วันในสัปดาห์ภาษาอังกฤษ: Monday ถึง Sunday พร้อมการออกเสียง
คำตอบด่วน
วันในสัปดาห์ภาษาอังกฤษคือ Monday (วันจันทร์), Tuesday (วันอังคาร), Wednesday (วันพุธ), Thursday (วันพฤหัสบดี), Friday (วันศุกร์), Saturday (วันเสาร์), Sunday (วันอาทิตย์) คำที่ออกเสียงยากสุดมักเป็น “Wednesday” ออกเสียงว่า “WENZ-dee” โดยตัว “d” ตรงกลางไม่ออกเสียง ในปฏิทินภาษาอังกฤษแบบอเมริกันสัปดาห์มักเริ่มวันอาทิตย์ แต่ในการสื่อสารทั่วไป วันจันทร์คือ “วันทำงานวันแรก”
ภาษาอังกฤษเป็น lingua franca ที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในโลก: ตามข้อมูล Ethnologue ปี 2024 มีคนเกือบ 1.5 พันล้านคนพูดเป็นภาษาแม่หรือภาษาที่สอง ชื่อวันในสัปดาห์เป็นหนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษต้องใช้ เพราะตารางเวลา การนัดหมาย อีเมล และโซเชียลมีเดียล้วนพึ่งคำเหล่านี้
ชื่อวันภาษาอังกฤษผสมมาจากสองแหล่งคือ ตำนานเทพเจ้าเจอร์แมนิก (เทพนอร์ส) และระบบดาวเคราะห์ของโรมัน ทำให้ทั้งพิเศษและจำง่ายไปพร้อมกัน Monday (วันของดวงจันทร์) และ Sunday (วันของดวงอาทิตย์) อ้างถึงวัตถุท้องฟ้าโดยตรง ส่วน Tuesday, Wednesday, Thursday และ Friday เก็บชื่อเทพเจ้าเจอร์แมนิกไว้คือ Tyr, Woden, Thor และ Frigg ส่วน Saturday สืบตรงมาจากชื่อดาวละติน Saturnus
"The names of the days in English preserve a fascinating blend of Roman planetary tradition and Germanic theological replacement — a linguistic fossil of two cultures meeting."
(David Crystal, The Cambridge Encyclopedia of the English Language, 3. kiadás, 2019)
คู่มือนี้จะพาไล่ครบทุกวัน พร้อมการออกเสียง รากศัพท์ และบริบททางวัฒนธรรม เพื่อให้คุณใช้ได้อย่างมั่นใจในภาษาอังกฤษ
วันในสัปดาห์ภาษาอังกฤษ, ตาราง
Monday, วันจันทร์
Monday มาจากคำอังกฤษเก่า Mōnandæg (วันของดวงจันทร์) ดวงจันทร์, moon, เป็นตัวบอกวันแรกของสัปดาห์ในภาษาอังกฤษ เช่นเดียวกับภาษาเจอร์แมนิกส่วนใหญ่ ในภาษาไทย คำว่า วันจันทร์ ก็อ้างถึงดวงจันทร์เช่นกัน ดังนั้นสองภาษาจึงใช้ตรรกะเดียวกัน
ทิปการออกเสียง: เน้นพยางค์แรก, MUN-day ไม่ใช่ “mon-DAY” คนไทยมักเน้นพยางค์ท้ายตามการอ่านตัวสะกด ซึ่งฟังแปลกสำหรับเจ้าของภาษา
Tuesday, วันอังคาร
Tuesday มาจากคำอังกฤษเก่า Tīwesdæg Tyr (เขียนอีกแบบว่า Tiw) เป็นเทพสงครามในตำนานเจอร์แมนิก และเป็นหนึ่งในตัวละครเก่าแก่ของสายตำนานนอร์ส คู่เทียบในละตินคือวันของ Mars (dies Martis), จึงเป็นที่มาของรูปคำในภาษากลุ่มโรมานซ์อย่าง martedi, mardi, martes
การออกเสียง: TYOOZ-day กลุ่มตัวอักษร “TUE” เป็นจุดที่ทำให้คนไทยงงบ่อย เพราะไม่ใช่ “ทู-เอซ-เดย์” แต่ใกล้กับ “ทิวซเดย์” โดยเฉพาะในสำเนียงอังกฤษแบบบริติช
Wednesday, วันพุธ
