sandor20 กุมภาพันธ์ 2569อ่าน 10 นาที

คำตอบด่วน

ภาษาอังกฤษคือภาษาของการเดินทาง, คุณสื่อสารได้แทบทุกที่ทั้งสนามบิน โรงแรม และร้านอาหารทั่วโลก ประโยคสำคัญ เช่น “Where is...?” (/wɛr ɪz/), “How much does this cost?” (/haʊ mʌtʃ dʌz ðɪs kɒst/), “Could I have the bill, please?” (/kʊd aɪ hæv ðə bɪl/) และ “I need help, please.” (/aɪ niːd hɛlp/).

คำตอบสั้นๆ

ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางของการเดินทางทั่วโลก, ถ้าคุณพูดได้สักประโยค คุณสื่อสารได้แทบทุกที่ ประโยคที่สำคัญที่สุดคือ "Could you help me, please?" (/kʊd juː hɛlp miː pliːz/) เพราะใช้ได้ทันทีที่สนามบิน โรงแรม หรือบนถนน และบอกชัดว่าคุณต้องการความช่วยเหลือและสุภาพ

ตามข้อมูล Ethnologue ปี 2024 มีคนใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารในชีวิตประจำวันเกือบ 1.5 พันล้านคน ทำให้เป็น lingua franca ที่แพร่หลายที่สุดในโลก นักภาษาศาสตร์ David Crystal (The Cambridge Encyclopedia of the English Language, Cambridge University Press, 2019) ระบุว่า ภาษาอังกฤษเป็นภาษาเดียวที่เป็นทางการหรือใช้กันอย่างกว้างขวางในทุกทวีป และเป็นภาษามาตรฐานโดยพฤตินัยของการบิน การท่องเที่ยว และธุรกิจโรงแรม

„ภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่ภาษา, แต่มันคือรหัสที่นักเดินทางทั่วโลกใช้สื่อสารกัน ผู้ที่เรียนรู้สำนวนสุภาพไม่กี่อย่าง จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาระดับโลกนี้ทันที"

(British Council, English Language Teaching: Global Research Report, 2023)

คู่มือนี้รวมวลีภาษาอังกฤษสำหรับการเดินทาง 50+ ประโยค แยกตามสถานการณ์: สนามบินและศุลกากร โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง การช้อปปิ้ง และเหตุฉุกเฉิน ทุกประโยคมีการออกเสียง ตัวอย่างประโยคจริง และบริบททางวัฒนธรรม เพื่อให้คุณรู้ว่าควรใช้เมื่อไรและใช้อย่างไร


ภาพรวมแบบเร็ว: 12 วลีภาษาอังกฤษสำหรับการเดินทางที่สำคัญที่สุด


สนามบินและศุลกากร

ป้ายภาษาอังกฤษในสนามบินสมัยใหม่เข้าใจได้แทบทุกที่ แต่การรู้ประโยคสำคัญไม่กี่ประโยคจะทำให้คุณพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น โดยเฉพาะตอนตรวจศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง ที่เจ้าหน้าที่มักถามเป็นภาษาอังกฤษ British Council ระบุว่า ในสนามบินนานาชาติหลักๆ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อสารหลัก

Where is the gate?

สุภาพ

//wɛr ɪz ðə ɡeɪt//

ความหมายตามตัวอักษร: ประตูอยู่ที่ไหน?

Excuse me, where is gate B12?

ขอโทษครับ/ค่ะ, ประตู B12 อยู่ที่ไหน?

🌍

ในสนามบินคำว่า 'gate' หมายถึงประตูขึ้นเครื่อง ไม่ใช่ทางเข้า ถ้าหลงทางให้ถามพนักงานได้เลย, พนักงานสนามบินคุ้นเคยกับผู้โดยสารต่างชาติอยู่แล้ว

โครงสร้าง Where is...? เป็นรูปแบบถามทางที่ใช้ได้สารพัดในภาษาอังกฤษ แค่เปลี่ยนสถานที่: Where is the baggage claim? (จุดรับกระเป๋าอยู่ที่ไหน?), Where is the customs? (ศุลกากรอยู่ที่ไหน?), Where is the exit? (ทางออกอยู่ที่ไหน?).

