← กลับไปที่บล็อก
🇬🇧อังกฤษ

สีภาษาอังกฤษ: มากกว่า 30 สี พร้อมการออกเสียง เฉดสี และสำนวน

โดย Sandor1 มีนาคม 2569อ่าน 9 นาที

คำตอบด่วน

สีพื้นฐานภาษาอังกฤษ: red (สีแดง), blue (สีน้ำเงิน), green (สีเขียว), yellow (สีเหลือง), orange (สีส้ม), purple (สีม่วง), pink (สีชมพู), black (สีดำ), white (สีขาว), brown (สีน้ำตาล), grey/gray (สีเทา) ในอังกฤษใช้ “colour” (มีตัว u) ส่วนอเมริกาใช้ “color” (ไม่มี u) ทั้งคู่ถูกต้อง แต่อย่าใช้ปนกันในงานเขียนเดียวกัน

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มีคนเรียนเป็นภาษาที่สองมากที่สุดในโลก และคำศัพท์เรื่องสีก็มักอยู่ในบทเรียนแรก ๆ ของแทบทุกคอร์ส ตามข้อมูล Ethnologue ปี 2024 มีคนเกือบ 1.5 พันล้านคนที่เรียนภาษาอังกฤษหรือใช้เป็นภาษาที่สอง และทุกคนต้องเรียนคำว่า red, blue, green.

ภาษาไทยมีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งคือ คำสีในภาษาอังกฤษไม่ผันตามเพศหรือพหูพจน์เลย ไม่มีการทำให้สอดคล้องกัน และไม่มีรูปแยกชายหญิง คำว่า red ใช้เหมือนกันทั้งกับแอปเปิลสีแดง รถสีแดง และรองเท้าสีแดง สิ่งนี้ทำให้คำศัพท์สีภาษาอังกฤษง่ายสำหรับคนไทยมากกว่าคนที่เรียนภาษาฝรั่งเศสหรือภาษาเยอรมัน

แต่ก็มีปริศนาการสะกดแบบคลาสสิกคือ แบบอังกฤษ colour และแบบอเมริกัน color ทั้งสองออกเสียงเหมือนกันคือ /ˈkʌlər/ แต่ต้องเลือกใช้การสะกดให้สม่ำเสมอ งานวิจัยของ Berlin และ Kay ปี 1969 ซึ่งปัจจุบันถือเป็นงานคลาสสิก แสดงให้เห็นว่าหมวดสีพื้นฐานในภาษาต่าง ๆ ของโลกมีรูปแบบคล้ายกันอย่างน่าทึ่ง สีแดง สีขาว และสีดำเป็นกลุ่มแรกที่ทุกวัฒนธรรมตั้งชื่อ จากนั้นคือสีเขียวและสีเหลือง แล้วจึงเป็นสีน้ำเงิน ระบบสีของภาษาอังกฤษก็เป็นไปตามลำดับนี้พอดี

"The English colour vocabulary is one of the richest in the world, with hundreds of named shades — yet its basic colour system maps neatly onto the universal evolutionary sequence first documented in Berlin and Kay's foundational 1969 study."

(David Crystal, The Cambridge Encyclopedia of the English Language, Cambridge University Press, 2019)

คู่มือนี้จะพาไล่ตั้งแต่สีพื้นฐานและเฉดสี อธิบายความต่างด้านการสะกด colour / color และแนะนำสำนวนที่ขาดไม่ได้ ซึ่งถ้าไม่รู้แล้วภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันจะฟังยาก สำหรับการฝึกแบบโต้ตอบ ให้ดูที่ หน้าเรียนภาษาอังกฤษของ Wordy


สีพื้นฐานในภาษาอังกฤษ

มีสีพื้นฐาน 11 สีที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษทุกคนควรรู้ คำเหล่านี้ใช้เดี่ยว ๆ โดยไม่ต้องเติมอะไรเพิ่ม เจ้าของภาษาก็เข้าใจชัดเจน

💡 Colour หรือ color?, ความต่างด้านการสะกดที่สำคัญที่สุด

ในอังกฤษใช้ colour ส่วนในอเมริกาใช้ color ออกเสียงเหมือนกันคือ /ˈkʌlər/ ความต่างนี้ใช้กับคำอังกฤษที่ลงท้ายด้วย -our หลายคำด้วย เช่น favour/favor, honour/honor, neighbour/neighbor ถ้าคุณเตรียมสอบ Cambridge ให้ใช้แบบอังกฤษให้สม่ำเสมอ ถ้าคุณเตรียมสอบ TOEFL ซึ่งมักอิงแบบอเมริกัน ให้ใช้แบบอเมริกัน ประเด็นสำคัญคือ ห้ามผสมสองแบบในข้อความเดียวกัน