Wednesday มาจากคำอังกฤษเก่า Wōdnesdæg, วันของ Woden (Odin ในตำนานสแกนดิเนเวีย) Woden เป็นเทพสูงสุดในตำนานเจอร์แมนิก เป็นเจ้าแห่งปัญญา สงคราม และผู้ตาย ตัว “d” ที่ยังอยู่ในตัวสะกดไม่ออกเสียง ทำให้คำนี้เป็นกับดักที่ดังที่สุดของผู้เรียนภาษาอังกฤษ
⚠️ การออกเสียง Wednesday: 'd' ไม่ออกเสียง
การออกเสียง “Wednesday” คือ WENZ-day /ˈwɛnzdeɪ/ ไม่ใช่ “wed-nez-day” ตัว “d” ตรงกลางเงียบสนิท ผู้เรียนหลายคนพูดผิดอยู่นาน เพราะตัวสะกดหลอกตา รูปเดิมในอังกฤษเก่าคือ Wōdnesdæg ต่อมามีการย่อเสียงในการพูดช่วงยุคกลาง ทำให้เสียง “d” หายไปจากการใช้ปากเปล่า แต่การเขียนยังคงไว้
Thursday, วันพฤหัสบดี
Thursday มาจากคำอังกฤษเก่า Þūnresdæg, วันของ Thor Thor เทพแห่งฟ้าร้องและสายฟ้า เป็นตัวละครยอดนิยมในตำนานเจอร์แมนิก คู่เทียบในละตินคือวันของ Jupiter (dies Iovis), เทพทั้งสองทำหน้าที่คล้ายกันในตำนาน
ความท้าทายด้านเสียง: “Th” /θ/ คุณต้องวางปลายลิ้นไว้ใกล้หลังฟันบน แล้วเป่าลมออก THURZ-day เสียงจะคล้าย “ซ” เบาๆ แต่เกิดจากตำแหน่งลิ้นใกล้ฟัน เสียงนี้ยากสำหรับคนไทย เพราะภาษาไทยไม่มี /θ/ แบบเดียวกัน
Friday, วันศุกร์
Friday มาจากคำอังกฤษเก่า Frīgedæg, วันของ Frigg (หรือ Freya) Frigg เป็นภรรยาของ Odin เป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์และความรัก คู่เทียบในละติน dies Veneris (วันของ Venus) สื่อบทบาทเดียวกัน เพราะทั้งสองเทพีเกี่ยวข้องกับความรักและความงาม
วันศุกร์มีบทบาทพิเศษในวัฒนธรรมภาษาอังกฤษ: เป็นจุดจบของสัปดาห์ทำงาน และเป็นจุดเริ่มของการพักผ่อนและสังคม วลี TGIF (Thank God It's Friday, “ขอบคุณพระเจ้าที่เป็นวันศุกร์”) กลายเป็นสโลแกนที่ถูกอ้างถึงบ่อยมากในที่ทำงาน
Saturday, วันเสาร์
Saturday เป็นวันเดียวในสัปดาห์ที่ชื่อโยงกลับไปยังชื่อดาวเคราะห์ละตินโดยตรงคือ Saturnus รูปอังกฤษเก่าคือ Sæternesdæg ต่างจากชื่อวันเจอร์แมนิกอื่นๆ ตรงที่ไม่ได้ถูกแทนด้วยชื่อเทพเจ้าเจอร์แมนิก ชื่อ Saturnus จึงคงอยู่ในภาษาอังกฤษ
แต่ sábado ในภาษาสเปน และ sabato ในภาษาอิตาลี มาจากคำฮีบรู Shabbat สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ภาษาอังกฤษและภาษากลุ่มโรมานซ์เดินคนละเส้นทางทางวัฒนธรรมไปสู่วันเดียวกัน
Sunday, วันอาทิตย์
Sunday มาจากคำอังกฤษเก่า Sunnandæg (วันของดวงอาทิตย์) ดวงอาทิตย์, sun, เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ และในยุคโบราณเป็นวัตถุท้องฟ้าที่สำคัญที่สุด ต้นฉบับละตินคือ dies Solis (วันของดวงอาทิตย์) ต่อมาการปฏิรูปคริสต์ศาสนาเปลี่ยนเป็น dies Dominica (วันของพระผู้เป็นเจ้า), ภาษากลุ่มโรมานซ์เก็บรูปนี้ไว้ (dimanche, domingo, domenica)
คำย่อและปฏิทิน
ในปฏิทินและตารางเวลาแบบภาษาอังกฤษ มักเขียนชื่อวันแบบย่อ คุณควรรู้ไว้สำหรับอีเมล แอปปฏิทิน และสื่อ
🌍 สัปดาห์เริ่มวันไหนในภาษาอังกฤษ?