Is this seat taken?

สุภาพ

//ɪz ðɪs siːt ˈteɪkən//

ความหมายตามตัวอักษร: ที่นั่งนี้ถูกจับจองอยู่ไหม?

Excuse me, is this seat taken? Can I sit here?

ขอโทษครับ/ค่ะ, ที่นั่งนี้มีคนนั่งไหม? ฉันนั่งตรงนี้ได้ไหม?

🌍

ใช้ได้ทั้งในห้องรอ รถบัส หรือบนเครื่องบิน ถ้าที่นั่งว่าง คำตอบคือ: 'No, go ahead.' (ไม่, เชิญเลย) ถ้ามีคนจอง: 'Yes, sorry.' (มี, ขอโทษนะ)

Do you have anything to declare?

เป็นทางการ

//duː juː hæv ˈɛniθɪŋ tə dɪˈklɛr//

ความหมายตามตัวอักษร: คุณมีอะไรต้องสำแดงไหม?

Do you have anything to declare? — No, just personal items.

มีของต้องสำแดงไหม? — ไม่มี, มีแค่ของใช้ส่วนตัว

🌍

เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะถามคำถามนี้ คำตอบมาตรฐานคือ: 'No, just personal belongings.' ถ้าเขาถามต่อ ให้ใจเย็นและตอบสั้นๆ, เจ้าหน้าที่ศุลกากรถามคำถามแบบเดิมๆ เป็นกิจวัตร

💡 คำศัพท์สนามบินที่มีประโยชน์

คำสำคัญบางคำที่คุณจะเห็นบนป้าย: Departures (ขาออก), Arrivals (ขาเข้า), Boarding (ขึ้นเครื่อง), Gate (ประตูขึ้นเครื่อง), Baggage claim (จุดรับกระเป๋า), Customs (ศุลกากร), Immigration (ตรวจคนเข้าเมือง), Transit (เปลี่ยนเครื่อง) คุณไม่จำเป็นต้องพูดคำเหล่านี้, แค่จำให้ได้ก็จะเดินทางได้มั่นใจขึ้น


โรงแรมและที่พัก

พนักงานโรงแรมที่ใช้ภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะในลอนดอน นิวยอร์ก หรือดูไบ คุ้นเคยกับแขกต่างชาติและยินดีช่วย ขั้นตอนเช็กอินแทบเหมือนกันทุกที่: บอกชื่อ แสดงพาสปอร์ต แล้วรับกุญแจ

I have a reservation

เป็นทางการ

//aɪ hæv ə rɛzərˈveɪʃən//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันมีการจองไว้

Good evening. I have a reservation under the name Kovács.

สวัสดีตอนเย็นครับ/ค่ะ ฉันมีการจองไว้ในชื่อ Kovács

🌍

ที่เคาน์เตอร์ควรทักทายก่อนเสมอ: 'Good morning / afternoon / evening.' นี่คือมารยาทพื้นฐานในภาษาอังกฤษ และช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี วลี 'under the name' แปลตรงตัวว่า 'ในชื่อ'

Could I have a room for two nights?

สุภาพ

//kʊd aɪ hæv ə ruːm fər tuː naɪts//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันขอห้องพักสองคืนได้ไหม?

Could I have a double room for two nights, please?

ขอห้องเตียงคู่สองคืนได้ไหมครับ/ค่ะ, ได้โปรด?

🌍

ประโยค 'Could I have...?' เป็นสูตรขอร้องแบบสุภาพในภาษาอังกฤษ ประเภทห้อง: 'single room' (ห้องเตียงเดี่ยว), 'double room' (ห้องเตียงคู่), 'twin room' (ห้องสองเตียงแยก), 'suite' (ห้องสวีท)

What time is check-out?