กรณี grey / gray ก็มีความต่างแบบอังกฤษกับอเมริกาเช่นกัน ในวรรณกรรมและสื่ออังกฤษแทบจะใช้ grey เท่านั้น ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันนิยม gray มากกว่า แม้ในสหรัฐฯ ก็ยังพบ grey ในชื่อเฉพาะบางคำ เช่น Greyhound Oxford English Dictionary บันทึกว่าทั้งสองแบบเป็นรูปมาตรฐาน


เฉดสีและสีผสม

หลังจากรู้สีพื้นฐานแล้ว ขั้นต่อไปคือรู้จักเฉดสีที่ละเอียดขึ้น คำเหล่านี้สำคัญมากในหัวข้อเสื้อผ้า การแต่งบ้าน และการบรรยายธรรมชาติ

คำว่า turquoise เข้าสู่ภาษาอังกฤษผ่านภาษาฝรั่งเศส โดยมีที่มาจากตุรกีในยุคกลาง ชื่อหินนี้แปลตรงตัวว่า “ตุรกี” (pierre turquoise, หินตุรกี) ส่วน beige ก็เป็นคำยืมจากภาษาฝรั่งเศส และภาษาอังกฤษยังคงการออกเสียงเดิมที่ค่อนข้างแปลกคือ /beɪʒ/ ไม่ใช่ “เบช” และไม่ใช่ “บีจ”

ทั้ง crimson และ scarlet หมายถึงเฉดสีแดงเข้ม แต่มีความต่างกัน crimson จะออกแดงอมฟ้า ส่วน scarlet จะออกแดงอมส้ม ตาม Oxford English Dictionary คำว่า scarlet มีรากจากภาษาอาหรับและเปอร์เซีย โดยมาจากชื่อผ้าชนิดหนึ่งคือ siqillāt


การผสม สี + คำขยาย

ภาษาอังกฤษมีระบบที่ง่ายและสม่ำเสมอในการบอกเฉดสี คุณวางคำขยายไว้หน้าสี วิธีนี้ต่างจากภาษาฝรั่งเศสที่มักวางคำขยายหลังสี และทำงานคล้ายภาษาไทยที่พูดว่า “สีอ่อน” หรือ “สีเข้ม” นำหน้าคำสี

คำขยายที่สำคัญที่สุด 4 คำคือ:

คำขยายความหมายตัวอย่างเทียบกับภาษาไทย
lightอ่อนlight blueสีฟ้าอ่อน
darkเข้มdark greenสีเขียวเข้ม
brightสด, จัดbright redสีแดงสด
paleซีด, จางpale yellowสีเหลืองอ่อน

คุณผสมคำขยายเหล่านี้กับสีพื้นฐานใดก็ได้ เช่น light brown (สีน้ำตาลอ่อน), dark purple (สีม่วงเข้ม), bright orange (สีส้มสด), pale pink (สีชมพูอ่อน)

💡 Deep และ rich, คำบอกเฉดสีระดับสูง

นอกจาก dark ยังมีอีกสองคำที่ใช้บอกเฉดที่เข้มและอิ่มสีมากขึ้น deep (ลึก) หมายถึงเฉดที่เข้มและชัด เช่น deep blue (น้ำเงินเข้มแบบทะเล), deep red (แดงเข้ม) ส่วน rich ให้ความรู้สึกสีอิ่ม หนา แน่น เช่น rich burgundy (เบอร์กันดีเข้มอิ่มสี), rich brown (น้ำตาลเข้มอิ่มสี) ทั้งสองคำให้ความรู้สึกเชิงบวกมากกว่า dark ที่เป็นกลาง

ภาษาอังกฤษยังนิยมชื่อเฉดสีแบบผสม ที่ผูกสีเข้ากับวัตถุ ธรรมชาติ หรือวัสดุ:

  • midnight blue (น้ำเงินเที่ยงคืน, น้ำเงินเข้มมาก)
  • forest green (เขียวป่า, เขียวเข้มหม่น)
  • cream (สีครีม, ขาวนวล)
  • coral (สีปะการัง, ชมพูอมส้ม)
  • mustard yellow (สีเหลืองมัสตาร์ด, เหลืองอมเขียว)
  • charcoal grey (สีเทาถ่าน, เทาเข้มเกือบดำ)

สำนวนสีในภาษาอังกฤษ

ในภาษาอังกฤษ สีไม่ได้มีไว้แค่บรรยายสิ่งของ สำนวนที่ใช้สีเป็นส่วนประกอบเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในชีวิตประจำวัน พบได้ทั้งในหนัง ข่าว และบทสนทนาในที่ทำงาน ถ้าไม่รู้สำนวนเหล่านี้ ข้อความจากเจ้าของภาษาจะเข้าใจยาก