ในปฏิทินแบบอเมริกัน สัปดาห์เริ่มวันอาทิตย์ (Sunday) ดังนั้นในแอปปฏิทินของสหรัฐฯ Sunday จะเป็นคอลัมน์แรก ตามมาตรฐานยุโรป ISO 8601 สัปดาห์เริ่มวันจันทร์ (Monday) และใช้ในสหราชอาณาจักรกับออสเตรเลียด้วย ถ้าคุณนัดตารางกับเพื่อนร่วมงานต่างประเทศ ให้เช็กเสมอว่าเขาใช้รูปแบบไหน เพื่อเลี่ยงความเข้าใจผิด
วลีที่มีประโยชน์เกี่ยวกับวัน
ในภาษาอังกฤษ การใช้ชื่อวันมีจุดไวยากรณ์บางอย่างที่ต่างจากภาษาไทย ความต่างที่สำคัญคือ ภาษาอังกฤษไม่มีการเติมคำแบบ “วันจันทร์-น” แต่ใช้บุพบท “on” แทน
“This Monday” vs. “next Monday”, ความต่างที่สำคัญ
สำหรับผู้เรียนที่คิดเป็นภาษาไทย ความต่างระหว่าง this Monday และ next Monday มักทำให้สับสน เจ้าของภาษามักเข้าใจแบบนี้:
- This Monday = วันจันทร์ที่ใกล้ที่สุด (ถ้าวันอาทิตย์ ก็หมายถึงพรุ่งนี้)
- Next Monday = วันจันทร์ถัดจากนั้น (ช้ากว่า 1 สัปดาห์)
อย่างไรก็ดี ความหมายอาจเปลี่ยนตามภูมิภาคและบริบท ถ้าคุณอยากชัวร์ ให้ใส่วันที่ด้วย: “Monday the 10th” เพื่อกันความเข้าใจผิด
“On Monday” vs. “on Mondays”, ครั้งเดียว vs. เป็นประจำ
ในภาษาอังกฤษ เอกพจน์ (on Monday) หมายถึงวันจันทร์ที่เฉพาะเจาะจง ส่วนพหูพจน์ (on Mondays) หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำเป็นประจำ เทียบไทยได้กับ “วันจันทร์” vs “ทุกวันจันทร์”
ความต่างทางวัฒนธรรม
🌍 วันอาทิตย์หรือวันจันทร์, ที่ที่สัปดาห์เริ่มต้น
ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ปฏิทินเริ่มวันอาทิตย์ นี่ทำให้ทั้งผู้อพยพยุโรปและนักเรียนต่างชาติประหลาดใจ Google Calendar ตั้งค่าเริ่มต้นต่างกันตามประเทศ: ในสหรัฐฯ เป็น Sunday-start ในประเทศไทยและประเทศส่วนใหญ่ในสหภาพยุโรปจะแสดง Monday-start ถ้าคุณสื่อสารภาษาอังกฤษกับชาวอเมริกัน อย่าแปลกใจถ้า “weekend” สำหรับเขาหมายถึงเสาร์กับอาทิตย์ แต่ในปฏิทิน วันอาทิตย์เป็นวันแรก ไม่ใช่วันสุดท้าย
TGIF, Thank God It's Friday
TGIF (Thank God It's Friday, “ขอบคุณพระเจ้าที่เป็นวันศุกร์”) เป็นหนึ่งในมุกอ้างอิงทางวัฒนธรรมภาษาอังกฤษที่พบได้บ่อย ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา คุณจะได้ยินในหนัง ซีรีส์ อีเมลออฟฟิศ และโซเชียลมีเดีย ร้านอาหารเครือ TGI Fridays ก็เอาชื่อนี้มาจากวลีดังกล่าว