สุภาพ

//wɒt taɪm ɪz tʃɛk aʊt//

ความหมายตามตัวอักษร: เช็กเอาต์กี่โมง?

What time is check-out? Can I leave my luggage here?

เช็กเอาต์กี่โมง? ฉันฝากกระเป๋าไว้ที่นี่ได้ไหม?

🌍

โดยทั่วไป 'check-out' จะอยู่ช่วง 11 โมงถึงเที่ยง ถ้าคุณอยากอยู่ต่อ ให้ถาม: 'Is a late check-out possible?' (ขอเช็กเอาต์ช้าได้ไหม?) ปกติมักมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

Could I have an extra towel?

สุภาพ

//kʊd aɪ hæv ən ˈɛkstrə ˈtaʊəl//

ความหมายตามตัวอักษร: ขอผ้าเช็ดตัวเพิ่มได้ไหม?

Excuse me, could I have an extra towel and some more soap?

ขอโทษครับ/ค่ะ, ขอผ้าเช็ดตัวเพิ่มหนึ่งผืนและสบู่อีกหน่อยได้ไหม?

🌍

เวลาขอของในโรงแรม ใช้ 'Could I have...' หรือ 'Could you bring me...' จะได้ผลดีที่สุด หลีกเลี่ยง 'Give me...' เพราะฟังดูห้วนในภาษาอังกฤษ

🌍 ทิปในโรงแรมประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ

ในสหรัฐอเมริกา มักให้ทิปกับพนักงานยกกระเป๋า พนักงานหน้าประตู และแม่บ้าน: ยกกระเป๋า 1-2 ดอลลาร์ต่อใบ, ทำความสะอาดห้อง 2-5 ดอลลาร์ต่อวัน ในสหราชอาณาจักรไม่ค่อยเป็นข้อคาดหวัง แต่คนจะชื่นชมเสมอ สำหรับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทิปไม่บังคับ แต่ให้ได้


ร้านอาหารและคาเฟ่

วัฒนธรรมร้านอาหารภาษาอังกฤษต่างจากภาษาไทย โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ที่พนักงานเสิร์ฟจะกลับมาถามบ่อย และบรรยากาศโต้ตอบมากกว่า แค่ไม่กี่ประโยคก็พอให้คุณสั่งอาหารและจ่ายเงินได้อย่างมั่นใจ

I'd like a table for two

สุภาพ

//aɪd laɪk ə ˈteɪbl fər tuː//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันอยากได้โต๊ะสำหรับสองคน

Hi, I'd like a table for two, please. Do you have a reservation?

สวัสดีครับ/ค่ะ, ขอโต๊ะสำหรับสองคนครับ/ค่ะ, ได้โปรด คุณมีการจองไหม?

🌍

ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ร้านอาหารหลายแห่งต้องจองล่วงหน้า ถ้าเราไม่ได้จอง: 'We don't have a reservation — do you have anything available?' (เราไม่ได้จอง, มีโต๊ะว่างไหม?)

Could I see the menu?

สุภาพ

//kʊd aɪ siː ðə ˈmɛnjuː//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันขอดูเมนูได้ไหม?

Could I see the menu, please? And could we get some water?

ขอดูเมนูได้ไหมครับ/ค่ะ? แล้วขอน้ำหน่อยได้ไหม?

🌍

ในสหรัฐอเมริกา มักมีเมนูวางบนโต๊ะ และพนักงานจะนำน้ำมาให้เลย (ฟรี) ในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลียอาจไม่อัตโนมัติ, ควรถาม

I'll have...

สุภาพ

//aɪl hæv//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันจะเอา...

I'll have the grilled salmon and a side salad, please.