ที่มาของ feeling blue ย้อนไปถึงธรรมเนียมทางทะเลในศตวรรษที่ 15 ถ้ากัปตันเสียชีวิตระหว่างเดินเรือ เรือจะชักธงสีน้ำเงินขึ้นเป็นสัญญาณความเศร้า ต่อมาภาพสัญลักษณ์นี้กลายเป็นสำนวน ส่วน once in a blue moon เกี่ยวกับรอบดวงจันทร์ โดยสมัยก่อนเรียกพระจันทร์เต็มดวงครั้งที่สองในเดือนเดียวว่า blue moon ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดไม่บ่อย

🌍 สัญลักษณ์ของสี: สิ่งที่เป็นสีดำในภาษาอังกฤษ อาจเป็นสีขาวที่อื่น

ความหมายเชิงวัฒนธรรมของสีอาจต่างกันมาก ในภาษาอังกฤษ white คือสีของความบริสุทธิ์ ความไร้เดียงสา และงานแต่งงาน ลองนึกถึงชุดเจ้าสาวสีขาว แต่ในหลายวัฒนธรรมเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี สีขาวคือสีของการไว้ทุกข์และงานศพ ส่วน black ในภาษาอังกฤษอาจหมายถึงงานทางการด้วย เช่น black tie = ชุดทางการ ไม่ได้หมายถึงการไว้ทุกข์อย่างเดียว green ในภาษาอังกฤษนอกจากธรรมชาติและความอิจฉา ยังหมายถึงไฟเขียวเริ่มได้ด้วย เช่น green light = อนุมัติ และในสหราชอาณาจักรยังเรียกธนบัตรว่าเป็นสีเขียวแบบไม่เป็นทางการด้วย การรู้บริบทวัฒนธรรมช่วยให้เข้าใจว่าทำไมการใส่ชุดขาวไปงานแต่งที่ญี่ปุ่นจึงไม่เหมาะ


สีในประโยค

ตารางต่อไปนี้แสดงว่าสีพื้นฐานเข้าไปอยู่ในประโยคภาษาอังกฤษแบบธรรมชาติอย่างไร สังเกตว่าสีจะวางหน้าคำนามเสมอในฐานะคำขยาย คล้ายภาษาไทย

ประโยคภาษาไทยประโยคภาษาอังกฤษการออกเสียง
ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินThe sky is blue.ðə skaɪ ɪz bluː
ฉันซื้อแอปเปิลสีแดงI bought a red apple.aɪ bɔːt ə red ˈæpəl
หญ้าเป็นสีเขียวหลังฝนตกThe grass is green after the rain.ðə ɡrɑːs ɪz ɡriːn ˈɑːftər ðə reɪn
ดวงอาทิตย์เป็นสีเหลืองThe sun is yellow.ðə sʌn ɪz ˈjeloʊ
เมื่อวานมีหิมะสีขาวตกThere was white snow yesterday.ðer wəz waɪt snoʊ ˈjestərdeɪ
ฉันขอกาแฟดำI'd like a black coffee.aɪd laɪk ə blæk ˈkɒfi
ผมของเธอสีน้ำตาลHer hair is brown.hər her ɪz braʊn
รถคุณสีอะไรWhat colour is your car?wɒt ˈkʌlər ɪz jɔːr kɑːr
บ้านเป็นสีเทาและสีขาวThe house is grey and white.ðə haʊs ɪz ɡreɪ ənd waɪt
เธอมาในแจ็กเก็ตสีส้มShe came in an orange jacket.ʃiː keɪm ɪn ən ˈɒrɪndʒ ˈdʒækɪt

คำถามแบบ What colour is your car? ใช้รูปแบบอังกฤษ ส่วนคนอเมริกันมักพูดว่า What color is your car? ความต่างมีแค่การสะกด

⚠️ คำอังกฤษแบบอังกฤษและแบบอเมริกัน, ความต่างที่ซ่อนอยู่บางอย่าง

ความต่างแบบ grey/gray และ colour/color เป็นที่รู้กันดี แต่ยังมีความต่างที่ไม่ชัดอีกบางอย่าง ในอังกฤษ นอกจาก navy blue ยังนิยมใช้ navy เดี่ยว ๆ ด้วย เช่น a navy coat สีเหลืองอมเขียวสด ในอังกฤษเรียก lime green ส่วนในอเมริกาบางครั้งเรียกแค่ lime คำว่า auburn (น้ำตาลอมแดง มักใช้กับสีผม) และ ginger (ผมสีส้มอมทอง) พบมากในบริบทอังกฤษ ส่วนคนอเมริกันมักพูดว่า red hair สำหรับสีผมใกล้เคียงกัน