Black Friday
Black Friday (แบล็กฟรายเดย์) คือวันศุกร์หลังวัน Thanksgiving ของสหรัฐฯ เป็นวันช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของปีในสหรัฐฯ คำนี้แพร่ไปทั่วโลกแล้ว และในประเทศไทยร้านค้าออนไลน์จำนวนมากก็ใช้ด้วย ถ้าคุณดูโฆษณาภาษาอังกฤษช่วงปลายพฤศจิกายน คุณจะเห็นคำนี้แน่นอน
วันธรรมดาในภาษาอังกฤษ: weekday และ workday
ในภาษาไทย “วันธรรมดา” อาจหมายถึงวันจันทร์ถึงศุกร์ หรือหมายถึงวันที่ไม่ใช่วันหยุดก็ได้ ในภาษาอังกฤษ weekday (วันธรรมดาที่ไม่ใช่วันสุดสัปดาห์) และ workday (วันทำงาน) เป็นคนละแนวคิดเล็กน้อย weekday คือจันทร์ถึงศุกร์ ส่วน workday เน้นเวลาทำงานจริงๆ และ business day หมายถึงวันที่ธุรกิจและหน่วยงานราชการเปิดทำการ
วันในประโยค
ตารางด้านล่างแสดงว่า ชื่อวันภาษาอังกฤษปรากฏในประโยคธรรมชาติอย่างไร ซึ่งช่วยให้เข้าใจลำดับคำและการใช้บุพบท “on”
| ไทย | อังกฤษ |
|---|---|
| เราเจอกันวันจันทร์ | We're meeting on Monday. |
| ปกติฉันออกกำลังกายทุกวันพุธ | I usually work out on Wednesdays. |
| ร้านปิดวันอาทิตย์ | The store is closed on Sunday. |
| วันพฤหัสบดีที่แล้วฉันไปหาหมอ | I went to the doctor last Thursday. |
| วันศุกร์หน้าเราจะเดินทาง | We're traveling next Friday. |
| วันหยุดสุดสัปดาห์ไม่มีงาน | There's no work on the weekend. |
| ฉันทำงานจันทร์ถึงศุกร์ | I work Monday to Friday. |
| แผนวันเสาร์คืออะไร? | What's the plan for Saturday? |
ความท้าทายด้านการออกเสียง
สำหรับเจ้าของภาษาไทย ชื่อวันภาษาอังกฤษมักยากอยู่สองจุดคือ ตัว “d” ที่ไม่ออกเสียงใน Wednesday และเสียง /θ/ ใน Thursday
💡 Wednesday และ Thursday, กับดักใหญ่สองอย่าง
Wednesday /ˈwɛnzdeɪ/: ออกเสียง “WENZ-day” อย่าพูด “WED-nez-day” อย่าเชื่อตัวสะกด ถ้าช่วยได้ ให้จำเป็นจังหวะ: “Wen-z-day” เสียง “z” ช่วยข้ามช่วงที่ยาก
Thursday /ˈθɜːrzdeɪ/: เสียง “Th” /θ/ เป็นความท้าทายใหญ่สำหรับคนไทย เพราะภาษาไทยไม่มีเสียงนี้ เทคนิคคือ วางปลายลิ้นไว้ใกล้หลังฟันบน (ไม่ต้องสอดออกมา) แล้วเป่าลม ลองค่อยๆ: “th-th-Thursday.” ทำบ่อยๆ แล้วจะเป็นอัตโนมัติ