ฉันเอาแซลมอนย่างกับสลัดเป็นเครื่องเคียงครับ/ค่ะ, ได้โปรด

🌍

'I'll have...' เป็นรูปแบบสั่งอาหารที่เป็นธรรมชาติ 'I want...' (ฉันอยากได้) ถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่ในร้านอาหารอาจฟังดูตรงเกินไป 'I'll have...' สุภาพและเป็นธรรมชาติกว่า

The bill, please / Check, please

สุภาพ

//ðə bɪl pliːz / tʃɛk pliːz//

ความหมายตามตัวอักษร: ขอบิลด้วยครับ/ค่ะ

Excuse me, could we get the bill, please?

ขอโทษครับ/ค่ะ, ขอรับบิลได้ไหมครับ/ค่ะ?

🌍

ความต่างทางวัฒนธรรมที่สำคัญ: ในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลียมักพูด 'bill' ส่วนในสหรัฐอเมริกาและแคนาดามักพูด 'check' ทั้งสองแบบเข้าใจได้ทุกที่ ในสหรัฐอเมริกา พนักงานมักนำบิลมาให้เองโดยไม่ต้องขอ

🌍 ทิปในร้านอาหาร: สหรัฐอเมริกา vs. สหราชอาณาจักร

ในสหรัฐอเมริกา ทิป (tip) ในร้านอาหารอยู่ที่ 18-20% ซึ่งเป็นขั้นต่ำที่พบได้ทั่วไป เพราะรายได้พนักงานเสิร์ฟพึ่งทิปเป็นหลัก วิธีคิดง่ายๆ คือเอายอดบิลคูณ 0.2 ในสหราชอาณาจักร 10-12% เป็นที่ยอมรับ และบางครั้งจะบวก service charge (ค่าบริการ) อัตโนมัติ, ตรวจในบิลก่อนจ่าย ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทิปไม่บังคับ แต่ให้ได้


การเดินทาง

ระบบขนส่งสาธารณะในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ดินลอนดอน (Underground) รถไฟใต้ดินนิวยอร์ก (subway) หรือรถบัสซิดนีย์ มักมีป้ายภาษาอังกฤษและประกาศภาษาอังกฤษ ไม่กี่ประโยคช่วยได้มาก ถ้าคุณพลาดการต่อรถหรือหาป้ายไม่เจอ

How do I get to...?

สุภาพ

//haʊ duː aɪ ɡɛt tuː//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันจะไปถึง...ได้อย่างไร?

Excuse me, how do I get to the city centre?

ขอโทษครับ/ค่ะ, ฉันจะไปใจกลางเมืองได้อย่างไร?

🌍

นี่เป็นรูปแบบถามทางที่เป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาอังกฤษ คุณต่อท้ายได้ว่า: 'Is it far from here?' (ไกลจากที่นี่ไหม?), 'Can I walk?' (เดินไปได้ไหม?) หรือ 'Should I take the bus or the subway?' (ควรนั่งรถบัสหรือรถไฟใต้ดิน?)

Where is the nearest...?

สุภาพ

//wɛr ɪz ðə ˈnɪərɪst//

ความหมายตามตัวอักษร: ...ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน?

Where is the nearest ATM / pharmacy / subway station?

ATM / ร้านขายยา / สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน?

🌍

แค่ใส่คำว่า 'nearest' (ใกล้ที่สุด) คุณก็ถามหาได้แทบทุกอย่าง จุดหมายที่มีประโยชน์: 'ATM' (ตู้เอทีเอ็ม), 'pharmacy' (ร้านขายยา), 'hospital' (โรงพยาบาล), 'taxi stand' (จุดจอดแท็กซี่), 'bus stop' (ป้ายรถบัส)

Could you take me to...?

สุภาพ

//kʊd juː teɪk miː tuː//

ความหมายตามตัวอักษร: คุณพาฉันไป...ได้ไหม?

Could you take me to this address, please?

พาฉันไปที่อยู่นี้ได้ไหมครับ/ค่ะ, ได้โปรด?