ฝึกกับคอนเทนต์ภาษาอังกฤษจริง

คำศัพท์เรื่องสีจะจำได้ทนขึ้น เมื่อคุณเจอในบริบทภาษาอังกฤษจริง หนังและซีรีส์ภาษาอังกฤษมีสำนวนสีและคำบรรยายเฉดสีเยอะ ตั้งแต่ seeing red ไปจนถึง golden opportunity คำเหล่านี้เปิดพจนานุกรมแล้วมักเข้าใจยาก แต่ถ้าอยู่ในบริบทจะจำได้เร็ว

Wordy ช่วยให้คุณเรียนจากคอนเทนต์ภาษาอังกฤษจริงด้วยซับแบบโต้ตอบ เมื่อมีคำสีในบทสนทนา คุณแตะได้ทันที แล้วเห็นการออกเสียง ความหมาย และถ้าเป็นสำนวนก็มีคำอธิบายด้วย วิธีนี้มีประสิทธิภาพกว่าการท่องลิสต์คำศัพท์อย่างเดียวมาก

ลองดู คู่มือหนังภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดสำหรับผู้เรียนภาษา ด้วย ซึ่งเราแนะนำหนังที่เหมาะกับการฝึกฟังคำศัพท์เจ้าของภาษาแบบธรรมชาติ รวมถึงสีและสำนวนด้วย

คำถามที่พบบ่อย

สีพื้นฐานภาษาอังกฤษพูดว่าอะไรบ้าง
สีพื้นฐานภาษาอังกฤษ ได้แก่ red (สีแดง), blue (สีน้ำเงิน), yellow (สีเหลือง), green (สีเขียว), orange (สีส้ม), purple (สีม่วง), pink (สีชมพู), black (สีดำ), white (สีขาว), brown (สีน้ำตาล), grey (สีเทา) โดยคำว่า “grey” แบบอังกฤษ และ “gray” แบบอเมริกาเป็นคำเดียวกัน ใช้ได้ทั้งคู่
colour กับ color ต่างกันยังไง
“colour” เป็นการสะกดแบบอังกฤษ ส่วน “color” เป็นแบบอเมริกา ความหมายเหมือนกัน แต่ไม่ควรใช้ปนกัน ถ้าเขียนแนวอังกฤษ เช่น ข้อสอบ Cambridge ให้ใช้ “colour” ถ้าแนวอเมริกาให้ใช้ “color” การออกเสียงไม่ต่างกัน คือ /ˈkʌlər/
คำว่า สีเทา ภาษาอังกฤษเขียนยังไง
สีเทา ภาษาอังกฤษเขียนว่า “grey” (แบบอังกฤษ) หรือ “gray” (แบบอเมริกา) ทั้งสองแบบถูกต้อง แต่ในงานเขียนตามธรรมเนียมอังกฤษมักใช้ “grey” มากกว่า การออกเสียงเหมือนกัน คือ /ɡreɪ/
เฉดสีภาษาอังกฤษพูดยังไง
คำบอกเฉดสีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยคือ light (อ่อน), dark (เข้ม), bright (สด), pale (ซีด) เช่น light blue, dark green, bright red เฉดที่เฉพาะขึ้น ได้แก่ navy blue, crimson, turquoise, beige, ivory, scarlet
สำนวนภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับสีมีอะไรบ้าง
สำนวนสีที่พบบ่อย เช่น “feeling blue” (รู้สึกเศร้า), “green with envy” (อิจฉามาก), “seeing red” (โกรธจัด), “in the black” (มีกำไร), “in the red” (ขาดทุนหรือเป็นหนี้), “once in a blue moon” (นานๆ ครั้ง), “green thumb” (มือปลูกต้นไม้เก่ง, ใช้บ่อยในสหรัฐฯ)

แหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิง

  1. Crystal, David (2019). สารานุกรมภาษาอังกฤษ Cambridge. Cambridge University Press.
  2. Oxford English Dictionary (2025). oed.com, ที่มาของคำว่า colour.
  3. Merriam-Webster Dictionary (2026). merriam-webster.com.
  4. Berlin, B. & Kay, P. (1969). คำเรียกสีพื้นฐาน. University of California Press.

เริ่มเรียนรู้กับ Wordy

ดูคลิปจากหนังจริง แล้วเพิ่มคลังคำศัพท์ไปเรื่อยๆ ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดบน App Storeดาวน์โหลดได้ที่ Google Playพร้อมใช้งานใน Chrome เว็บสโตร์

คู่มือภาษาเพิ่มเติม