ในภาษาอังกฤษ ชื่อวันทุกวันลงท้ายด้วย “-day” มาจากคำอังกฤษเก่า dæg (วัน) และยังคงอยู่ในภาษาเจอร์แมนิกทั้งหมด ในภาษาเยอรมันเป็น -tag (Montag, Dienstag...) ในภาษาดัตช์เป็น -dag (maandag, dinsdag...) ทั้งหมดมาจากรากเดียวกัน ความคล้ายนี้ช่วยให้จำได้ ถ้าคุณรู้ภาษาเจอร์แมนิกอื่นๆ
สรุปการออกเสียงชื่อวัน:
| Day | IPA | แนวทางออกเสียงสำหรับคนไทย |
|---|---|---|
| Monday | /ˈmʌndeɪ/ | MUN-dey |
| Tuesday | /ˈtjuːzdeɪ/ | TYOOZ-dey |
| Wednesday | /ˈwɛnzdeɪ/ | WENZ-dey (ตัว 'd' ไม่ออกเสียง) |
| Thursday | /ˈθɜːrzdeɪ/ | THURZ-dey (วางลิ้นใกล้หลังฟันบน) |
| Friday | /ˈfraɪdeɪ/ | FRY-dey |
| Saturday | /ˈsætərdeɪ/ | SAT-ur-dey |
| Sunday | /ˈsʌndeɪ/ | SUN-dey |
ฝึกกับคอนเทนต์ภาษาอังกฤษจริง
คุณจะจำวันในสัปดาห์ได้ดีที่สุด เมื่อเจอในสื่อภาษาอังกฤษจริง เช่น หนัง ซีรีส์ พอดแคสต์ ที่ใช้ในบริบทธรรมชาติ ตัวละครพูดว่า: “See you on Friday” แล้วคุณได้ยินการออกเสียงและเข้าใจประโยคพร้อมกัน
Wordy ช่วยให้คุณดูหนังและซีรีส์ภาษาอังกฤษด้วยซับแบบโต้ตอบได้ ถ้ามีชื่อวันโผล่มา ให้แตะคำ แล้วคุณจะเห็นรูปคำ การแยกเสียง และคำแปลทันที วิธีนี้มีประสิทธิภาพกว่าท่องจำล้วนๆ เพราะสมองผูกคำเข้ากับบริบท
ใน บทความแนะนำหนังภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดของเรา คุณจะเจอรายชื่อที่คัดมาแล้ว ซึ่งเหมาะมากสำหรับฝึกคำศัพท์อังกฤษในชีวิตประจำวัน รวมถึงวัน วันที่ และการนัดตาราง ผ่านการฟังจริงๆ
คำถามที่พบบ่อย
วันในสัปดาห์ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไรบ้าง
Wednesday ออกเสียงยังไงให้ถูก
ทำไมวันพุธภาษาอังกฤษถึงชื่อ Wednesday
ตัวย่อวันในสัปดาห์ภาษาอังกฤษเขียนยังไง
สัปดาห์ภาษาอังกฤษเริ่มวันจันทร์หรือวันอาทิตย์
แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง
- Crystal, David (2019). The Cambridge Encyclopedia of the English Language. Cambridge University Press, ฉบับที่ 3.
- Oxford English Dictionary (2025). oed.com, นิรุกติศาสตร์ของชื่อวัน.
- Merriam-Webster Dictionary (2026). merriam-webster.com.
- Ethnologue (2024). English: World Language Status, ฉบับที่ 27.
เริ่มเรียนรู้กับ Wordy
ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