🌍

เป็นประโยคที่มีประโยชน์มากเวลาเรียกแท็กซี่ ถ้าไม่มั่นใจการออกเสียง ให้โชว์ที่อยู่ในโทรศัพท์ ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร Uber และ Lyft / Bolt แพร่หลายมาก, ใช้แอปแล้วแทบไม่ต้องพูดอะไร ระบบจะสื่อสารให้

How much does it cost?

สุภาพ

//haʊ mʌtʃ dʌz ɪt kɒst//

ความหมายตามตัวอักษร: ราคาเท่าไหร่?

How much does it cost to get to the airport by taxi?

นั่งแท็กซี่ไปสนามบินราคาเท่าไหร่?

🌍

ก่อนขึ้นแท็กซี่ควรถามราคาก่อนเสมอ โดยเฉพาะถ้าไม่มีมิเตอร์ หรือคนขับเสนอ 'flat rate' (ราคาเหมาจ่าย) ถ้าใช้ Uber หรือแอปคล้ายกัน คุณเห็นราคาก่อนกดยืนยัน, ทำให้สะดวกมาก


การช้อปปิ้ง

ตั้งแต่ห้างในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษไปจนถึงตลาดกลางแจ้ง ราคามักติดไว้ชัดเจน และไม่ค่อยต่อราคา ยกเว้นร้านของเก่า ตลาดนัด และบางตลาดท่องเที่ยว ประโยคเหล่านี้ช่วยให้ช้อปได้ง่ายขึ้น

How much is this?

สุภาพ

//haʊ mʌtʃ ɪz ðɪs//

ความหมายตามตัวอักษร: อันนี้ราคาเท่าไหร่?

Excuse me, how much is this? And is it on sale?

ขอโทษครับ/ค่ะ, อันนี้ราคาเท่าไหร่? แล้วลดราคาไหม?

🌍

'How much is this?' และ 'How much does this cost?' ความหมายเหมือนกัน แต่แบบแรกจะพูดกันในชีวิตประจำวันมากกว่า ถามว่า 'Is it on sale?' (ลดราคาไหม?) เพื่อเช็กโปรโมชัน 'on sale' = ลดราคา, 'for sale' = มีไว้ขาย

Do you have this in...?

สุภาพ

//duː juː hæv ðɪs ɪn//

ความหมายตามตัวอักษร: มีอันนี้เป็น... (ไซซ์/สี) ไหม?

Do you have this in a larger size / in blue?

มีไซซ์ใหญ่กว่านี้ไหม / มีสีฟ้าไหม?

🌍

ไซซ์เสื้อผ้าในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษอาจต่างจากไทย: S, M, L, XL หรือเป็นตัวเลข (8, 10, 12 ในสหราชอาณาจักร; 2, 4, 6 ในสหรัฐอเมริกา) ถ้าไม่รู้ไซซ์: 'Could I try this on?' (ขอลองได้ไหม?)

Can I try this on?

สุภาพ

//kæn aɪ traɪ ðɪs ɒn//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันลองอันนี้ได้ไหม?

Can I try this on? Where is the fitting room?

ขอลองได้ไหม? ห้องลองเสื้ออยู่ที่ไหน?

🌍

'fitting room' (ในสหรัฐอเมริกามักพูด 'dressing room') คือห้องลองเสื้อ บางร้านจำกัดจำนวนชิ้นที่เอาเข้าไปได้, ถ้าเขาบอก ('maximum 6 items') นี่เป็นกฎปกติ ไม่ได้เจาะจงคุณ


การขอความช่วยเหลือและเหตุฉุกเฉิน

ไม่มีใครวางแผนให้เกิดเหตุฉุกเฉิน แต่ประโยคเหล่านี้อาจช่วยชีวิตได้ในช่วงวิกฤต ในสหรัฐอเมริกา เบอร์ฉุกเฉินคือ 911, ในสหราชอาณาจักรคือ 999, ในออสเตรเลียและประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษอีกหลายแห่งคือ 000 / 112

I need help!

ไม่เป็นทางการ

//aɪ niːd hɛlp//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันต้องการความช่วยเหลือ!

I need help! Please call an ambulance!

ฉันต้องการความช่วยเหลือ! ได้โปรดเรียกรถพยาบาล!

🌍

ในสถานการณ์เร่งด่วน นี่เป็นประโยคที่ง่ายและได้ผลที่สุด ถ้าคุณพูดได้แค่ 'Help!' (/hɛlp/) ก็พอแล้ว, ทุกประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเข้าใจทันที

I don't understand

สุภาพ

//aɪ doʊnt ʌndərˈstænd//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันไม่เข้าใจ

I'm sorry, I don't understand. Could you repeat that?

ขอโทษครับ/ค่ะ, ฉันไม่เข้าใจ ช่วยพูดซ้ำได้ไหม?

🌍

อย่ากลัวที่จะพูดประโยคนี้, เจ้าของภาษาคุ้นเคยกับผู้เรียนต่างชาติ และยินดีพูดซ้ำหรือพูดให้ง่ายขึ้น ประโยค 'I'm sorry, my English is not very good' (ขอโทษนะ ภาษาอังกฤษฉันไม่ค่อยดี) ก็ใช้เปิดบทสนทนาได้ และทำให้อีกฝ่ายใจเย็นขึ้น

Please speak slowly

สุภาพ

//pliːz spiːk mɔːr ˈsloʊli//

ความหมายตามตัวอักษร: ได้โปรดพูดช้าลงหน่อย

Could you speak more slowly, please? I'm still learning English.

ช่วยพูดช้าลงหน่อยได้ไหมครับ/ค่ะ? ฉันยังเรียนภาษาอังกฤษอยู่

🌍

เจ้าของภาษาหลายคน โดยเฉพาะชาวอเมริกัน พูดเร็วและออกเสียงแบบกันเอง คำขอ 'Could you speak more slowly?' มักได้รับการตอบรับอย่างดี 'Could you write it down?' (ช่วยเขียนให้ได้ไหม?) ก็มีประโยชน์มาก

I've lost...

สุภาพ

//aɪv lɒst//

ความหมายตามตัวอักษร: ฉันทำ...หาย

I've lost my passport. Where is the nearest police station?

ฉันทำพาสปอร์ตหาย สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน?

🌍

ถ้าเอกสารหาย ให้ไปสถานีตำรวจ (police station) ที่ใกล้ที่สุดทันที และขอเอกสารแจ้งของหาย ('lost property report') บริษัทประกันและสถานทูตอาจขอเอกสารนี้ด้วย ควรเก็บสำเนาพาสปอร์ตแยกไว้

Call the police!

ไม่เป็นทางการ

//kɔːl ðə pəˈliːs//

ความหมายตามตัวอักษร: เรียกตำรวจ!

Call the police! I've been robbed!

เรียกตำรวจ! ฉันโดนปล้น!

🌍

สหรัฐอเมริกา: 911, สหราชอาณาจักร: 999, ออสเตรเลีย: 000, แคนาดา: 911 ถ้าคุณโทรไม่ได้ ให้ตะโกน: 'Help! Call the police!' คนรอบข้างจะช่วย 'I've been robbed' (ฉันโดนปล้น) และ 'I've been attacked' (ฉันโดนทำร้าย) ก็สำคัญในเหตุฉุกเฉิน


เคล็ดลับด้านวัฒนธรรม

🌍 สหราชอาณาจักร vs. สหรัฐอเมริกา: ภาษาอังกฤษต่างกัน, มารยาทก็ต่างกัน

ระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหรัฐอเมริกามีความต่างทั้งวัฒนธรรมและภาษา ซึ่งอาจทำให้นักเดินทางแปลกใจ ชาวอังกฤษมักใช้สำนวนสุภาพที่เป็นทางการมากกว่า: 'Could I possibly...' และ 'Would you mind...' พบได้บ่อยกว่าสหรัฐอเมริกา คนอังกฤษจะไม่แซงคิว, คำว่า 'queue' (คิว) แทบเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ในสหราชอาณาจักร และการทำให้คิวปั่นป่วนถือเป็นการเสียมารยาทร้ายแรง

ในสหรัฐอเมริกา การสื่อสารมักเป็นมิตรและตรงกว่า แม้แต่แคชเชียร์ที่ไม่รู้จักก็อาจถามว่า 'How are you today?' นี่ไม่ใช่คำถามจริงจัง แต่เป็นสำนวนสุภาพ คำตอบที่เหมาะคือ: 'I'm great, thanks! And you?' ชาวอังกฤษบางคนอาจรู้สึกว่าความเปิดเผยแบบนี้มากเกินไป, ทั้งหมดขึ้นอยู่กับมุมมองทางวัฒนธรรมว่าแบบไหนเป็นธรรมชาติสำหรับคุณ

เบอร์ฉุกเฉิน: สหรัฐอเมริกาและแคนาดา: 911, สหราชอาณาจักร: 999, ออสเตรเลีย: 000, นิวซีแลนด์: 111, ไอร์แลนด์: 112 / 999.

💡 อังกฤษแบบบริติช vs. อเมริกัน: ความต่างสำคัญสำหรับนักเดินทาง

คำบางคำที่ควรรู้ทั้งสองแบบ:

ไทยอังกฤษแบบบริติชอังกฤษแบบอเมริกัน
ห้องน้ำToilet / LooRestroom / Bathroom
รถไฟใต้ดินUnderground / TubeSubway
บิล (ร้านอาหาร)BillCheck
วันหยุดHolidayVacation
ร้านขายยาChemist / PharmacyDrugstore / Pharmacy
ลิฟต์LiftElevator
ปั๊มน้ำมันPetrol stationGas station
กระเป๋าเดินทางLuggage / BaggageLuggage / Baggage

ทั้งสองแบบเข้าใจกันได้ในทั้งสองประเทศ, ถ้าคุณใช้คำแบบบริติชในสหรัฐอเมริกาหรือกลับกัน คนส่วนใหญ่ก็ไม่แปลกใจ


พจนานุกรมการเดินทาง: สรุปแบบเร็ว

สถานการณ์ประโยคภาษาอังกฤษที่มีประโยชน์ความหมายภาษาไทย
สนามบินWhere is the gate?ประตูขึ้นเครื่องอยู่ที่ไหน?
ศุลกากรJust personal belongings.มีแค่ของใช้ส่วนตัว
เช็กอินโรงแรมI have a reservation under...ฉันมีการจองไว้ในชื่อ...
ขอของในโรงแรมCould I have an extra...?ขอ...เพิ่มได้ไหม?
เช็กเอาต์What time is check-out?เช็กเอาต์กี่โมง?
ร้านอาหารI'll have... / The bill, please.ฉันเอา... / ขอบิลด้วยครับ/ค่ะ
ถามทางHow do I get to...?ฉันจะไป...ได้อย่างไร?
แท็กซี่Could you take me to...?พาไป...ได้ไหม?
ช้อปปิ้งHow much is this?อันนี้ราคาเท่าไหร่?
ลองเสื้อCan I try this on?ขอลองได้ไหม?
ขอความช่วยเหลือI need help! / Help!ฉันต้องการความช่วยเหลือ! / ช่วยด้วย!
เหตุฉุกเฉินCall the police!เรียกตำรวจ!
การสื่อสารPlease speak more slowly.ได้โปรดพูดช้าลงหน่อย
ขอให้พูดซ้ำCould you repeat that?ช่วยพูดซ้ำได้ไหม?

ฝึกกับคอนเทนต์ภาษาอังกฤษจริง

วิธีที่ได้ผลที่สุดในการจำประโยคเหล่านี้ คือได้ยินและเห็นในบริบทจริง หนัง ซีรีส์ และพอดแคสต์ภาษาอังกฤษไม่ได้มีแค่ความสนุก, แต่ยังสอนการออกเสียง จังหวะการพูด และการอ้างอิงทางวัฒนธรรมแบบธรรมชาติด้วย

ดูคู่มือของเราที่ หนังที่ดีที่สุดสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งคัดสรรทั้งผลงานจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ถ้าคุณอยากพัฒนาระหว่างเดินทางด้วย หน้า เรียนภาษาอังกฤษกับ Wordy จะช่วยให้คุณซึมซับคำศัพท์และวลีอย่างเป็นธรรมชาติ ระหว่างดูซีรีส์ที่คุณชอบ

นอกจากนี้ คุณควรอ่านคู่มือของเราเกี่ยวกับวลีทักทายภาษาอังกฤษพื้นฐานด้วย เพราะการเดินทางไม่ได้มีแค่ประโยค, แต่มีความสัมพันธ์ด้วย

คำถามที่พบบ่อย

ประโยคภาษาอังกฤษที่จำเป็นเวลาไปเที่ยวมีอะไรบ้าง?
ประโยคพื้นฐานที่ควรรู้ เช่น “Where is...?” (อยู่ที่ไหน), “How much does this cost?” (ราคาเท่าไหร่), “Could you help me, please?” (ช่วยหน่อยได้ไหม), “I'd like a room for two nights.” (ขอห้องพัก 2 คืน), “Can I have the bill?” (ขอบิลได้ไหม), “I don't understand.” และ “Please speak more slowly.”
ถามเป็นอังกฤษว่า “อยู่ที่ไหน” พูดยังไง?
ใช้ “Where is [place]?” (/wɛr ɪz/) เช่น “Where is the bathroom?” หรือ “Where is the nearest subway station?” ถ้าหลงทางพูด “Could you point me in the right direction?” และถ้ามีแผนที่ใช้ “Can you show me on the map?”
จองโรงแรมเป็นภาษาอังกฤษต้องพูดว่าอะไรบ้าง?
ที่เคาน์เตอร์พูด “I have a reservation under [name].” (/aɪ hæv ə rɛzərˈveɪʃən/) ถ้าจะจองใหม่ใช้ “I'd like to book a room for two nights.” ถามรายละเอียดได้ด้วย “Is breakfast included?” และ “What time is check-in / check-out?”
ขอความช่วยเหลือเป็นภาษาอังกฤษตอนฉุกเฉินพูดยังไง?
พูด “Help!” (/hɛlp/) หรือ “Call the police!” (/kɔːl ðə pəˈliːs/) ถ้าป่วยใช้ “I need a doctor.” และถ้าทำพาสปอร์ตหายพูด “I've lost my passport.” ถ้าถูกปล้นใช้ “I've been robbed.” ในสหรัฐฯ โทร 911, ในสหราชอาณาจักร โทร 999.
พูดอังกฤษว่า “ไม่เข้าใจ ช่วยพูดซ้ำได้ไหม” ยังไง?
ใช้ “I don't understand.” (/aɪ doʊnt ʌndərˈstænd/) แล้วตามด้วย “Could you repeat that, please?” (/kʊd juː rɪˈpiːt ðæt pliːz/) ถ้าพูดเร็วไปใช้ “Could you speak more slowly, please?” และถ้าต้องการให้เขียนให้ใช้ “Could you write it down?”

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Crystal, David (2019). สารานุกรมภาษาอังกฤษ The Cambridge Encyclopedia of the English Language. Cambridge University Press.
  2. British Council (2023). รายงานวิจัยระดับโลกด้านการสอนภาษาอังกฤษ English Language Teaching: Global Research Report.
  3. Merriam-Webster Dictionary (2026). merriam-webster.com.
  4. Ethnologue (2024). ภาษาอังกฤษ: สถานะภาษาโลก, ฉบับที่ 27.

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม